ระวัง!! อย่าแช่โซดาในถังน้ำแข็ง หลังทิ้งไว้กลางแดดนาน เหตุอันตรายระเบิดได้

สาวใหญ่เอาขวดโซดาไปแช่ในกระติกน้ำแข็งเกิดระเบิดจนปากฉีก เย็บบาดแผลทั้งหมด 23 เข็ม

รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ จ.สมุทรปราการ ได้เกิดเหตุสุดระทึกขึ้น เมื่อมีหญิงคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บจากเหตุขวดโซดาระเบิดแตกใส่หน้า หลังจากที่เขานำโซดาที่ทิ้งไว้กลางแดดไปลงแช่ในถังน้ำแข็งทันที ทราบชื่อผู้บาดเจ็บต่อมาคือ น.ส.สมรักษ์ ขุนทด ได้รับบาดเจ็บที่ปากถูกเย็บถึง 23 เข็ม

ทั้งนี้จากการสอบถามนายนาวี ขุนทด สามีขแงผู้บาดเจ็บ ได้ความว่า ก่อนเกิดเหตุตนและเพื่อนๆ ได้ตั้งวงดื่มสุราอยู่หน้าบ้านเพื่อฉลองและเล่นน้ำในสงกรานต์วันไหลพระประแดง จากนั้นตนได้วานให้ภรรยานำโซดาที่ซื้อมาไว้แช่ในกระติกน้ำแข็งเพื่อให้น้ำโซดามีความเย็น

แต่ขณะที่นำขวดโซดาลงแช่ลงในกระติกน้ำแข็งอยู่นั้นสิ่งที่ไม่คาดคิดว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นขวดโซดาที่แช่ได้ระเบิดอย่างรุนแรงจนขวดแตกเศษแก้วได้กระเด็นไปบาดที่ริมฝีปาก ใต้คาง ของภรรยาจนฉีกขาดและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

พิจิตรส่อแล้ง-อ.สามง่าม หนักชลประทานวอนเลื่อนทำนา

จังหวัดพิจิตรส่อแล้ง หนักสุดใน อ.สามง่าม ชลประทานขอเลื่อนทำนาปรัง เหตุเสี่ยงขาดแคลนน้ำ

นายทินกร รัตนพัวพันธ์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานพิจิตร (ผคป.พิจิตร) เปิดเผยกับสำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น.ว่า ขณะนี้ จ.พิจิตร แม้ว่าจะยังไม่มีพื้นที่ใดประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้ง แต่ก็พบว่าทั้ง 12 อำเภอ เริ่มมีบางจุดขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรแล้ว แต่จะเป็นในรูปแบบที่กระจายตัวทั่วทั้งจังหวัด หนักสุดใน อ.สามง่าม

สาเหตุมาจากเกษตรกรลงมือเพาะปลูกล่าช้า เพราะก่อนหน้านี้ประสบปัญหาเรื่อง ศัตรูพืช (แมลงบั่ว) บุกกัดกินทำลายข้าวในนาได้รับความเสียหาย จึงต้องทำการไถกลบปรับพื้นที่ใหม่ ประกอบกับแหล่งน้ำสำรองที่มี ปัจจุบันอยู่ในเกณฑ์จำกัด ไม่สามารถส่งให้เกษตรกรเพื่อทำการเพาะปลูกได้อย่างทั่วถึง แต่ในส่วนของน้ำเพื่อการอุปโภค – บริโภค ยืนยันว่ามีเพียงพออย่างแน่นอน

สำหรับ จ.พิจิตร เป็นจังหวัดที่มีภูมิประเทศแบบที่ลุ่ม ทำให้เมื่อถึงฤดูน้ำหลาก (ปลาย ก.ค. – ส.ค.) น้ำจากแม่น้ำต่าง ๆ โดยเฉพาะ แม่น้ำยม จะไหลหลากเข้าท่วมนาข้าว ทำให้ได้รับความเสียหาย โดยช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการเพาะปลูกนั้นคือปลายเดือน พ.ค. เนื่องจาก เป็นระยะเวลาที่ใกล้เข้าสู่ฤดูฝน เมื่อลงมือเพาะปลูกก็จะสามารถเก็บเกี่ยวได้ทันก่อนถึงช่วงฤดูน้ำหลาก

เบื้องต้นทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับชาวนาให้ชะลอการทำนาปรังออกไปก่อน เพราะมีความเสี่ยงสูงที่จะเจอภาวะขาดแคลนน้ำในช่วงที่ข้าวกำลังต้องการ ซึ่งในกรณีที่ไม่มีแหล่งน้ำสำรอง ก็จะทำให้ต้นข้าวแห้งเหี่ยวเฉาตายได้

รวบแล้ว สาวลวงประมูลทอง ผ่านเฟซบุ๊ก ทำสูญเงิน 90 ล้าน

ปอท. รวบ ผู้ต้องหา หลอกผู้เสียหาย 64 รายประมูลทอง หน้าเฟซบุ๊ก สูญเงินกว่า 90 ล้านบาท

พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. แถลงผลการจับกุมตัว น.ส.รนัชชุดา ทองแย้ม อายุ 32 ปี ชาวปทุมธานี ผู้ต้องหาคดี ฉ้อโกงประชาชนและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน

สืบเนื่องจากเมื่อช่วง ปลายปี พ.ศ. 2559 น.ส.รนัชชุดาได้เปิดใช้เฟซบุ๊กชื่อ “รัชชุดา ทองแย้ม” เปิดประมูลและจำหน่ายทองคำให้กับบุคคลทั่วไปในราคาที่ถูกกว่าตลาด โดยอ้างว่าเป็นตัวแทนของห้างทองแห่งหนึ่ง จึงสามารถซื้อขายทองคำได้ในราคาถูกกว่าท้องตลาด แต่มีเงื่อนไขว่าผู้ประมูลจะได้รับทองคำหลังการประมูลทองคำ 15-20 วัน

โดยในหนึ่งวันมีการเปิดประมูล 4-5 ครั้งต่อวัน ในการประมูลแต่ละวันก็มีบุคคลทั่วไปเข้าประมูลและสั่งซื้อทองคำเป็นจำนวนหลายราย ในตอนแรกของการเปิดประมูลและจำหน่ายทองคำหลักจากที่ผู้ซื้อโอนเงินไปก็ได้รับทองคำตามกำหนดที่ได้ตกลงกัน ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

ต่อมา เมื่อประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ผู้เสียหายเริ่มไม่ได้ทองคำตามที่ประมูลได้ เมื่อติดตามทวงก็ได้รับเงินสวดชดเชยแทนอ้างว่าทางห้างทองไม่ส่งทองคำมาให้เนื่องจากติดปัญหาภายใน จนมีผู้เสียหายกว่า 64 รายที่โอนเงินประมูลและซื้อทองคำ แต่ไม่ได้รับทองตามที่ตกลงไว้ มูลค่าความเสียหาย 90 ล้านบาท

ตร.พัทยา ยอมไม่ได้ สั่งล่าในคลิปฉาว อนาจารวันไหลสงกรานต์

ผกก.สภ.เมืองพัทยาสั่งตรวจสอบคลิปฉาววัยรุ่นอนาจารหญิงสาวในวันไหล ยันเอาผิดให้ถึงที่สุด พร้อมให้รางวัลนำจับคนแจ้งเบาะแส

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (21 เม.ย. 60) พ.ต.ท.พงษ์สุรวัฒน์ วงษ์สารัมย์ สารวัตรสืบสวนสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา ได้ออกมากล่าวถึงกรณีที่เกิดคลิปฉาว วัยรุ่นชาย 2 คนกำลังทำอนาจารหญิงสาวรายหนึ่งที่มีอาการคล้ายคนเมาจนไม่ได้สติ ในงานวันไหลสงกรานต์พัทยา จนเกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางอยู่ในขณะนี้ ว่า เหตุที่เกิดขึ้นทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการเอาผิดให้ถึงที่สุด เพราะสร้างความเสื่อมเสียต่อภาพลักษณ์ของประเทศ (อ่านข่าว : แชร์ว่อนคลิป วัยรุ่นชาย 2 คน ทำอนาจารสาว วันไหลสงกรานต์)

วันไหลสงกรานต์, ข่าวพัทยา, ข่าวจังหวัดชลบุรีซึ่งในเบื้องต้นได้นำกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว โดยจุดเกิดเหตุน่าจะอยู่บริเวณหน้าร้านชารีมาร์ ถนนวอร์คกิ้งสตรีท พร้อมทั้งเตรียมประสานภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ร้าน เพื่อตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป และหากมีเบาะแสก็สามารถเข้ามาแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ ที่สายด่วน 1155 โดยมีรางวัลนำจับให้จำนวน 10,000 บาท

ทั้งนี้นอกจากผู้ก่อเหตุที่ปรากฏในคลิปแล้ว ผู้ที่เผยแพร่คลิปวีดีโอดังกล่าวก็จะมีความผิดด้วยฐาน นำภาพลักษณะอนาจารมาเผยแพร่ทำให้ผู้อื่นเสื่อมเสีย อีกทั้งในแง่คุณธรรม จริยธรรม ยังไม่มีจิตใจเอื้อเฟื้อเข้าช่วยเหลือ ทั้งที่เห็นผู้หญิงกำลังถูกกระทำอนาจารต่อหน้า

ปส. จับยาบ้า 1 ล้านเม็ด จ่อลำเลียงลงชายแดนใต้

ตำรวจปราบปรามยาเสพติด จับยาบ้า 1 ล้านเม็ด ค่ากว่า 250 ล้านบาท จ่อลำเลียงลง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

นายพิสิษฐ์ หรือ นายบ่าว ณรงค์ฤทธิ์ อายุ 35 ปี และนายประธาน ชุมแก้ว อายุ 25 ปี ชาว จ.สงขลา ถูกตำรวจปราบปรามยาเสพติด จับกุมบริเวณหน้าห้องพักแสงศรี ถ.พหลโยธิน ระหว่าง กม.ที่ 964-965 ต.ป่าซาง อ.แม่จัน จ.เชียงราย พร้อมด้วยของกลางยาบ้าจำนวน 500 มัดรวมประมาณ 1,000,000 เม็ด

พล.ต.ต.ทนัย อภิชาติเสนีย์ ผู้บังคับการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีขบวนการลักลอบขนยาเสพติดจากพื้นที่ภาคเหนือตอนบน อ.แม่จัน จ.เชียงราย เพื่อส่งไปในพื้น อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยกลุ่มขบวนการจะใช้วีธีการลำเลียงโดยใช้รถบรรทุก 10 ล้อ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้เฝ้าระวังโดยใช้เทคโนโลยีระบบกล้อง REICENPLAS (ไลเซนร์เพลส)

จนกระทั้งพบรถยนต์บรรทุก 10 ล้อ เป้าหมายจึงติดตาม และขอทำการตรวจค้นภายในรถบรรทุกพบ ยาบ้า 1,000,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ จึงคุมตัวผู้ต้องหาส่งดำเนินคดี ทั้งนี้ จากการสอบสวน นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ตนได้ขับรถบรรทุก 10 ล้อ บรรทุกไม้มาจาก อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อนำไม้มาลงที่ อ.พาน จ.เชียงราย และได้มีคนชื่อโรดโทรมาให้ไปรับงานที่ อ.แม่จัน จ.เชียงราย โดยจะจ่ายค่าจ้างให้เป็นเงินจำนวน 400,000 บาทแต่ยังไม่ได้รับเงินก็ถูกจับกุมได้ดังกล่าว

ชาวชุมพรมึน! นายทุนฮุบ ‘ทุ่งเลี้ยงสัตว์นาพญา’ จาก 1,000 ไร่ เหลือ 39 ไร่

ชาวชุมพร มึน! หลังพบความจริงมีนายทุนฮุบ “ทุ่งเลี้ยงสัตว์นาพญา” ที่สงวน จาก 1,000 ไร่ เหลือ 39 ไร่

นายวีระศักดิ์ อายุ 35 ปี อาศัยที่หมู่ 8 ต.นาพญา อ.หลังสวน , นายมณี อายุ 63 ปี อาศัยอยู่หมู่ 9 ต.นาพญา และ นายปรีชา อายุ 73 ปี อาศัยที่หมู่ 8 ต.นาพญา ทั้งหมดมีอาชีพทำสวนปาล์ม เข้าพบผู้สื่อข่าว พร้อมทั้งนำเอกสารเกี่ยวกับที่ดินมาแสดง ด้านนายวีระศักดิ์ ได้นำเอกสารแสดงพื้นที่สาธารณะ “ทุ่งเลี้ยงสัตว์นาพญา” ของ ต.นาพญา อ.หลังสวน จ.ชุมพร ที่ได้มีการออกเอกสารระบุเป็นที่สาธารณะ มีเนื้อที่ 1,000ไร่

พร้อมทั้งนำเอกสารต่างที่แสดงถึงการสูญหายของ “ทุ่งเลี้ยงสัตว์นาพญา” มาแสดง โดยกล่าวว่าหลัง สำนักงานที่ดินชุมพร มีหนังสือถึงพวกตนให้ไปชี้แนวเขตในการรังวัด “ทุ่งเลี้ยงสัตว์นาพญา” เพื่อออกเอกสาร หนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง หรือ นสล เมื่อถึงเวลา ทุกคนก็ได้เดินทางไปพบเจ้าหน้าที่ และ สอบถามรายละเอียด จึงทราบว่า “ทุ่งเลี้ยงสัตว์นาพญา” ที่จะนำไปจด นสล.นั้น มีเนื้อที่เพียง 39 ไร่ 2งาน 2ตารางวาเท่านั้น

ต่อมาได้ไปขอตรวจสอบเอกสารเกี่ยวกับที่ดินสาธารณะ จาก ว่าที่ รต.กิตติภพ รอดดอน นายอำเภอหลังสวน จึงพบว่า “ทุ่งเลี้ยงสัตว์นาพญา” มีพื้นที่มากถึง 1,000 ไร่ จึงขอให้นายอำเภอหลังสวนตรวจสอบก็พบว่า ตามพิกัดของ “ทุ่งเลี้ยงสัตว์นาพญา”ที่ได้ระบุไว้ในเอกสารระบุที่สาธารณะหมู่ที่ 9 ได้กลายเป็นเอกสารสิทธิ์ ประเภท นส.3 ก. บ้าง โฉนดที่ดินบ้าง จำนวนทั้งสิ้น 961 ไร่ โดยแบ่งเป็นแปลงใหญ่ แปลงย่อย มากมายหลายแปลง

แต่ละแปลงมีทั้งนายทุนรายใหญ่ทั้ง ใน อ.หลังสวน จ.ชุมพร และ จังหวัดอื่นๆเป็นผู้ครอบครอง บางแปลงมีการขายเปลี่ยนมือแล้วหลายทอด บางรายเป็นชื่อของ ผู้นำ บ้าง ของ อดีตนักการเมืองท้องถิ่นบ้างเป็นผู้ครอบครอง เมื่อพบว่าเกิดเหตุการณ์ ดังกล่าว ทำเอา ว่าที่ รต.กิตติภพ รอดดอน นายอำเภอหลังสวน ถึงกับออกอาการมึนและรับปากกับชาวบ้านทั้ง 3 คนว่าจะดำเนินการสอบสวนหาข้อเท็จจริง

ลูกจ้างโหด เชือดคอแม่ค้าตลาดไทตายหน้าบ้าน ย่านปทุมธานี

ลูกจ้างโหดเชือดคอแม่ค้าตลาดไทตายหน้าบ้าน ย่านปทุมธานี ก่อนหลบหนี ตำรวจเร่งติดตาม

ร.ต.อ.สายันต์ คุณรักษ์ ร้อยเวรสอบสวนสภ.คลองหลวง ได้รับแจ้งฆ่ากันเสียชีวิต ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ที่ม.9 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ประมาณ 50 ตารางวา ภายในรั้วบ้านตรงประตูทางออกพบผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1 ราย

ทราบชื่อ น.ส.พรพรรณ อายุ 47 ปี มีบาดแผลถูกแทงด้วยอาวุธมีดที่ลำคอ 1 แผล หน้าท้อง 1 แผล มือทั้งสองข้างมีรอยมีดบาดคล้ายลักษณะต่อสู้กันเลือดกระจายอยู่เต็มที่เกิดเหตุ และยังพบกระเป๋าผู้ตายกระจายอยู่ที่ประตูทางเข้า นอกจากนี้ยังพบอาวุธตกอยู่ในที่เกิด และที่ห้องนอนชั้น 2 บ้านคนร้ายได้ขโมยอาวุธปืนขนาด .22 แบบแม็กกาซีนของผู้ตายไปด้วย 1 กระบอกและพยายามที่จะเปิดตู้เซฟของผู้ตายด้วย

จากการสอบถามนางสาวชมภัคมนธฑ์ อายุ 23 ปี ลูกสาวผู้ตาย ทราบว่า ขณะเกิดเหตุ น.ส.พรพรรณ อยู่ที่บ้านคนเดียว โดยที่บ้านทำอาชีพขายผักอยู่ในตลาดไทยและได้มีลูกน้องอยู่หลายคน เมื่อสองสามวันที่ผ่านมาได้ไล่คนงานชื่อ นายธี สัญชาติกัมพูชาอายุประมาณ 30 ปี ออกไป 1 คน ต่อมาก่อนเกิดเหตุแม่ได้โทรศัพท์มาหาตน และมีเสียงตะโกนออกมาว่าอย่าทำกู อย่าทำกู จากนั้นก็เงียบเสียงไปตนจึงกลับมาที่บ้านก็พบว่าคุณแม่ถูกฆ่าตาย ส่วนเพื่อนบ้านเห็นว่าเมื่อช่วงบ่ายนายที ได้ปีนออกมาจากบ้านหลังดังกล่าวและไปขึ้นรถบริเวณแถวตลาดไอยราหลบหนีไป

ด้าน พ.ต.อ.สามารถ ศรีสิริวิบูลย์ชัย รอง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี รรท. ผกก.สภ.คลองหลวง กล่าวว่า คนร้ายน่าจะเข้ามาประสงค์ต่อทรัพย์และมีความโกรธแค้นกับผู้ตายอยู่แล้วจึงได้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายผู้ตายจนเสียชีวิตและได้ขโมย อาวุธปืนของผู้ตายไป ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สกัดจับไว้ทุกช่องทางแล้ว สวนผู้เสียชีวิตได้ให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่ง นิติเวชโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติเพื่อตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง

ชาวบ้านสุโขทัย บริจาคเงินช่วยจัดงานศพเด็ก เหยื่อลุงเมายาบ้าฆ่าข่มขืน

สุดเศร้า ชาวบ้านสุโขทัยบริจาคเงินช่วยจัดงานศพเด็กเหยื่อลุงเมายาบ้าฆ่าข่มขืน

นางบังอร ศาสตร์เพ็ง นางจุฑามาศ ยายและแม่ของเหยื่อฆ่าข่มขืน จากการกระทำของลุง คือ นายเอกพล ที่ติดยาบ้า ได้ทำพิธีเรียกขวัญวิญญาณน้องเบลจากที่เกิดเหตุในพงหญ้า ข้างตลาดไตรรัตน์ อ.เมือง สุโขทัย โดยการนิมนต์พระสงฆ์มาเรียกขวัญวิญญาณพร้อมเครื่องเซ่นสังเวย ตามความเชื่อเพื่อเรียกวิญาณมาทำพิธีรดน้ำศพ และตั้งศพสวดพระอภิธรรม หลังจากน้องชายผู้ตายเล่าให้ครอบครัวฟังว่าเห็นเหยื่อวิ่งเล่นอยู่ในป่า ส่วนที่ศาลาวัดคูหาสุวรรณ อ.เมือง สุโขทัย สถานที่ตั้งศพ เต็มไปด้วยความเศร้าโศก และหดหู่

ชาวบ้านที่ทราบเรื่องได้โพสท์ข้อความทางเฟซบุ๊กเพื่อขอรับเงินบริจาค ส่วนชาวบ้านที่มารดน้ำส่งวิญญาณ ต่างร่วมกันบริจาคเงินสมทบช่วยกันจัดงาน เนื่องจากเป็นครอบครัวที่ยากจน ยายมีอาชีพเก็บขยะของเก่าขาย ส่วนแม่นั้นมีอาชีพรับจ้างรายวัน มีเงินเหลือติดตัวอยู่ไม่ถึง 300 บาท และต้องเจอกับความสูญเสียจนยังไม่สามารถตั้งสติได้

ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดจากกรณีชาวบ้านรุมประชาทันฑ์นายเอกพล และจับตัวส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังจับได้ว่านายเอกพลได้ลงมือข่มขืน และฆ่าหลานสาวแท้ๆ อายุ 5 ขวบ จนสภาพศพคอหักสามารถหมุนได้รอบ มีรอยฟกช้ำทั้งสองข้างแก้มและตลอดลำคอลงมาถึงหน้าอก หลังจากควบคุมตัวทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหานายเอกพล 4 ข้อหาคือ 1.พาเด็กอายุไม่เกิน15ปี ไปอนาจาร 2.พรากเด็กไม่เกิน 13 ปีไปจากบิดามารดาเพื่อการอนาจาร 3.กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี ซึ่งไม่ใช่ภรรยาของตนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย 4.ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ก่อนนำตัวขออำนาจศาลฝากขังต่อไป

‘ธาริต เพ็งดิษฐ์’ ถูกไล่ออกราชการแล้ว ปปช.ชี้มูลร่ำรวยผิดปกติ

ป.ป.ช. เผย สำนักนายกฯไล่ “ธาริต เพ็งดิษฐ์” ออกจากราชการแล้ว หลังถูกชี้มูลความผิดร่ำรวยผิดปกติอาจถูกอายัดทรัพย์สินอีกประมาณเกือบ 100 ล้านบาท

แหล่งข่าวระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวว่า ภายหลัง ป.ป.ช. ส่งหนังสือ กรณีชี้มูลความผิดนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ถึง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อลงโทษไล่ออก นายธาริตเนื่องจากร่ำรวยผิดปกติ ออกจากราชการนั้น ฝ่ายเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้ตอบกลับมาว่า ให้ส่งเรื่องไปยังผู้บังคับบัญชาสำนักนายกรัฐมนตรีแทน เนื่องจากแม้ พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นผู้บังคับบัญชาทุกส่วนราชการทั้งหมด แต่ผู้บังคับบัญชาสำนักนายกรัฐมนตรี คือผู้บังคับบัญชาโดยตรงของนายธาริต สำนักงาน ป.ป.ช. จึงส่งหนังสือให้ลงโทษไปยังผู้บังคับบัญชาของสำนักนายกรัฐมนตรีอีกรอบหนึ่ง ล่าสุดเท่าที่ทราบข่าวคือ มีการไล่นายธาริต ออกจากราชการแล้ว

สำหรับนายธาริต ถูกคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 8/2557 เมื่อวันที่ 24 พ.ค. 2557 โดยหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ มีคำสั่งให้นายธาริต มาปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้ได้รับเงินเดือนทางสังกัดเดิมไปพลางก่อน และให้ พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ขณะนั้น) มาปฏิบัติหน้าที่อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษอีกหน้าที่หนึ่งแทน

นอกจากนี้ นายธาริต ยังถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดกรณีร่ำรวยผิดปกติกว่า 346 ล้านบาท เบื้องต้นอายัดทรัพย์สินไปแล้วประมาณ 90 ล้านบาท และปัจจุบันอยู่ระหว่างการไต่สวนขยายผลเพิ่มเติม โดยมีวงเงินที่อาจถูกอายัดทรัพย์สินอีกประมาณเกือบ 100 ล้านบาท

3โจ๋ซิ่งจยย.โยนบึ้มหน้าสน.ห้วยขวางกลางดึก

3 วัยรุ่น ซิ่ง จยย. โยนวัตถุคล้ายระเบิด หน้า สน.ห้วยขวาง กลางดึก ตำรวจเร่งหาพยานหลักฐานเก็บลายนิ้วมือ

เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เกิดเหตุมีคนร้ายโยนวัตถุคล้ายระเบิด บริเวณริมถนนประชาสงเคราะห์ 32 ด้านหน้า สน.ห้วยขวาง เขตดินแดง กทม. ที่เกิดเหตุพบเศษชิ้นส่วนคล้ายขวดน้ำยาทำความสะอาดห้องน้ำ ทำด้วยวัสดดุพลาสติก แตกกระจัดกระจายทั่วพื้นถนน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ห้วยขวาง จึงนำกรวยมาปิดกั้นการจราจรบริเวณด้านหน้า สน.ห้วยขวาง 1 ช่องทาง และให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เก็บรวบรวมเป็นหลักฐาน

จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เวลา 00.49 น. พบคนร้ายเป็นชายวัยรุ่น อายุประมาณ 20 ปี จำนวน 3 คน ขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ มาด้วยกัน 1 คัน โดยคนขับสวมเสื้อลายพรางทหารสีเขียว ขับมุ่งหน้าเข้ามาภายในซอยประชาสงเคราะห์ 32 ผ่านหน้า สน.ห้วยขวาง จังหวะขับผ่านคนซ้อนท้ายได้โยนวัตถุบางสิ่งบางอย่างลงไปที่ริมถนน และคล้อยหลังไม่นานได้เกิดระเบิดขึ้น มีกลุ่มควันสีขาวพวยพุ่งขั้นมาเป็นจำนวนมาก

เบื้องต้นได้ให้เจ้าหน้าที่กองพิสูตรหลักฐานเก็บหลักฐานไปตรวจดีเอ็นเอ ลายนิ้วมือ แรงดัน สารที่ใช้เป็นวัตถุระเบิด อย่างไรก็ดีขอเวลาทางตำรวจทำงานก่อน หลังจากนี้จะเร่งตรวจสอบเส้นทางการหลบหนีของคนร้าย เพื่อติดตามหาตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป