กรมราชทัณฑ์ แถลง ตู่ จตุพร ปกติดี ไม่มีไข้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (3 ม.ค.) กรมราชทัณฑ์ ออกแถลงการณ์ ชี้แจงเกี่ยวกับอาการป่วยของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ว่า เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2559 นายจตุพร มีอาการไข้ หนาวสั่น ปัสสาวะแสบขัด สีขุ่น

ทางเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร จึงได้ส่งตัวมารักษาในทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ จากการตรวจของ แพทย์โดยละเอียด พร้อมกับผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ พบว่า เป็นอาการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ จึงได้ให้การรักษาพยาบาล และรักษาตามอาการอย่างใกล้ชิด

โดยเมื่อวันที่ 2 มกราคม มีการตรวจทางห้องปฏิบัติการซ้าอีกคร้ัง พบว่า การทำงานของไตกลับมาอยู่ในภาวะปกติ และปัสสาวะไม่มีเม็ดเลือดขาวเจือปน อาการไข้ลดลง และอาการทั่วไปดีขึ้นตามลำดับ และในวันนี้ อาการทั่วไปปกติดี ไม่มีไข้ สามารถรับประทานอาหาร ลุกเดิน ปฏิบัติภารกิจส่วนตัวได้ตามปกติ

ซึ่งในวันที่ 4 มกราคม 2560 ทางทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ จะใช้เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ตรวจดูว่า มีนิ่วในไตหรือไม่ หากไม่พบอาการผิดปกติ จะส่งตัวกลับเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครต่อไป

อดีตผู้ว่าฯ ขอนแก่นสิ้นใจแล้ว หลังครอบครัวเบนซ์ไฟคลอก 5 ศพ

วันนี้ (6 ม.ค.60) นายกำธร ถาวรสถิตย์ อายุ 60 ปี อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นได้เสียชีวิตลงอย่างสงบ เมื่อเวลา 14.45 หลังเข้ารักษาตัวโรคหัวใจ ที่ศูนย์หัวใจสิริกิติ์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

นายกำธร ถาวรสถิตย์ ได้เข้ารับราชการในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2557 จนกระทั่งได้เกษียณราชการเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2559 ที่ผ่านมา โดยอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้ป่วยเป็นโรคหัวใจมาเป็นเวลานาน จนกระทั่งมารับตำแหน่งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้เข้ารักษาอาการโรคหัวใจมาโดยตลอด

จนกระทั่งเกษียณการทำงานได้ไปพักผ่อนใช้ชีวิตที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นบ้านเกิดแต่ยังมีอาการโรคหัวใจ และเมื่อเข้ารักษาแพทย์ที่กรุงเทพฯแต่อาการยังไม่ดีขึ้น จึงได้เดินทางมารักษาอาการป่วยโรคหัวใจที่ศูนย์หัวใจสิริกิติ์อีกครั้ง และอาการดีขึ้น ตลอดเดือนธันวาคม 2559 ปีที่ผ่านมา ได้นอนรักษาตัวโดยคณะแพทย์ได้ให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ด้วยอาการกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง ทำให้หัวใจหยุดทำงานเสียชีวิตลง

ในวันพรุ่งนี้ ( 7 ม.ค. ) เวลา 14.00 น. จะมีพิธีรดน้ำศพ ที่บริเวณศาลาพิธีกรรม คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จากนั้นจะเก็บร่างไว้ที่ภาควิชานิติเวช ก่อนที่จะให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนา ที่กรุงเทพมหานครในวันถัดไป

นายกำธร ถาวรสถิตย์ เกิดวันที่ 20 มีนาคม 2499 ภูมิลำเนากรุงเทพมหานคร คู่สมรส นางพิมพ์วิมล ถาวรสถิตย์ การศึกษา ปริญญาตรี น.บ.มหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ.2520 ปริญญาโท ผ.ม.จุฬาลงกรณ์ พ.ศ.2537 หลักสูตร นอ.รุ่นที่ 31 และนปส.รุ่นที่ 33 หลักสูตรพัฒนาสมรรถนะรองผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศ ปี 2552 เครื่องราชอิสริยาภรณ์ มหาวชิรมงกุฎ 5 ธันวาคม 54 ประวัติการดำรงตำแหน่ง เช่น นายอำเภอกุดบาก จังหวัดสกลนคร ,เจ้าหน้าที่บริหารงานปกครอง 7 กองการสื่อสาร กรมการปกครอง ,นายอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี , ผู้อำนวยการกองการสื่อสาร กรมการปกครอง , ผู้อำนวยการสำนักการสอบสวนและนิติกร กรมการปกครอง , รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ , ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน , ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ , ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย , ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท และจังหวัดขอนแก่น

อย่างไรก็ตาม ครอบครัวของนายกำธร ถาวรสถิตย์ เพิ่งสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่จากอุบัติเหตุรถเบนซ์ไฟคลอก 5 ศพ ที่ จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งก่อนประสบอุบัติเหตุผู้เสียชีวิตทั้งหมดเพิ่งเดินทางมาเยี่ยมนายกำธร ซึ่งรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ขอนแก่น แต่ปรากฏว่าประสบอุบัติเหตุระหว่างเดินทางกลับ

หนุ่มวิศวะเครียดชีวิตรัก ผูกคอตายดับคู่พร้อมแฟนสาว

หนุ่มวิศวะเจอปัญหาชีวิตรักสามเศร้า เคยชวนแฟนสาวขับรถลงแม่น้ำฆ่าตัวตายหนีปัญหาชีวิตรัก แต่ถูกกำนันปรามไว้ สุดท้ายผูกคอตายพร้อมแฟนสาว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (7 ธ.ค.) เมื่อเวลา 09.30 น. สภ.เมืองสมุทรปราการ เข้าตรวจสอบผู้เสียชีวิตภายในบ้านหลังหนึ่ง ภายในซอยอู่ทอง 37/3 ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ หลังรับแจ้งมีคนผูกคอเสียชีวิตภายในบ้าน

ที่ชั้นล่างของที่เกิดเหตุ พบร่าง น.ส.รุ่งรวี อายุ 25 ปี นอนเสียชีวิตอยู่บนที่นอน สภาพศพใบหน้าเขียวคล้ำ มีรอยเชือกรัดที่ลำคอ ใกล้กันพบร่างนายจักรพงศ์ อายุ 24 ปี เป็นวิศวกรของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ใช้เชือกผูกคอเสียชีวิต ภายในบ้านหลังดังกล่าว

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่าผู้ตายทั้ง 2 คน เป็นแฟนกัน เคยมีปัญหาเรื่องชีวิตรักมาก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุ โดยเคยคิดพากันขับรถลงแม่น้ำเพื่อฆ่าตัวตายมาแล้ว แต่ทางกำนันซึ่งเป็นญาติกันทราบเรื่องจึงได้เข้าห้ามปรามและปลอบโยน จนล้มเลิกความตั้งใจไป ก่อนจะมาเกิดเหตุสลดในครั้งนี้

เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า นายจักรพงศ์ น่าจะใช้เชือกรัดคอ น.ส.รุ่งรวี จนเสียชีวิต หลังจากที่เคลียร์ปัญหาชีวิตรักไม่ลงตัว ก่อนจะใช้เชือกอีกเส้นผู้แขวนคอตัวเองจนเสียชีวิต อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ฯได้ ส่งร่างทั้ง 2 คน ไปตรวจยังสถาบันนิเวชเพื่อชันสูตรหาสาเหตุการตายต่อไป

รถไฟวิ่งถึงทุ่งสงนครศรีฯแล้ว-ทร.เร่งผลักดันน้ำช่วยใต้

ร.ฟ.ท. ให้บริการเดินรถไฟสายใต้ถึง อ.ทุ่งสง นครศรีธรรมราช แล้ว จ่อเพิ่มขบวนอีก ขณะ ทร.ติดตั้งเรือผลักดันน้ำเร่งระบายช่วยใต้ ด้าน ปภ.ประสานจว.ใต้รับมือฝนตกหนักถึงพรุ่งนี้ กรมทางหลวงสรุปน้ำท่วมภาคใต้6จังหวัดจราจรผ่านได้18แห่ง

การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดให้บริการเดินรถไฟสายใต้เพิ่มเติม หลังจากที่สถานการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย จากเดิมที่มีสถานีปลายทางสิ้นสุดที่สถานีชุมพร ได้ขยายไปถึงสถานีชุมทางทุ่งสง อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช โดยมีขบวนขาไป 2 ขบวน คือ ขบวนที่ 167 และ ขบวนที่ 85 ส่วนขากลับ เพิ่ม 5 ขบวน คือขบวนที่ 172, ขบวนที่ 174, ขบวนที่ 168, ขบวนที่ 84 และขบวนที่ 88 ซึ่งในวันนี้คาดว่าจะเพิ่มขบวนอีก และหากน้ำท่วมลดลงก็จะเตรียมขยายเส้นทางให้บริการในระยะไกลขึ้น

ทร.ติดตั้งเรือผลักดันน้ำเร่งระบายช่วยใต้

หน่วยเฉพาะกิจผลักดันน้ำ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ เริ่มติดตั้งเรือผลักดันน้ำตั้งแต่เวลา 01.00 น. ที่ผ่านมา ณ จุดที่ 1 บริเวณสะพานคลองระบายน้ำชะอวด – แพรกเมือง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช โดยเมื่อเวลา 08.45 น. ที่ผ่านมา ได้ดำเนินการนำเรือลงน้ำเรียบร้อย ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบและยึดตรึง โดยหลังจากนี้จะทำการทดลองเดินเครื่อง โดยจะให้เดินเครื่อง 20 ชั่วโมงต่อวัน เนื่องจากมวลน้ำมีจำนวนมาก การติดตั้งมีความล่าช้า เนื่องจากมีฝนตกตลอดเวลาการปฏิบัติงาน

ทั้งนี้ จะมีการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ รวม 2 จุด โดย จุดที่ 1 บริเวณ สะพานคลองระบายน้ำชะอวด – แพรกเมือง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช รวม 30 ลำ และจุดที่ 2 บริเวณสะพานคลองระบายน้ำฉุกเฉิน อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช รวม 20 ลำ ซึ่งการติดตั้งจุดที่ 1 ลำเลียงเรือผลักดันน้ำจาก อู่ทหารเรือป้อมพระจุลจอมเกล้า กรมอู่ทหารเรือ โดยทางรถยนต์และได้ดำเนินการติดตั้งเรียบร้อย ส่วนจุดที่ 2 ลำเลียงโดยหมู่เรือบรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ (เรือหลวงอ่างทอง) อยู่ระหว่างการเดินทางคาดถึงหมายในเวลา 18.00 น. และในขณะนี้เริ่มเดินเรือผลักดันน้ำจำนวน 30 เครื่องแล้ว เพื่อเร่งการระบายน้ำให้ปริมาณน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่อำเภอชะอวด ลดลงอย่างรวดเร็ว

ทางหลวงสรุปน้ำท่วมใต้6จังหวัดจราจรผ่านได้18แห่ง

กรมทางหลวงได้รายงานสรุปเหตุการณ์ภัยพิบัติและสถานการณ์ฉุกเฉินในเส้นทางสายหลักที่จะเดินทางไปสู่
ภาคใต้ ล่าสุด มีสภาวะน้ำท่วม 6 จังหวัด ได้แก่ จ.ชุมพร, จ.ตรัง, จ.นครศรีธรรมราช, จ.พัทลุง, จ.ยะลา,
จ.สุราษฎร์ธานี มีจำนวนทั้งสิ้น 20 สายทาง 32 แห่ง การจราจรสามารถผ่านได้ จำนวน 18 แห่ง ผ่านไม่ได้
จำนวน 14 แห่ง

ขณะนี้ยังมีฝนตกหนักทางภาคใต้ ทำให้กระแสน้ำได้เซาะดินจน เป็นเหตุให้คอสะพานขาด บนทางหลวง
หมายเลข 4186 และประชาชนไม่สามารถสัญจรผ่านได้นั้น กรมทางหลวง โดยศูนย์สร้างและบูรณะ
สะพานที่ 4 นครศรีธรรมราช ซึ่งมีความพร้อมทั้งบุคลากร เครื่องมือ และเครื่องจักร ได้ดำเนินการทอดสะพานเบลี่ย์ซึ่งมีความแข็งแรงคงทน เพื่อให้การจราจรสามารถผ่านได้เป็นการชั่วคราวก่อน ในทางหลวงหมายเลข 4186 เสร็จเรียบร้อยแล้ว บริเวณ กม.14 ตอนห้วยพาน -น้ำตกกรุงชิง ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เส้นทางสายหลักจากกรุงเทพฯ -หาดใหญ่(สายเอเชีย) เปิดใช้เส้นทางได้ตามปกติแล้ว ทั้งนี้ขอให้ใช้ทางด้วยความระมัดระวังบริเวณพื้นที่เกิดเหตุ หากประชาชนพบเห็นสิ่งกีดขวางบนทางหลวง

และไม่สามารถสัญจรผ่านได้ สามารถแจ้งเหตุได้ที่สำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวง หมวดทางหลวง
ในพื้นที่ หรือสายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง)

ปภ.ประสานจว.ใต้รับมือฝนตกหนักถึงพรุ่งนี้

กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานยังคงสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ 8 จังหวัด ได้แก่ พัทลุง นราธิวาส สงขลา ปัตตานี ตรัง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และชุมพร เร่งบูรณาการจังหวัด หน่วยทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระดมสรรพกำลังและทรัพยากรปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มกำลัง พร้อมประสาน 13 จังหวัด ได้แก่ เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล เตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งอย่างต่อเนื่อง ถึงวันที่ 9 มกราคม 2560 โดยจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว และวัสดุอุปกรณ์ เครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยประจำจุดเสี่ยงให้ พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที

นทท.นับหมื่นแห่ชมดอกไม้ที่แปลงเกษตร100ไร่โคราช

วันหยุดยาว นักท่องเที่ยว นับหมื่น แห่ชมดอกทานตะวันยักษ์ – ดอกไม้หลากสี ที่แปลงเกษตร 100 ไร่ โคราชคึกคัก

ที่ศูนย์วิจัยสวนเกษตร 100 ไร่ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ต.ไชยมงคล อ.เมือง จ.นครราชสีมา พบนักท่องเที่ยวนับหมื่นคน ใช้เวลาช่วงวันหยุดยาว 3 วัน พาครอบครัวเดินทางเข้ามาชมความสวยงามของดอกไม้นานาชนิด ซึ่งกำลังบานสะพรั่ง โดยเฉพาะที่บริเวณทุ่งดอกทานตะวันยักษ์ และทุ่งดอกคอสมอส ที่เป็นแปลงขนาดใหญ่อยู่บริเวณใจกลางสวนเกษตร 100 ไร่ นักท่องเที่ยวต่างพากันเข้าไปถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันอย่างคึกคักตลอดทั้งวัน รวมทั้งยังมีการมาใช้เป็นสถานที่ถ่ายรูปพรีเวดดิ้งงานแต่งงานด้วย

โดยสวนเกษตร 100 ไร่ นี้ ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ได้ทำการปลูกดอกไม้หลากชนิด เพื่อใช้ทำการวิจัยสำหรับพัฒนาส่งเสริมให้เกษตรกรนำไปปลูกในเชิงพาณิชย์ ซึ่งจะมีทั้งดอกทานตะวันยักษ์ เส้นผ่าศูนย์กลาง 30 – 40 เซนติเมตร ที่จะออกดอกช่วงหน้าหนาวและโรยช้า ส่วนดอกคอสมอสนั้น จะใช้สำหรับปรับปรุงสภาพดินเนื่องจากเป็นปุ๋ยได้อย่างดี

นอกจากนี้ ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ยังได้จัดโซนเลี้ยงแกะ ฟาร์มเพาะเห็ด และแปลงผลไม้ปลอดสารพิษ ซึ่งนำมาวางจำหน่ายพืชผลทางการเกษตร ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อเป็นที่ระลึกกลับบ้านอีกด้วย โดยสวนเกษตร 100 ไร่ นี้ จะเปิดให้ประชาชน นักท่องเที่ยว เข้าชมฟรีตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2559 – 15 มกราคม 2560

ศรีสะเกษพบโรคพยาธิเม็ดเลือดระบาดหนักช่วงฤดูหนาว

ปศุสัตว์จังหวัดศรีสะเกษ เผยพบโรคพยาธิเม็ดเลือด ระบาดหนักช่วงฤดูหนาว เตือนเกษตรกรพาปศุสัตว์ไปฉีดวัคซีนป้องกันโรค

นายนัทธ์เวโรจน์ บูชาพัฒน์ ปศุสัตว์จังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า จากกรณีที่ได้เกิดเหตุมีวัวและกระบือตายในเขต ต.กันทรารมย์ อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ จำนวนมาก โดยไม่ทราบสาเหตุนั้น ตนได้ให้ชุดเฉพาะกิจสำนักงานปศุสัตว์ อ.ขุขันธ์ ร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ ภาคตะวันเฉียงเหนือตอนล่าง จ.สุรินทร์ ออกสุ่มเก็บตัวอย่างเลือดในโค กระบือของเกษตรกร เพื่อส่งทดลองหาเชื้อโรคและหาสาเหตุของการเกิดโรคระบาดไปตรวจสอบหาสาเหตุแล้วพบว่า มีการระบาดของโรคปากและเท้าเปื่อย จำนวน 5 หมู่บ้าน

สาเหตุเกิดจากวัวอ่อนแอและสะสมเป็นเรื้อรัง และจากการตรวจในห้องแล็บแล้วพบว่า วัวที่ตายป่วยเป็นโรคพยาธิในเม็ดเลือด ซึ่งเป็นโรคที่ไม่เคยพบมาก่อน มักเกิดในสัตว์ที่ผอมและขาดอาหาร ซึ่งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ได้เข้าไปทำการพ่นยาฆ่าเชื้อโรคและฉีดยารักษาโรคให้กับวัวที่มีร่างกายซูบผอมไม่แข็งแรง รวมทั้งวัวที่มีอาการป่วยไม่หายขาด ซึ่งขณะนี้พบว่าวัวที่ได้รับการฉีดยาแล้วอาการดีขึ้น โดยชาวบ้านได้ขอความช่วยเหลือจาก อบต. ขอรับการสนับสนุนยาที่ใช้ในการรักษาโรคพยาธิในเม็ดเลือดด้วย

นอกจากนี้ ยังได้ทำการควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์ร่วมกับด่านกักกันสัตว์ จ.ศรีสะเกษ ตอนนี้สถานการณ์ได้เบาบางลงแล้วและอยู่ในช่วงของการฉีดวัคซีน จึงอยากฝากถึงเกษตรกรว่า ขณะนี้สภาพอากาศเริ่มหนาวเย็น ประกอบกับจังหวัดใกล้เคียงมีการระบาดของโรคปากและเท้าเปื่อย จึงขอให้นำเอาโค กระบือไปทำการฉีดวัคซีนป้องกันโรคตามจุดที่นัดหมาย และพยายามอย่าให้สัตว์ที่ป่วยออกไปนอกคอกให้อยู่ในพื้นที่ที่จำกัด เพราะว่าอาจจะมีการระบาดของโรคไปยังสัตว์ตัวอื่นได้

3 วิธี ช่วยให้กระดูกแข็งแรงกว่าเดิม

คุณรู้หรือไม่ว่า เพราะเหตุใดแคลเซียม การออกกำลังกาย และวิตามินดี จึงสำคัญต่อการมีกระดูกที่แข็งแรงและสุขภาพดี นักธรรมชาติบำบัด เคท เฟอร์กูสัน มีคำอธิบายในเรื่องดังกล่าวนี้
เมื่อเราอายุมากขึ้น หนึ่งในส่วนสำคัญของร่างกายที่เราต้องดูแลรักษาให้ดี คือ สุขภาพของกระดูก
ความเสี่ยงของภาวะกระดูกพรุนจะเพิ่มสูงขึ้นเมื่อผู้หญิงเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน เนื่องจากการผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง สำหรับผู้ชายนั้น ในช่วงบั้นปลายชีวิตก็มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะนี้เช่นกัน โดยจะมีลักษณะสำคัญคือกระดูกบางและเปราะ
แคลเซียมเพื่อความหนาแน่นสูงของกระดูก
แคลเซียม เป็นแร่ธาตุที่มีมากที่สุดในร่างกาย โดยจะมีแคลเซียมถึงร้อยละ 99 อยู่ในกระดูก เมื่อกระดูกสูญเสียแร่ธาตุต่างๆ อาทิ แคลเซียมไปเร็วกว่าที่จะสามารถทดแทนได้ ความหนาแน่นของกระดูกจะลดลง นั่นหมายถึงความเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุนจะเพิ่มขึ้นด้วย

สิ่งที่ดีที่สุดคือ เพิ่มการบริโภคแคลเซียมด้วยการเพิ่มอาหารเหล่านี้ในมื้ออาหารของคุณ:
– ผลิตภัณฑ์นมไขมันต่ำ
– ผักใบเขียวเข้ม
– เมล็ดงา
– แซลมอน

ควรบริโภคแอลกอฮอล์และคาเฟอีนในปริมาณปานกลาง(หรือลดลง) เพราะเครื่องดื่มทั้งสองชนิดนี้เพิ่มการขับแคลเซียมออกจากร่างกาย
วิตามินดีกับแสงแดด เสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก
วิตามินดี หรือชื่อเล่นว่า ‘วิตามินแสงแดด’ มีบทบาทสำคัญในการทำให้กระดูกแข็งแรง บทบาทที่สำคัญที่สุดคือการรักษาระดับแคลเซียมในเลือด ด้วยการเพิ่มการดูดซึมแคลเซียมจากอาหารและลดการสูญเสียแคลเซียมไปกับปัสสาวะ รวมทั้งช่วยรักษาแคลเซียมไว้ในร่างกาย และเก็บสำรองในกระดูก
วิตามินดี ยังมีประโยชน์เพิ่มเติมในการช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อในผู้สูงอายุ ทำให้ช่วยลดอุบัติเหตุจากการล้มและเป็นการลดความเสี่ยงของกระดูกหักอีกด้วย
แหล่งของสารอาหารที่สำคัญนี้ได้แก่ ปลาที่มีไขมันมาก เช่น แซลมอน และแมคเคอเรล รวมถึงน้ำมันตับปลาค็อด และไข่แดง
อย่างไรก็ตาม การได้รับแสงแดดอย่างเพียงพอเป็นวิธีการที่ดีที่สุดที่จะทำให้มั่นใจได้ว่า เราได้รับวิตามินดีในขนาดที่เพียงพอสำหรับทุกวัน เมื่อเรามีอายุมากขึ้น ความสามารถของผิวหนังในการสร้างวิตามินดีจะลดลง ซึ่งก็ควรได้รับแสงแดดมากขึ้น โดยแนะนำให้ใช้เวลา 10-15 นาที ในเกือบทุกวัน เพื่อรับแสงแดดในช่วงเวลาที่ไม่มีแสงแดดจัดๆ

ออกกำลังกายเสริมสร้างกระดูก
การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (ฝึกด้วยอุปกรณ์ที่มีน้ำหนัก) มีความสำคัญต่อการคงความแข็งแรงของกระดูก ซึ่งกิจกรรมที่ลงน้ำหนักและทำให้กระดูกได้รองรับน้ำหนักร่างกายนั้น แสดงให้เห็นว่ามีผลดีในการรักษาและเพิ่มมวลกระดูก รวมถึงป้องกันภาวะกระดูกพรุนด้วย
การออกกำลังกายยังช่วยพัฒนาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ โดยจะช่วยพยุงข้อต่อและป้องกันการล้มได้

สำหรับกิจกรรมที่ช่วยสร้างกระดูก ได้แก่ วิ่งเหยาะๆ เดินเขา เต้นรำ เทนนิส และกิจกรรมอื่นๆ ที่กล้ามเนื้อของคุณได้ออกแรงต้านแรงโน้มถ่วง
ออกกำลังกาย + สารต้านอนุมูลอิสระ = กระดูกแข็งแรงสุขภาพดี
มีการศึกษาจากประเทศแคนาดาเมื่อเร็วๆ นี้ พบว่าส่วนผสมระหว่างผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระและการฝึกแรงต้านกล้ามเนื้อ อาจช่วยปกป้องการสูญเสียมวลกระดูกในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน
โดยก่อนหน้านี้มีการศึกษาจากสหรัฐอเมริกา รายงานว่าการเพิ่มการบริโภคแคโรทีนอยด์มีความเกี่ยวข้องในระดับหนึ่งกับการป้องกันการสูญเสียความหนาแน่นของแร่ธาตุในกระดูก

วิถีชาวบ้านน้ำคลองลดระดับ ใช้เหล็กล่าปลากระทิง

วิถีชาวบ้าน อ.เขาพนม จ.กระบี่ น้ำคลองลดระดับใช้เหล็กล่าปลากระทิงเป็นอาหาร

ภายหลังจากฝนทิ้งช่วงนานเกือบ 2 เดือน น้ำในคลองน้ำแดง ที่ ต.เขาดิน อ.เขาพนม จ.กระบี่ ที่รับน้ำมาจาก ต.หน้าเขา ต.พรุเตียว และ ต.เขาพนม เริ่มลดระดับลงอย่างมาก ชาวบ้านในพื้นที่เริ่มหาวิธีการจับปลาที่ขณะนี้ปลาหลายชนิดจะอาศัยอยู่ตามจุดที่น้ำลึก แต่ก็มีระดับแค่ประมาณ 1 เมตรเท่านั้น

โดยปลาที่ชาวบ้านนิยมนอกจากปลาทั่วไปแล้ว ก็คือปลากระทิง ซึ่งเป็นปลาที่หายากและมีราคาสูง ประมาณกิโลกรัมละ 200 บาท โดยชาวบ้านจะใช้วิธีนำเหล็กแหลม สวมหน้ากากดำน้ำลงไปแทงปลาที่หลบซ่อนตัวอยู่ตามซอกหิน หรือโพรงไม้ แต่ทั้งนี้ก็ต้องเป็นผู้มีความชำนาญจึงจะสามารถแทงปลาชนิดนี้ได้

นายวัชรพงษ์ ธาตุชนะ ชาวบ้าน ต.เขาดิน กล่าวว่า การหาปลาชนิดนี้เริ่มหายากขึ้น แต่สำหรับตนแล้ว จะมีจุดที่หาประจำ โดยเฉพาะตามซอกหิน และปีนี้ระดับน้ำลดลงมากก็เริ่มออกไปหาปลากระทิงได้แล้ว แต่ละตัวจะมีขนาดยาวตั้งแต่ 20 ซม. จนถึง 80 ซม. หนักเกือบ 1 กก. และเลือกที่จะแทงปลามาพอสำหรับเป็นอาหารเท่านั้น

สรยุทธ เผยชีวิตสมถะ ปลูกผักผลไม้กินเอง ในบ้านสวน

สรยุทธ สุทัศนะจินดา เผยชีวิตบ้าน ๆ หลังหายหน้าจากจอทีวี ปลูกผักผลไม้กินเอง ออกดอกออกผลงดงาม ไม่เสียแรงที่ตั้งใจปลูก

หลังจาก สรยุทธ สุทัศนะจินดา ถูกศาลตัดสินพิจารณาคดีบริษัทไร่ส้มฯ จำคุก 13 ปี 4 เดือน บวกกับกระแสสังคม จนเจ้าตัวได้ประกาศยุติบทบาทการเป็นพิธีกรรายการ เรื่องเล่าเช้านี้ ผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว ทำให้หลายคนไม่ค่อยได้เห็นภาพความเคลื่อนไหว และอัพเดทเรื่องราวชีวิตของเขา

ล่าสุดวันที่ 9 ธันวาคม 2559 สรยุทธ สุทัศนะจินดา ก็ได้โพสต์ภาพ แปลงผักชี ระบุข้อความว่า “ปลูกผักชี คุณค่าไม่ใช่แค่โรยหน้า ญี่ปุ่นกำลังฮิต … #Pakuchii”

นอกจากนี้เจ้าตัวยังปลูกพืชผัก ผลไม้อีกมากมาย ที่ดูแล้วออกดอกออกผลงดงาม ไม่เสียแรงที่ลงทุนลงแรงเลยทีเดียว

ดีเอสไอได้หมายค้น พร้อมจับธัมมชโย 24 ชั่วโมง สั่งเข้มจัดชุดคุมฝูงชนทุกจังหวัด

ดีเอสไอได้หมายค้นวัดพระธรรมกายแล้ว เตรียมพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง บุกจับพระธัมมชโย สั่งเตรียมกำลังตำรวจชุดควบคุมฝูงชน ด้านวัดคุมความปลอดภัยเข้มระดับเดียวกับค่ายทหาร

หลังจากเมื่อวันที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมา พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.ประชุมร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และเจ้าหน้าที่ทหาร ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เพื่อเตรียมแผนการจับกุม พระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ที่เชื่อว่ายังคงหลบซ่อนอยู่ภายในวัด โดยจะเข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกายทันทีที่ได้รับอนุมัติหมายค้นจากศาลภายในสัปดาห์นี้ ซึ่ง พล.ต.อ.ศรีวราห์ มีคำสั่งให้ตำรวจเตรียมพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง

ล่าสุด เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2559 ผู้สื่อข่าวมีรายงานว่า พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รรท.รอง ผบช.ปรท.ผบช.ภ.1 มีโทรสารด่วนที่สุดถึง ผบก.ภ.จว.ในสังกัด ภ.1 ผบก.สส.ภ.1 และ ผบก.อก.ภ.1 สั่งการให้ บก.ภ.จว.สมุทรปราการ นนทบุรี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี อ่างทอง และลพบุรี จัดเตรียมกำลังชุดควบคุมฝูงชน บก.ภ.จว.ละ 2 กองร้อย บก.ภ.จว.สิงห์บุรีและชัยนาทจัดเตรียมกำลัง บก.ภ.จว.ละ 1 กองร้อย โดยให้จัดส่งรายชื่อพร้อมเบอร์โทรศัพท์ ผู้ควบคุมและ ผบ.ร้อย.ที่รับผิดชอบ และให้ ผบ.ร้อย.พร้อมประสานการปฏิบัติทันที

นอกจากนี้ ให้ บก.ภ.จว.สมุทรปราการ นนทบุรี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี และสระบุรี จัดเตรียมรถขยายเสียง บก.ภ.จว.ละ 1 คัน และจัดเตรียมรถตู้ บก.ภ.จว.ละ 10 คัน 3.ให้ บก.สส.ภ.1 จัดส่งรายชื่อพนักงานสอบสวนเพื่อปฏิบัติหน้าที่ ศปก.สน.คลองหลวง จำนวน 40 นาย และจัดส่งรายชื่อเจ้าหน้าที่กำลังชุดปฏิบัติการพิเศษ 2 ชุด ทั้งนี้ให้ส่งข้อมูลให้ บช.ภ.1 ทราบภายในวันที่ 10 ธันวาคม ก่อนเวลา 14.00 น.

ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.ไพโรจน์ ทานธรรม รอง ผบก.ปรท.ผบก.ตชด.ภาค 1 มีวิทยุด่วนที่สุดถึง ผกก.ตชด.11-14 ระบุว่า จากสถานการณ์ที่ดีเอสไอจะดำเนินการด้านกฎหมายต่ออดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย อาจส่งผลให้เกิดการชุมนุมขนาดใหญ่จากศิษยานุศิษย์ของวัดพระธรรมกาย และ บก.ภ.จว.ปทุมธานีจะร้องขอรับการสนับสนุนกำลังพลจาก บก.ตชด.ภาค 1 จึงสั่งการให้ทุกหน่วยจัดกำลังกองร้อย คฝ.หน่วยละ 1 กองร้อย เตรียมพร้อม ณ ที่ตั้ง เพื่อสนับสนุน บก.ภ.จว.ปทุมธานี และสามารถสนับสนุนได้ทันทีเมื่อสั่ง โดยเดินทางมาที่ บก.ตชด.ภาค 1 ดังนี้ กก.ตชด.11, 12 สามารถเคลื่อนย้ายมาถึงภายใน 4 ชั่วโมง กก.ตชด.14 สามารถเคลื่อนย้ายมาถึงภายใน 6 ชั่วโมง และ กก.ตชด.13 สามารถเคลื่อนย้ายมาถึงภายใน 3 ชั่วโมง

โดยล่าสุดรายงานข่าวจากดีเอสไอเปิดเผยว่า ดีเอสไอได้ขออนุมัติหมายค้นจากศาลแล้ว คาดว่าจะสามารถเข้าปฏิบัติการได้ภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งการเข้าตรวจค้นตามหมายค้นและหมายจับครั้งนี้จะขอให้ พศ.และเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ในฐานะเจ้าพนักงานปกครองฝ่ายสงฆ์ เข้าร่วมปฏิบัติการด้วย เพื่อให้ทำหน้าที่ชี้แจงทำความเข้าใจกับมวลชนที่อาจขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ วันที่ 12 ธันวาคม ดีเอสไอจะประชุมแผนปฏิบัติการเป็นการภายในอีกครั้ง เพื่อซักซ้อมทำความเข้าใจแนวปฏิบัติอย่างรอบคอบ ป้องกันไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด โดยขอกำลังสนับสนุนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อช่วยดูแลความเรียบร้อยระหว่างปฏิบัติการ รวมถึงบันทึกภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นขณะการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ขณะที่ ดีเอสไอจะรับผิดชอบการเข้าค้นภายในพื้นที่ตามหมาย

สำหรับที่บริเวณประตูทางเข้าวัดพระธรรมกาย เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของวัดปฏิบัติหน้าที่อย่างแน่นหนาและรัดกุม โดยรถทุกคันที่ผ่านเข้าออกต้องลดกระจกลงเพื่อตรวจตรา ส่วนเวลากลางคืนให้ปิดไฟหน้ารถ และเปิดไฟในห้องโดยสาร เพื่อให้สังเกตเห็นชัด ลักษณะเดียวกับที่ปฏิบัติในค่ายทหารหรือหน่วยงานความมั่นคงหลายแห่ง