สุดสลด! แม่กลับบ้านไม่เจอลูกชาย พบเพียงสุนัขเฝ้าหน้าห้อง พังประตูพบลูกชายแขวนคอเสียชีวิตแล้ว

แม่เลิกงานกลับบ้านไม่เจอลูกชาย พบเพียงสุนัขของลูกเฝ้าหน้าห้องไม่ห่าง พร้อมเห่าท่าทีแปลกๆ เอะใจเคาะประตูเรียกลูกพบว่าห้องล็อก ตัดสินใจพังประตูดูถึงกับเข่าอ่อนพบลูกชายผูกคอเสียชีวิตแล้ว

เรื่องราวสุดสลดในครั้งนี้เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 22 ก.พ. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.ท.หญิง ศุภนันท์ จิตรเนียม รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ได้รับแจ้งว่ามีคนผูกคอตนเองภายในห้องนอนของบ้านพักแห่งหนึ่งย่านหมู่ที่ 1 ตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ จึงพร้อมด้วยชุดสืบสวนและเจ้าหน้าที่กู้ภัยป่อเต็กตึ๊งเดินทางไปตรวจสอบ

จากการตรวจสอบภายในบ้านพักหลังดังกล่าวที่ชั้น 2 พบว่ามีสุนัขเพศผู้ชื่อเจ้าบัวขาว อายุประมาณ 1 ปี นั่งเฝ้าหน้าห้องไม่ห่าง เจ้าหน้าที่ต้องให้ญาตินำตัวสุนัขไปไว้ยังจุดอื่นเพื่อเข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุ โดยจากการตรวจสอบภายในห้องดังกล่าว พบศพ นายจีรภัทร อายุ 18 ปี สวมกางเกงยีนสีน้ำเงิน สวมเสื้อโปโลสีดำ และสวมรองเท้าผ้าใบสีดำ โดยใช้เชือกไนล่อนผูกคอตนเองกับคานเหล็กของหลังคาโดยมีตู้ลำโพงล้มอยู่ปลายเท้า ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นตู้ลำโพงที่ผู้เสียชีวิตรายนี้ใช้ยืนผูกคอ จากการตรวจสอบไม่พบบาดแผลและร่องรอยการถูกทำร้ายแต่อย่างใด คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ชั่วโมง

สอบถามไปยังคุณแม่ของผู้เสียชีวิต คุณแม่เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ลูกชายเพิ่งเรียนจบที่จังหวัดเพชรบูรณ์ซึ่งเป็นบ้านเกิดได้ไม่นาน ระยะหลังมานี้มักบ่นกับตนเองและยายเสมอว่าเครียดและน้อยใจแฟนสาวที่คบกันมานาน ฝ่ายหญิงได้ตีตัวออกห่างทำให้ลูกชายเกิดความเครียดจึงขอมาหางานทำที่จังหวัดสมุทรปราการ ตนเองจึงไปรับมาอยู่ด้วย

โดยในวันนี้ทราบเพียงว่าลูกชายซึ่งไปสมัครงานไว้และจะเข้าทำงานวันแรก ตนเองก็ไม่ได้เอะใจอะไรและออกไปทำงานปกติ กระทั่งช่วงสายลูกชายโทรศัพท์ไปแจ้งว่าจะกลับมาบ้านพักเนื่องจากวินจักรยานยนต์รับจ้างไปส่งที่บริษัทไม่ถูก ตนจึงบอกให้กลับมาพักผ่อน จนกระทั่งเลิกงานกลับมาเห็นบ้านเงียบผิดปกติ ตะโกนเรียกลูกชายไม่มีเสียงตอบและพบเจ้าบัวขาวสุนัขที่ลูกชายเลี้ยงมาแต่เล็กนั่งเฝ้าและเห่าหอนอยู่ที่หน้าห้องของลูกชาย นึกเอะใจไปเคาะประตูเรียกแต่ไม่ตอบ จึงพังประตูเข้าไปก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อพบว่าลูกชายผูกคอเสียชีวิตแล้ว หลังจากตั้งสติได้จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบดังกล่าว

ขณะที่คุณยายวัย 70 ปี ยายของผู้เสียชีวิตออกมาระบุว่า ก่อนหน้านี้ไม่กี่วันหลานชายได้ขอไปนอนด้วยและเอ่ยปากถามตนเองว่า หากตัวเองตายไปยายจะทำเช่นไรและจะอยู่ได้ไหม ซึ่งตนเองก็ไม่คาดคิดว่าจะเป็นคำพูดลางบอกเหตุในครั้งนี้ของหลานชาย

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงบันทึกประจำวันในเบื้องต้น ทางครอบครัวไม่ติดใจสาเหตุการตาย ส่วนแรงจูงใจการก่อเหตุในครั้งนี้สันนิษฐานว่า เกิดจากความน้อยใจแฟนสาวที่คบกันมาหลายปีและถูกตีตัวออกห่างในระยะหลังนี้ จึงเกิดความเครียดตัดสินใจผูกคอตนเองเสียชีวิตในครั้งนี้ อย่างไรก็ตามได้มอบร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้งที่สถาบันนิติเวช ร.พ.ตำรวจ

เปิดคลังอาหาร ”ธรรมกาย” โต้พระมุสา แฉ! พระเปิบเมนูสุดอลัง โซเชียลถาม วัดหรือโรงแรม?

โลกโซเชียลจับพิรุธวัดพระธรรมกาย พบโรงครัวกักตุนอาหารไว้เป็นจำนวนมาก พร้อมเมนูสุดอลังการ ไม่ได้อดอยากตามที่พระลูกวัดกล่าวอ้าง

ภายหลังที่พระสนิท วุฒิวังโส วัดพระธรรมกาย ออกมาเปิดเผยว่า อาหารที่สะสมไว้ภายในวัดพระธรรมกายเริ่มลดจำนวนลง ส่งผลให้พระและลูกศิษย์บางรายเริ่มอ่อนล้าลง จึงอยากให้ทางรัฐบาลยกเลิกการใช้มาตรา 44 นั้น ปรากฏว่าเมื่อเรื่องราวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ได้มีความเห็นผ่านทางสังคมออนไลน์เป็นจำนวนมาก

โดยผู้ใช้เว็บไซต์พันทิพรายหนึ่งได้ตั้งกระทู้เพื่อตอบโต้คำกล่าวอ้างของที่พระสนิท วุฒิวังโส อย่างดุเด็ดเผ็ดมัน พร้อมระบุว่า คำพูดดังกล่าวถือเป็นคำมุสาอย่างชัดเจน เพราะเมื่อเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ และสื่อมวลชนไปตรวจสอบอาคารคุณรัตนอุบาสิกาจันทร์ขนนกยูง หรือที่เรียกว่า “หอฉันคุณยายจันทร์”

ปรากฏว่า วัดพระธรรมกายได้กักตุนเสบียงไว้ในโกดังที่อยู่ภายในหอฉันคุณยายจันทร์ เป็นจำนวนหลายสิบตัน และโรงครัวขนาดใหญ่โตมโหฬารที่มีมูลค่าถึง 650 ล้านบาท ซึ่งหากกล่าวตามพระธรรมวินัย ต้องถือว่าอาบัติ เนื่องจากคำสอนของพระพุทธองค์ ทรงไม่อนุญาตให้ภิกษุเก็บอาหารกักตุนไว้ข้ามคืน

อย่างไรก็ตาม กระทู้ดังกล่าวยังได้เผยแพร่ภาพ จำนวนอาหารที่สะสมอยู่ภายในโรงครัวยังมีอยู่เป็นจำนวนมากทั้งข้าวสารและของแห้ง

นอกจากนี้ยังพบเมนูอาหารประจำวันทั้งเช้าเพล อาทิ วันอาทิตย์มื้อเช้า จะเป็นเมนูข้าวต้มซี่โครงหมูเห็ดหอม ส่วนมื้อเพลจะมีอาหารถึง 4 อย่างประกอบด้วย ไก่บ้านต้มขมิ้น น้ำพริกปลาดุกฟูผักสด หมูแดงหมูกรอบกุนเชียงไข่ต้ม ผัดยอดฟักแม้วไฟแดง

วันจันทร์เช้า จะเป็นเมนูเส้นหมี่เย็นตาโฟเกี๊ยวกรอบ และมื้อเพลจะมีอาหาร 4 อย่างเช่น ไข่พะโล้เต้าหู้พ่วงคากิ น้ำพริกหนุ่มผักสด ปลาทัปทิมสมุนไพร ผัดเผ็ดสามสหายน้ำ

วันอังคาร จะมีเมนูมื้อเช้าคือข้าวต้มไก่ธัญพืช ส่วนเมนูเพลจะประกอบด้วยอาหาร 4 อย่างเช่นกันประกอบด้วย แกงคั่วหอยขมใบชะพลู ยำวุ้นเส้นผักรวม ไข่ลูกเขยทรงเครื่อง ผัดฉ่าลูกชิ้นปลากราย เป็นต้น

ทั้งนี้ ภายหลังกระทู้ดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ออกไป มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก โดยต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นี่คือวัด โรงแรม หรือห้างสรรพสินค้ากันแน่ ดังนั้นข่าวที่ว่าวัดพระธรรมกายขาดอาหาร พระออกบิณฑบาตไม่ได้ จึงไม่ใช่ความจริง

ชาวบ้านแจ้งจับสาวใหญ่ อ้างถูกล็อตเตอรี่ 60 ล้าน ในข้อหาฉ้อโกง

แจ้งจับสาวใหญ่ชาวสุพรรณฯ ที่เคยเป็นข่าวโด่งดัง หลังถูกลอตเตอรี่ รางวัลที่ 1 จำนวน 10 คู่ รับทรัพย์ 60 ล้าน ในข้อหาฉ้อโกง หลังพบว่าถูกหลอกให้เป็นสมาชิกสมาคมฌาปนกิจ แต่กลับไม่มีอยู่จริง ล่าสุด ตร.ทำหนังสือสอบถามกองสลากฯ ว่าผู้ถูกกล่าวหาถูกรางวัลที่ 1 จริงหรือไม่

ผู้สื่อข่าวได้ไปตรวจสอบที่บ้านของ นางศิริพร สุภัทรธี อายุ 48 ปี หมู่ 3 ต.ไผ่กองดิน อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี สาวดวงเฮงที่อ้างว่าถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่ 1 เลข 377712 งวดประจำวันที่ 30 ธันวาคม 2559 จำนวน 10 คู่ได้รับเงินรางวัล 60 ล้านบาท ที่อาคารพาณิชย์ 3 ชั้น 1 ห้อง แต่ประตูถูกปิดเงียบ กระทั่งต่อมาเวลา 21.00 น. นายกิตติคุณ สังข์สุวรรณ อายุ 31 ปี บุตรชายนางศิริพรได้ขี่รถจักรยายนต์มากับเพื่อนชาย 1 คน

นายกิตติคุณ เล่าว่า นางศิริพร มารดาได้ใช้ให้มานอนเฝ้าบ้าน หลังจากมารดาได้ไปรำแก้บนรอบวิหารหลวงพ่อโตวัดป่าเลไลยก์วรวิหาร 99 รอบ และได้ว่าจ้างวงดนตรี น้าแอ๊ด คาราบาว มาทำการแสดงแก้บน หลังจากนั้นมารดาได้ออกจากบ้านไปพร้อมกับ นายเสนาะ ซึ่งเป็นพ่อเลี้ยง ตอนนี้ตนก็ไม่ทราบว่ามารดาไปอยู่ที่ไหน

ปกติมารดาจะติดต่อมาทางโทรศัพท์เป็นบางครั้งเท่านั้น ตอนนี้อยากให้มารดากลับมาอยู่บ้าน ส่วนเรื่องที่เป็นข่าวเกี่ยวกับมารดาถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 จำนวน 10 คู่นั้น ตนก็เคยเห็นล็อตเตอรี่จริงๆ แต่ไม่ทราบว่ามารดาไปรับเงินรางวัลแล้วหรือไม่

ขณะที่ พ.ต.ท.นิยม แตงโสภา รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.บางปลาม้า เปิดเผยว่าได้รับแจ้งจากผู้เสียหาย 2 ราย ว่าถูกนางศิริพร สุภัทรธี สาวที่อ้างว่าเป็นตัวแทนบริษัทขายประกันชีวิต ถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่ 1 จำนวน 10 คู่ จะได้รับเงินรางวัล 60 ล้านบาท ฉ้อโกงเงิน

นางศิริพร หลอกว่าเป็นตัวแทนทำฌาปนกิจ ถ้าลูกค้าคนไหนสมัครสมาชิกจะได้รับผลตอบแทนหลายเท่าตัว ซึ่งได้มีผู้เสียหายหลายรายที่หลงเชื่อได้ทำฌาปนกิจ แต่พอผู้เสียหายตรวจสอบจึงทราบว่า ไม่มีสมาคมฌาปนกิจที่นางศิริพรอ้างแต่อย่างใด

เบื้องต้นทราบว่ามีผู้เสียหายหลายรายทั้งในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี อ่างทอง และ พระนครศรีอยุธยา ล่าสุดทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งกับทางผู้เสียหายที่ถูกหลอกให้รวบรวมหลักฐาน แล้วรวมกันเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่ สภ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี

ส่วนกรณีที่นางศิริพร กล่าวอ้างว่าถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 ได้เงิน 60 ล้านบาทนั้น ทางพนักงานสอบสวน สภ.บางปลาม้า ได้ทำหนังสือสอบถามไปยังสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลว่าถูกจริงหรือไม่

โอละพ่อ! เงินปริศนา 8 แสนเข้าบัญชีสาว ที่แท้เป็นค่าสินสอด

สาวออกโรงชี้แจง หลังตกใจอยู่ๆ เงิน 8 แสนบาทโอนเข้าบัญชี แต่สุดท้ายน่าจะเป็นค่าสินสอด จากแฟนหนุ่มบังกลาเทศ ตามสัญญาผ่อนจ่ายให้ครบ 1 ล้านบาท

จากการที่ น.ส.ธัญญธร แซ่เฮง อายุ 31 ปี สาวร้านเสริมสวยย่านซอยนานา เดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เนื่องจากมีเงินก้อนปริศนา จำนวนถึง 800,000 บาท โอนเข้ามาในบัญชีธนาคารของตัวเอง

ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีนี้ด้วยได้ถูกเปิดเผยว่า อาจจะเป็นเงินค่าสินสอดที่ยังค้างกับ น.ส.ธัญญธร เป็นเงิน 1 ล้านบาท แต่แบ่งจ่ายไปแล้ว 200,000 บาท และค้างอยู่อีก 800,000 บาทตามจำนวนที่โอนเข้าบัญชีธนาคารของ น.ส.ธัญญธร

น.ส.ธัญญธร เปิดเผยเรื่องนี้ว่าตนได้รู้จักและคบหากับ หนุ่มนักธุรกิจชาวบังคลาเทศ อายุ 40 ปี หรือที่ตนเรียกว่า มิสเตอร์ชาบู จนกระทั่งได้ตกลงปลงใจจดทะเบียนเข้าศาสนาอิสลามกับแฟนหนุ่ม พร้อมกับเรียกสินสอดเป็นเงิน 1 ล้านบาท

โดยที่ มิสเตอร์ชาบู ได้แบ่งจ่ายมาแล้วบางส่วนเป็นเงิน 200,000 บาท ยังคงค้างอีก 800,000 บาท ก่อนหน้านี้ได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานไว้ที่ สน.ลุมพินี โดยในบันทึกประจำวันระบุว่า ต้องชำระเงินอีก 800,000 บาท ภายในวันที่ 2 เมษายน 2560 หากมิสเตอร์ชาบูหาเงินมาให้ครบตามสัญญา น.ส.ธัญญธร จะต้องจะเบียนสมรสให้ถูกต้องตามกฎหมายของไทย

แต่หากจ่ายไมทันตามกำหนด มิสเตอร์ชาบู จะยินยอมให้ น.ส.ธัญญธร พ้นสถานะจดทะเบียนทางศาสนา นอกจากนี้หาก น.ส.ธัญญธร รับเงินแล้วไม่ไปจดทะเบียนสมรสให้ถูกต้องตามกฎหมายไทย น.ส.ธัญญธร ยินยอมให้ฟ้องร้องค่าเสียหายทางแพ่งเป็นเงิน 100 ล้านบาท และฟ้องทางคดีอาญาจนถึงที่สุด

ซึ่งขณะที่มีเงินสดเข้ามาในบัญชี 800,000 บาท ตนยืนยันว่าไม่ได้รับข้อความหรือหลักฐานใดๆ ที่ยืนยันการโอนเงินจากมิสเตอร์ชาบู ทำให้ไม่มั่นใจในเงินจำนวนดังกล่าว แต่หากว่าทาง มิสเตอร์ชาบู เจ้าของเงินออกมายืนยันว่าเป็นเงินค่าสินสอดส่วนที่ยังค้างอยู่ ตนเองก็ไม่ขอรับเงินจำนวนนี้ และขอคืนเงินจำนวนทั้งหมด 1 ล้านบาทต่อหน้าสื่อก็ได้

เนื่องจากหลังจากที่ตนเข้าไปอยู่กินฉันสามีภรรยาเป็นเวลา 3 วัน ไม่สามารถทนกับพฤติกรรมส่วนตัวของ มิสเตอร์ชาบู จึงขอคืนเงินค่าสินสอดทั้งหมด เพื่อแลกกับอิสรภาพของตนเอง เพราะทุกวันนี้ ทางมิสเตอร์ชาบู ได้พยายามส่งตัวแทนมาเจรจาให้คนยินยอมแต่งงาน จนตนเองวิตกกังวลแทบจะไม่ได้ทำการทำงานเลย

อุตุฯเตือนไทยอากาศแปรปรวน23-25ก.พ. อีสานตอ.ฝนตก

กรมอุตุนิยม เตือน ประเทศไทยอากาศแปรปรวน23-25ก.พ. ภาคอีสาน ภาคตะวันออกฝนฟ้าคะนอง ภาคใต้ตกเพิ่ม กทม.-ปริมณฑล มีเมฆบางส่วนเช้ามีหมอก

กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนอุณหภูมิจะสูงขึ้นอีก 1-2 องศาเซลเซียส กับมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่ เว้นแต่บริเวณภาคเหนือตอนบน อุณหภูมิจะลดลงเล็กน้อย ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกหนาไว้ด้วย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังอ่อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอุณหภูมิสูงขึ้น กับมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่ เว้นแต่บริเวณภาคเหนือตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลงเนื่องจากมีกระแสลมฝ่ายตะวันตกในระดับบนพัดเข้ามาปกคลุม สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและ

ภาคใต้มีกำลังอ่อน อนึ่ง ในช่วงวันที่ 23-26 กุมภาพันธ์ 2560 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและทะเลจีนใต้ ทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นอากาศจะ

หนาวเย็นลง และอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยตอนล่างจะมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 24-27 กุมภาพันธ์ 2560

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆบางส่วน กับมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่และอุณหภูมิสูงขึ้น 1-2 องศาเซลเซียสอุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียสลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

สารวัตรหึงโหด เจอภาพบาดตา ยิงเมียดับพร้อมเพื่อนชาย 2 ศพ

(22 ก.พ.) เวลาประมาณ 17.30 น. ได้เกิดเหตุยิงกันเสียชีวิต บริเวณร้านกาแฟภายในปั๊มน้ำมัน ตำบลหัวทะเล อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา บริเวณที่นั่งระเบียงของร้านพบร่างผู้เสียชีวิต 2 ศพ คือ นายพงษ์พัฒน์ อายุ 59 ปี อาชีพทนายความ และนางจุฑาทิพย์ อายุ 45 ปี ข้าราชการครู ส่วนมือปืนผู้ก่อเหตุเป็นชาย สวมหมวกกันน็อค และมีพลเมืองดีเห็นขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปหลังก่อเหตุ

ซึ่งในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา สามารถติดตามสกัดจับกุมคนร้ายรายนี้ไว้ได้ที่บริเวณทางข้ามรถไฟ ด้านหลังโรงแรมปัญจดารา เขตเทศบาลนครนครราชสีมา ขณะกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี ทราบชื่อคนร้ายที่ก่อเหตุคือ พันตำรวจโท เอกพงษ์ อายุ 48 ปี สารวัตรฝ่ายอำนวยการ 2 ตำรวจภูธรภาค 3 พร้อมด้วยอาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 มม. โดยมีลูกกระสุนปืนคาแมกกาซีนเหลืออยู่อีก 1 นัด

จากการสอบสวนเบื้องต้นพันตำรวจโทเอกพงษ์ให้การรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนพกสั้นยิงนายพงษ์พัฒน์ และนางจุฑาทิพย์ ซึ่งเป็นภรรยาของตนเองจริง สาเหตุเนื่องจากเรื่องชู้สาว โดยก่อนหน้านี้พันตำรวจโทเอกพงษ์อ้างว่า เคยจับได้ว่าภรรยาของตัวเองแอบไปเป็นกิ๊กกับนายพงษ์พัฒน์ และเคยห้ามไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกันมาแล้วหลายครั้ง

จนกระทั่งก่อนเกิดเหตุทราบว่านางจุฑาทิพย์ภรรยาได้แอบมาพบกับนายพงษ์พัฒน์ ตนจึงออกตามหา และพบว่าทั้งคู่แอบมาพบกันที่ร้านกาแฟที่เกิดเหตุ ซึ่งเมื่อตนไปพบจึงเดินเข้าไปใช้อาวุธปืนยิงนายพงษ์พัฒน์ก่อนเป็นคนแรก ก่อนที่จะหันไปยิงภรรยาของตนเองเป็นรายที่สอง จนเสียชีวิตทั้งคู่

ลางบอกเหตุ หนุ่มห้ามแฟนไม่ฟัง ขี่รถไปไม่กี่นาทีประสานงาดับ

หนุ่มเกิดลางสังหรณ์สะกิดใจ ห้ามแฟนสาวไม่ให้ขี่รถออกจากบ้าน แต่อีกฝ่ายไม่ฟัง ไม่กี่นาทีได้ยินข่าวรถชนประสานงาเสียชีวิตคาเสาไฟฟ้า

(21 ก.พ.) เมื่อคืนที่ผ่านมา พ.ต.ต.ธีทัต ตรุณจันทร์สารวัตร(สอบสวน)สภ.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี รับแจ้งอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกันมีผู้บาดเจ็บสาหัส 3 รายเสียชีวิต 1 ราย เหตุเกิดบริเวณแยกทางรถไฟชัยพฤกษ์ 2 ม.12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยารุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบจักรยานยนต์ยามาฮ่า มีโอ 125 สีน้ำเงิน หมายเลขทะเทียน อคก 544 กรุงเทพ ชนกับจักรยานยนต์ซูซูกิ เบส สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน อยู่ในสภาพพังยับเยินทั้ง 2 คัน ตรวจสอบพบผู้บาดเจ็บนอนเจ็บอยู่หลายราย

รายแรกได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนจะทนพิษบาดแผลไม่ไหว ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทราบชื่อคือ นางดาว อายุ 28 ปี สัญชาติกัมพูชา ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 3 ราย เป็นชาย 2 คนและหญิงสาวชาวกัมพูชาอีกคน ซ้อนจักรยานยนต์ของผู้ตายมาอีก 1 คน มีบาดแผลฉีกขาดขนาดใหญ่ที่ศีรษะและแผลถลอกตามร่างกาย เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนเคลื่อนย้ายส่งโรงพยาบาลบางละมุง

จากการสอบถาม นายมีชัย ไพร์เมธรเล็ก อายุ 44 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่า ผู้ตายขับขี่จักรยานยนต์มุ่งหน้าข้ามถนนแยกทางรถไฟ ส่วนผู้บาดเจ็บได้ขับขี่มาตามถนนเลียบทางรถไฟด้วยความเร็วสูง เมื่อถึงจุดเกิดเหตุที่เป็นจุดตัดทางแยก จึงเกิดการชนเข้าอย่างจัง ทำให้รถของผู้ตายและร่างกระเด็นไปฟาดกับเสาไฟส่องสว่าง ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในที่สุด

เบื้องต้นได้บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน พร้อมจะขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริง ส่วนร่างผู้เสียชีวิตได้มอบให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯเก็บรักษายังโรงพยาบาลบางละมุง เพื่อรอให้ญาติติดต่อรับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีทางศาสนาต่อไป

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวยังรายงานอีกว่า หลังเกิดเหตุแฟนหนุ่มของผู้ตายเดินทางมาถึง เมื่อเห็นเหตุการณ์ก็ต้องหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความเสียใจ โดยให้การว่าก่อนเกิดเหตุก็เพิ่งจะห้ามไม่ให้แฟนสาวขับขี่รถออกมา เพราะรู้สึกเป็นห่วงอย่างบอกไม่ถูก เหมือนมีลางสังหรณ์ว่าจะเกิดเหตุไม่ดีขึ้น กระทั่งมาทราบข่าวว่าแฟนสาวเสียชีวิตในที่สุด จึงเสียใจที่ห้ามเอาไว้ไม่ได้

พ่อค้าแทบช็อก ลูกค้าสั่งพวงมาลัย 1.1 ล้านพวง แก้บนหลวงพ่อทันใจ

พ่อค้าแทบช็อก ลูกค้าสั่งพวงมาลัยดอกมะลิ 1.1 ล้านพวง แก้บน เจ้าของร้านดอกไม้ยืนยันเรื่องจริง แต่ลูกค้าขอเลื่อนไม่อยากเป็นข่าว

หลังจากที่ก่อนหน้านี้เจ้าของร้านพวงมาลัยดอกมะลิ บริเวณทางขึ้นวัดพระธาตุดอยคำ ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ สร้างความฮือฮาด้วยการเปิดเผยว่ามีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่สั่งทำพวงมาลัยดอกมะลิเพื่อแก้บนหลวงพ่อทันใจที่วัดพระธาตุดอยคำเป็นจำนวนถึง 1.1 ล้านพวงมากที่สุดเป็นประวัติการณ์เท่าที่เคยมีการแก้บนมา ซึ่งการแก้บนมีขึ้นหลังจากมารดาของข้าราชการคนดังกล่าวหายไปตามที่ได้บนขอไว้

ล่าสุด นายอ๊อด เจ้าของร้านป้าศิลป์ดอกไม้สด บริเวณทางขึ้นวัดพระธาตุดอยคำ ยืนยันว่าได้รับการติดต่อให้จัดทำพวงมาลัยดอกมะลิทั้งหมด 1.1 ล้านพวงตามที่เป็นข่าว โดยมีการติดต่อไว้ล่วงหน้าราว 1 เดือน แต่เมื่อต้นเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา กลับปรากฏเป็นข่าวตามสื่อต่าง ๆ ทำให้ข้าราชการคนนี้ไม่สบายใจเพราะไม่ต้องการเป็นข่าว จึงโทรศัพท์มาเลื่อนการแก้บนไปโดยไม่มีกำหนด ซึ่งทางร้านก็ยินดีผลิตพวงมาลัยดอกมะลิได้ทันทีที่มีการยืนยันวันเวลาแก้บนมา คาดว่าอาจสั่งทำในช่วงเดือนเมษายนเนื่องจากเป็นช่วงที่ดอกมะลิออกดอก ไม่ขาดตลาดเหมือนในช่วงนี้

สำหรับราคาพวงมาลัยดอกมะลิ นายอ๊อดยืนยันว่ายังไม่มีการกำหนดราคาตามที่เป็นข่าว เพราะจะต้องดูราคาหน้าสวน เนื่องจากดอกมะลิมีราคาขึ้นลงแบบวันต่อวันทั้งนี้ยอมรับว่าเป็นการแก้บนครั้งใหญ่ที่สุดที่เคยเกิดขึ้นที่วัดพระธาตุดอยคำ พร้อมยืนยันว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์ ในการผลิตพวงมาลัยดอกมะลิทั้งหมด 1.1 ล้านพวง

ร้องศูนย์ดำรงธรรมอุดรเด็กม.3ถูกผ.อ.ตบบ้องหู

ผู้ปกครองม.3 โรงเรียนดังอ.บ้านผือ ร้องศูนย์ดำรงธรรม ถูก ผ.อ.ตบบ้องหู เหตุทำประตูห้องน้ำพัง

ที่ศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดอุดรธานี นางขณิฐา อายุ 34 ปี นางจันทิรา อายุ 38 ปี ชาวบ้าน อ.บ้านผือ จ.อุดรธานีพร้อมด้วยญาติ นำเด็กชายเอ นามสมมุติ อายุ 14 ปี และ นายบี นามสมมุติ อายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนแห่งหนึ่ง มายื่นหนังสือร้องเรียนกับ นายกฤษณชานนท์

อุทัยเลี้ยง ผู้ช่วยหัวหน้าศูนย์ดำรงธรรม จ.อุดรธานี ในกรณีที่ถูก ผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าวใช้มือตบที่หูเด็กนักเรียนทั้งสองคน จนได้รับบาดเจ็บต้องหยุดเรียนเพื่อรักษาอาการปวดหู ทางป้าเด็กชายเอ นามสมมุติ เปิดเผยว่า หลานเล่าให้ฟังว่า ผ.อ. รร.คนดังกล่าว

เรียกให้เด็กชายเอ นามสมมุติ และ นายบี นามสมมุติไปพบที่ใต้ต้นไม้ข้างเสาธงเพื่อสอบถาม ถึงกรณีที่ทั้ง 2 คน ทำประตูห้องน้ำเสียหาย จากการหยอกล้อกัน แต่เมื่อไปพบ ผ.อ.ได้ใช้มือตบไปที่บริเวณหูขวาทั้ง 2 คน จนได้รับบาดเจ็บ จนผู้ปกครองพาไปร.พ.ศูนย์อุดรธานี เบื้องต้นหมอได้ลงความเห็นว่าแก้วหูทั้ง 2 คน มีอาการอักเสบ และภายในหู มีเลือดซึมออกมา จึงต้อง

ทำการรักษาอย่างต่อเนื่อง ทางผู้ปกครองจึงไปพบ ผ.อ. เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง แต่ปรากฏว่าทาง ผ.อ.ไม่ได้ชี้แจงอะไรเลย โดยมอบให้อาจารย์ฝ่ายปกครองทำการชี้แจงแทน ทำให้ตนและผู้ปกครองของเด็กทั้ง 2 คน ไม่พอใจ จึงได้ไปแจ้งความกับ พ.ต.ต.อัมพร ปลัดพรมมา สารวัตร

(สอบสวน) สภ.บ้านผือ เป็นหลักฐานและเดินทางมาร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมดังกล่าว
นายกฤษณชานนท์ เผยว่า จะประสานไปทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเขต4 (อุดรธานี) ให้เรียกทั้ง ผ.อ.และผู้ปกครองมาสอบถามข้อเท็จจริงที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.อุดรธานี อีกครั้ง

ทหารตั้งแนวรับถ.คลองหลวงตรงข้ามวัดพระธรรมกาย

เจ้าหน้าที่ทหารตั้งแนวรับถนนคลองหลวงตรงข้ามวัดธรรมกาย ป้องกันพระและศิษย์ฝ่าแนวกั้นข้ามไปเข้าร่วม

เจ้าหน้าที่ทหารได้นำกำลังหลายสิบนายมายืนเป็นแถว ตั้งเป็นแนวรับตลอดถนนคลองหลวงขาเข้าฝั่งตลาดกลางคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ตั้งแต่ช่วงเย็นที่ผ่านมา เพื่อดูแลความเรียบร้อยและป้องกันไม่ให้กลุ่มพระและศิษย์ของวัดพระธรรมกายจำนวนมาก ที่เดินทางกันมาปักหลัก

ค้างคืนบริเวณตลาด บุกข้ามไปวัดพระธรรมกายตามที่มีกระแสข่าว เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ยังไม่อนุญาตให้พระและศิษย์วัดพระธรรมกายเข้าไปภายใน เพราะเป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษตาม ม.44 ของ คสช.

โดยจากการสำรวจพบว่า พระและศิษย์ของวัด มีการตั้งเต็นท์สำหรับให้พระและศิษย์วัดพระธรรมกายได้นั่งสวดมนต์ทำกิจกรรม โดยมีพระสงฆ์สลับกันนำสวดมนต์และเทศนาธรรมอยู่ในบริเวณดังกล่าวตลอดทั้งวัน และจากการสังเกตยังพบว่ามีการรวบรวมอาหารและเสบียงจำนวน

มาก ซึ่งมีผู้นำมาบริจาคและทำบุญกับทางวัดพระธรรมกาย โดยพระและศิษย์ของวัดที่ปักหลักในจุดนี้ส่วนใหญ่เดินทางมาจากต่างจังหวัด รวมถึงต่างประเทศแต่ไม่สามารถเข้าไปด้านในได้จึงมารวมกันอยู่ในจุดนี้ ซึ่งเป็นพื้นที่นอกเหนือการควบคุมตาม ม.44

ขณะที่ สภาพการจราจรบริเวณถนนคลองหลวงทั้งขาเข้าและขาออก การจราจรชลอตัวบางจุด เนื่องจากมีด่านตรวจความมั่นคงของเจ้าหน้าที่และบางส่วนได้หยุดชะลอดูความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้น โดยภาพรวมยังเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ยังไม่มีเหตุการณ์เผชิญหน้าเกิดขึ้นแต่อย่างใด