ลืมตายอมรับความจริง!! ตอนสอง: คาสิโน

สัปดาห์ก่อนที่เขียนเกี่ยวกับประเทศสิงคโปร์ “ตอนที่หนึ่ง” ยังคงอยู่ในช่วงที่นักกีฬาจากทุกๆชาติกำลังขับเคี่ยว เพื่อแย่งชิงเหรียญรางวัลกันอย่างเข้มข้น ซึ่งในสัปดาห์นี้ มหกรรมกีฬาซีเกมส์ได้ปิดฉากลงไปแล้ว อย่างน่าภาคภูมิใจ และต้องขอยกนิ้วให้กับทัพนักกีฬาของไทย เพราะทุกคนได้ช่วยกันทุ่มทั้งกายและใจ ช่วยให้ไทยคว้าตำแหน่งเจ้าแห่งซีเกมส์ สมัยที่ 13 ได้สำเร็จ

สำหรับในสัปดาห์นี้ เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เมื่อไปถึงสิงคโปร์แล้วจะไม่พูดถึงก็คงไม่ได้ ซึ่งนั่นก็คือ “มารินา เบย์ แซนส์” นั่นเอง

สถานที่แห่งนี้เป็นทั้งโรงแรม บ่อนคาซิโน ศูนย์การค้าขนาดยักษ์ ศูนย์ประชุม ศูนย์แสดงสินค้า หรือพูดง่ายๆเลยคือ ที่แห่งนี้ได้กลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ที่ทันสมัย และสามารถดึงดูดรายได้ให้กับประเทศได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเม็ดเงินจากชาวต่างชาติ ที่เดินทางมาท่องเที่ยว มาทำธุรกิจ หรือมาเพื่อการเสี่ยงโชค

อภิมหาโครงการแห่งนี้ มีมูลค่าการลงทุนสูงราว 1.50 แสนล้านบาท โดยส่วนของโรงแรมนั้นถูกกระจายอยู่ตามอาคารทั้ง 3 แท่ง ที่มีทรงสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ประเภทฉีกแนวคิด เป็นรูปเรือปิดบนหัวอาคารทั้งหมด ขณะที่ส่วนของบ่อนคาสิโน ห้างสรรพสินค้า ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านั้นรวมตัวกันอยู่ในส่วนที่เป็นอาคารขนาดมหึมา ตั้งอยู่ด้านริมอ่าวมารินา

ถ้ามองในแง่ของมูลค่าการลงทุน หลายท่านอาจคิดว่า 1.50 แสนล้านบาทนั้นฟังดูแพงเหลือเกิน และไม่น่าจะเป็นการลงทุนที่ดูจะคุ้มค่าซักเท่าใดนัก แต่ทว่าในข้อเท็จจริงนั้นคือ โครงการ มารินา เบย์ แซนส์ สามารถคืนทุนได้ภายใน 4 ปี หลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2553

ทีนี้ ก็ต้องย้อนกลับมามองยังบ้านเราบ้าง ซึ่ง ณ ขณะนี้ กระแสเรื่องบ่อนคาสิโนได้หวนกลับมาเป็น ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ อีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ “กลุ่มรักชาติ” หรือ 12 สปช. และ พลตำรวจเอก ดร. สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผลัดกันออกมาสนับสนุนแนวคิดเรื่องการจัดตั้งบ่อนถูกกฎหมายในประเทศไทย

ซึ่งการออกมาในครั้งนี้ของท่าน ผบ.ตร. ถือว่า สามารถเรียกเสียง หรือกระแสต่อต้านได้แบบทันทีทันใด โดยเฉพาะจาก กลุ่ม NGO ทั้งหลาย รวมไปถึงกลุ่มคนบางกลุ่ม ที่ถูกขนานนามว่า “พวกคนดี” โดยส่วนใหญ่คัดค้านว่า การมีบ่อนถูกกฏหมายในประเทศไทย เท่ากับเป็นการเพิ่มพื้นที่สำหรับการเล่นพนัน และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือ มีการตั้งข้อสังเกตว่า ทั้งกลุ่ม สปช. และ ตัว ผบ.ตร. เป็นตัวแทนของใครบางคน ที่ต้องการให้มีคาสิโนในบ้านเราหรือเปล่า

พวกข้อโต้แย้ง หรือ ข้อสังเกต เหล่านี้ จะจริงหรือจะเท็จอย่างไร ก็บอกไม่ได้ เพราะไม่รู้! แต่แน่นอนว่า การจัดตั้งบ่อนถูกกฏหมายนั้น จะให้ทั้งผลดีและผลเสียแก่สังคมไทย เฉกเช่นเดียวกับทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ ที่ไม่มีอะไรจะสมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่าง

ดังนั้น สิ่งสำคัญมันจึงอยู่ตรงที่ เราพร้อมหรือไม่ ที่จะเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ เพื่อศึกษาหาสัดส่วนของข้อดีและข้อเสีย ว่าอย่างไหนมันมีน้ำหนักมากกว่ากัน มิเช่นนั้น หากเราเลือกที่จะปฏิเสธมันก่อนเลย อาจจะเท่ากับเป็นการตัดโอกาสตัวเอง และตัดโอกาสประเทศชาติ อย่างร้ายกาจเลยทีเดียว

จริงอยู่ที่ประเทศไทยเราเป็นเมืองพุทธ การพนันหรืออบายมุขทั้งหลายแหล่จึงถือเป็นสิ่งมิชอบ ที่ขัดต่อหลักคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้ว มีใครกล้าพูดโดยไม่ต้องเสแสร้งไหมละว่า คนไทยส่วนใหญ่ไม่ชอบการพนัน! จริงๆนะ ลองมองออกไปข้างนอกดูซิ มองไปรอบๆตัว มองดูญาติโกโหติกา เพื่อนๆสมัยเรียน เพื่อนๆที่ทำงาน ข้าราชการ พ่อค้าแม่ขาย หรือชาวบ้านที่อยู่ตามท้องไร่ท้องนา แล้วจะเห็นว่า การพนันมันแทรกซึมอยู่ทุกอณูของสังคมไทยนั่นแหละ

อย่างน้อยที่สุดเลย ก็ทุกๆวันที่ 1 และ วันที่ 16 ของทุกเดือน…ลองถามตัวเราเองดูซิ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น?

พร่ำสอนกันมาตั้งแต่เด็กยันแก่ว่า ประเทศไทยเป็นเมืองพุทธ แต่ก็ยังเข้าวัด ไปบนบานศาลกล่าว ขอเลขเด็ดกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์กันอยู่ทุกงวด ซ้ำร้าย พระสงฆ์บางรูปยังทำตัวเป็นเกจิอาจารย์ดังเองซะอีก พวกประเภทหลับตาปุ๊บ เห็น 2 ตัวล่างปั๊บ อะไรประมาณนี้

บางทีแล้ว ไอ้เรื่องพวกนี้มันทำให้ประเทศชาติเสียโอกาสอะไรดีๆไปเยอะเหมือนกันนะ ช่วยกันหน่อยเถอะ ช่วยกันลืมตายอมรับความจริง เพื่อจะได้ศึกษาให้ได้อย่างถ่องแท้ก่อนว่า มันดีหรือไม่ดีจริงขนาดไหน แล้วถ้าสุดท้ายแล้ว มันมีแนวโน้มที่จะสร้างผลเสียกับสังคมมากกว่า เราค่อยมาช่วยกันหาหนทางอื่น ที่จะสามารถพัฒนาประเทศได้อย่างจริงๆจังๆ และยั่งยืนกว่า

แต่ขอบอกไว้ตรงนี้ก่อนนะว่า เม็ดเงินที่ไหลออกไปยังคาสิโนในต่างประเทศ ทั้งกัมพูชา พม่า ลาว มาเก๊า ลาสเวกัส เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ออสเตรเลีย เกนติ้ง ปีๆหนึ่ง หลายแสนล้านนะ!

ฟัง หม่อมอุ๋ย พูดตรงๆเรื่องบ่อนคาสิโนในไทย!!

หม่อมอุ๋ย เปิดใจ เปิดบ่อนคาสิโนในประเทศไทย ได้ไม่คุ้มเสีย ทั้งยังก่อให้เกิดปัญหาสังคมตามมาอีกเพียบ
วานนี้ (22 มิ.ย.) ม.ร.ว. ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์กรณีข้อเสนอเปิดบ่อนคาสิโนในประเทศไทยว่า เวลาดูเรื่องคาสิโน ถ้าคิดเป็นสูตรเศรษฐกิจก็เชียร์ทุกคน แต่เวลาตนดูเรื่องคาสิโนตนจะไม่คิดอย่างนักเศรษฐศาสตร์ แต่จะดูในแง่ของสังคม มีคาสิโนที่ไหนในโลกที่ขาดทุนหรือไม่ มีแต่กำไรและกำไรเยอะด้วย

“กำไรของคาสิโนคือการขาดทุนของผู้เล่นใช่ไหม ผู้เล่นที่รวยก็ไม่ต้องไปยุ่งกับเขา แต่ผู้เล่นที่จนเวลาไปเล่นแล้วมันกลายเป็นอะไร มันกลายเป็นหนี้ใช่ไหม ฉะนั้นมันชัดเจนว่า ถ้ามีคาสิโนก็จะมีคนเป็นหนี้เพิ่มขึ้น คนบางคนรวยแล้วก็เป็นหนี้ถึงหมดตัว ลูกเมียก็ลำบาก เป็นปัญหาสังคม คนเป็นหนี้ถ้าเป็นโจรยิ่งน่าสงสารใหญ่”

“ผมคิดของผมแค่นี้ ไม่ได้คิดแบบนักเศรษฐศาสตร์ ผมคิดถึงว่าถ้ามีคนสนุกสัก 80 คน สนุกแล้วขาดทุนบ้างกำไรบ้าง แต่อีกคนที่ขาดทุนแล้วเสียหาย ลูกเมียลำบาก ชีวิตลำบากเป็นหนี้เป็นสิน มันไม่คุ้มหรอก เหมือนจะได้ผลทางเศรษฐกิจแต่คนเป็นหนี้ ดังนั้นเวลาผมคิด ผมคิดอย่างนี้ ผมไม่ได้คิดสูตรเศรษฐกิจ คิดแบบสูตรเศรษฐกิจที่ไหนมันก็เป็นสูตรเศรษฐกิจ แต่ไม่ได้คิดว่าใครได้ใครเสียในเศรษฐกิจ”

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวอีกว่า ถ้ามีคาสิโนปัญหาสังคมจะตามมาอีกเยอะ คนสนุก 80 คน บ่อนกำไร เศรษฐกิจดูเฟื่องฟู แต่บนความทุกข์ของคนอีก 20 คนที่ตกงาน ลูกเมียถูกฟ้องเป็นหนี้ ถามว่ามันคุ้มไหมฝากถามไปที่นักเศรษฐศาสตร์ด้วย

ส่วนกรณีที่มีการระบุว่าจะนำรายได้จากคาสิโน 4-5 แสนล้านบาท มาชดเชยส่วนที่ขาดทุนของรัฐนั้น ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ตอบว่า คุณคิดอย่างผมสิ ถ้าเอาเงินจากคาสิโนมาได้ เงินคาสิโนนั้นมาจากใคร มาจากผู้เล่น แล้วผู้เล่นคนนั้นขาดทุน ตกงาน ลูกเมียเป็นหนี้ ถามว่ามันคุ้มไหม คุ้มไหมที่จะแก้ปัญหาประเทศชาติ โดยให้ประชาชนที่ยากจนเป็นหนี้และขาดทุน มันถึงเวลาที่พูดกันตรงๆแบบนี้ เราก็หวังว่าสื่อจะถ่ายทอดให้ครบนะ ถ้าเขียนให้ครบ บางคนจะได้เข้าใจเสียที

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า หากมีแต่คนรวยไปเล่นคาสิโน รองนายกฯ กล่าวว่า ป้องกันได้หรือเมืองไทยและ คนรวยไปเล่นอย่างเดียวหรือเปล่า แต่คนรวยบางคนก็จนได้ ในที่สุดก็จะเป็นหนี้หมด ประเทศจะเก็บภาษีมาแก้ปัญหาอะไรก็ตาม แต่ภาษีนั้นมาจากอะไร มาจากคนจนที่ในที่สุดก็สร้างปัญหาสังคมเป็นหนี้

ส่วนกรณีกลุ่มบริษัท มาริน่า เบย์ แซนด์ ซึ่งเป็นกลุ่มทุนเจ้าของเอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ และคาสิโน ที่ได้เข้าพบกับรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมานั้น
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวว่า ได้มาพบหลายเดือนมาแล้ว “เขามาของเขาเอง เขามาพบที่ตึกบัญชาการ1 ทำเนียบรัฐบาล แต่ตนไล่กลับไปแล้ว และบอกว่าถ้ายูจะมาโดยไม่ตั้งบ่อนไอจะเปิดให้ยู เขาบอกว่ามันต้องตั้งบ่อนด้วย เราก็เห็นลายแต่แรก ซึ่งตนบอกว่ายินดีต้อนรับถ้าไม่มีบ่อน เขาก็เลยกลับไป”

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้ถามต่อว่า จะจัดการปัญหาบ่อนใต้ดินที่มีอยู่ทุกที่ได้อย่างไร ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ตอบว่า “ก็นั่นนะสิ ก็ควรต้องปราบปราม ทำไมไม่ปราบ”

ผู้สื่อข่าวกล่าวกระเซ้าเย้าแหย่กลับไปว่า พูดแบบนี้ดูหล่อขึ้นเยอะเลย ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ตอบว่า ไม่ได้พูดเอาหล่อ แต่ตนค้านเรื่องนี้มา10-20ปีแล้ว เพราะถ้าเปิดบ่อนโสเภณีก็มีมากขึ้นด้วยก็จะแย่ลงไปหมด

ไม่ไว้หน้า! ผู้นำปินส์สั่งจับ “เจ้าพ่อคาสิโน” ตัวเป้งแห่งมาเก๊า

รอยเตอร์ – ประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตอร์เต ของฟิลิปปินส์ออกคำสั่งจับกุม แจ็ค แลม หนึ่งในเจ้าพ่อคาสิโนรายใหญ่ของเอเชียในข้อหาบ่อนทำลายเศรษฐกิจและติดสินบน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเผย

ทางการฟิลิปปินส์ระบุว่า พวกเขายังปิดอสังหาริมทรัพย์ 2 แห่งในประเทศที่เป็นของแลมซึ่งเป็นพลเมืองจีนและประธานบริษัทจี้เหมยอินเตอร์เนชันแนลที่จดทะเบียนในฮ่องกงด้วย

แลมไม่ได้อยู่ในฟิลิปปินส์ในเวลานี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โรนัลด์ เดลา บอกกับผู้สื่อข่าวในวันนี้ (7)

เมื่อเดือนที่แล้วหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองของฟิลิปปินส์ได้จับกุมชาวจีน 1,200 คนที่ทำงานคล้ายกับศูนย์คอลเซ็นเตอร์สำหรับดำเนินกิจการการพนันออนไลน์ในกลุ่มอาคารนอกอดีตฐานทัพอากาศสหรัฐฯ คลาร์กฟิลด์

เมื่อวันเสาร์ (3) เดลา โรซา กล่าวในการให้สัมภาษณ์ทางวิทยุว่า พรรคพวกของแลมพยายามที่จะประกันตัวพวกเขาออกมา เขากล่าวว่า จากนั้นดูเตอร์เตจึงออกคำสั่งจับแลม

ในวันนี้ (7) เดลา โรซา กล่าวว่า แลมบอกกับทางการว่า เขายินดีที่จะกลับไปฟิลิปปินส์และให้ความร่วมมือในการสืบสวนใดๆ ก็ตาม

ธุรกิจคาสิโนของแลมในเมืองลาวักซึ่งอยู่ในตอนเหนือของเกาะลูซอนและในเมืองคลาร์กที่อยู่ห่างจากกรุงมานิลาไปทางตอนเหนือไม่ไกลถูกปิดแล้ว อ้างจากทางการท้องถิ่นและ Philippine Amusement and Gaming Corp (PAGCOR)

เมื่อวานนี้ (6) จี้เหมยระบุในถ้อยแถลงว่า ธุรกิจการพนันของแลมในแดนตากาล็อกเป็นของส่วนบุคคลและไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งในธุรกิจของบริษัท

“ณ ขณะวันที่ออกประกาศนี้ เท่าที่ทางบริษัททราบ ดร.แลมยังไม่ได้ถูกควบคุมตัวโดยทางการฟิลิปปินส์” จี้เหมยระบุ แต่ไม่ได้ตอบสนองต่อคำขอความคิดเห็น

แลมซึ่งเคยนำเหล่านักพนันมือเติบมายังคาสิโนระดับต้นๆ ของมาเก๊ารวมถึงแซนด์ไชน่าและวินน์มาเก๊าได้ห่างหายไปจากความมีชื่อเสียงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเนื่องจากการกวาดล้องคอร์รัปชั่นของปักกิ่งได้ทำลายสิง่ที่เรียกกันว่าธุรกิจผลาญเงินภาษีนี้

ในขณะเดียวกันธุรกิจของแลมในฟิลิปปินส์ได้เติบโตขึ้นรวมถึงการเพิ่มขึ้นของชาวจีนที่เล่นการพนันออนไลน์ในเว็บไซต์การพนันของเขา

สภาผู้แทนญี่ปุ่นไฟเขียวกฎหมายเปิด “กาสิโน” แล้ว


เอเอฟพี – สภาผู้แทนราษฎรของญี่ปุ่นผ่านร่างกฎหมายอนุมัติให้กาสิโนเป็นสิ่งถูกกฎหมายในวันนี้ (6 ธ.ค.) ในก้าวใหญ่สู่การเปิดตลาดที่ถูกมองว่าสามารถที่จะเป็นศูนย์กลางด้านการพนันระดับโลก

สมาชิกพรรคฝ่ายค้านบางคนเดินออกจากสภาก่อนการโหวตคัดค้านร่างกฎหมายนี้ซึ่งมีขึ้นหลังจากหลายปีของความล่าช้าเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการเสพติดการพนันและก่อให้เกิดอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับตลาดคาสิโน

“ร่างกฎหมายนี้ผ่านสภาแล้วจะถูกไปยังวุฒิสภาในวันนี้” โฆษกรัฐสภากล่าว

ร่างกฎหมายนี้ได้รับความเชื่อมั่นว่าจะผ่านวุฒิสภาซึ่งก็ถูกควบคุมโดยพรรครัฐบาลเสรีประชาธิปไตยเช่นกัน (แอลดีพี)

พรรคแอลดีพีคาดว่าจะพยายามทำให้ร่างกฎหมายผ่านไปอย่างรวดเร็วก่อนที่การประชุมรัฐสภาสมัยปัจจุบันจะสิ้นสุดลงในวันที่ 14 ธันวาคม

นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ และพรรคแอลดีพีของเขากำลังเดิมพันว่ากาสิโนจะช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยวได้ภายหลังโตเกียวเป็นเจ้าภาพการแข่งขันโอลิมปิกปี 2020 และเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับความพยายามติดๆ ขัดๆ ของพวกเขาที่กระตุ้นระบบเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 3 ของโลก

ผู้สนับสนุนกล่าวว่า การผ่านกฎหมายกาสิโนอาจดึงดูดเงินลงทุนมากได้ถึงหลายพันล้านดอลลาร์ ในการท้าทายศูนย์กลางด้านการพนันแห่งเอเชียอย่างมาเก๊า

อดีตอาณานิคมของโปรตุเกสแห่งนี้พยายามดิ้นรนเพื่อฟื้นตัวนับตั้งการกวาดล้างคอร์รัปชันโดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนและภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจนับตั้งแต่ช่วงกลางปี 2014 ทำให้ลูกค้ามือเติบจากแผ่นดินใหญ่ห่างหายไปเป็นจำนวนมาก

ญี่ปุ่นถูกมองว่าเป็นตลาดการพนันขนาดใหญ่มานานเนื่องจากประชากรมีฐานะอยู่ใกล้กับจีน และความคลั่งไคล้ในการพนันถูกกฎหมายรูปแบบอื่นๆ รวมถึงการแข่งม้าและเรือ

ปาจิงโกะเกมแบบตู้หยอดเหรียญที่มีการเล่นกันอย่างแพร่หลายในทุกหัวมุมของแดนอาทิตย์อุทัยเป็นแหล่งผลิตรายได้ขนาดใหญ่ การที่ลูกเหล็กของมันสามารถนำไปแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดที่ใดก็ได้ทำให้เกมนี้อยู่นอกเหนือกฎหมายการพนัน

โอซากา โตเกียว และโยโกฮามา ล้วนถูกพูดถึงในฐานะทำเลสำหรับสถานที่พักตากอากาศที่จะตั้งคาสิโน โรงแรม ศูนย์ประชุม และแหล่งศูนย์รวมความบันเทิง

อย่างไรก็ตาม การพนันแบบกาสิโนไม่ได้รับการสนับสนุนจากสาธารณชนอย่างกว้างขวาง เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับสังคมและปัญหาอาชญากรรมจากการพนัน

นักพนันเกาหลีใต้ฟ้องคาสิโนทำสูญเงินกว่า 23 ล้านเหรียญสหรัฐ

อดีตผู้บริหารของบริษัทแห่งหนึ่งในเกาหลีใต้ยื่นฟ้องสถานคาสิโนฐานที่ทำให้เขาสูญเสียเงินไปถึง 30,000 ล้านวอนหรือประมาณ 23.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (822 ล้านบาท) ในช่วงเวลา 3 ปี

ชายดังกล่าวมี ชื่อว่า ชุง อายุ 67 ปี เขาได้ยื่นอุทธรณ์คำตัดสินของศาลเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วที่สั่งให้ คาสิโนกังวอนแลนด์ จ่ายเงินค่าเสียหายให้แก่เขาเป็นจำนวน 2,800 ล้านวอน แต่เขาอ้างว่า เงินจำนวนดังกล่าวไม่เพียงพอ เพราะในช่วงระหว่างปี 2546-2549 คาสิโนกังวอนแลนด์ทำให้เขาต้องสูญเงินไปถึง 30,000 ล้านวอน

อดีตผู้บริหารบริษัทผลิตเครื่องหนังยังอ้างว่า คาสิโนดังกล่าว ซึ่งดำเนินงานโดยรัฐบาลปล่อยปละละเลยให้เขาเล่นการพนันเกินจำนวนที่กฎหมายกำหนด และว่า เขายังคงมีความรู้สึกว่าจะได้เงินคืนจากคาสิโนแห่งนี้ และว่า ขณะนี้เขาต้องเข้ารับการบำบัดทุกสัปดาห์เพื่อรักษาอาการติดการพนัน ด้านทนายความของกังวอนแลนด์กล่าวว่า นายชุงสูญเสียเงินด้วยความสมัครใจ

คาสิโนในเอเซียกำลังแซงหน้ายุโรป

ย่างที่เรารู้ๆกัน ในปัจจุบันนี้แหล่งคาสิโนใหญ่ๆ บนโลกใบนี้มีไม่กี่แหล่ง ที่จะมีขนาดใหญ่เป็นในรูปแบบของอาณาจักรนั้นมีอยู่ 2 แห่ง คืออาณาจักรแรกที่เราจะนึกถึงแน่นอน อาณาจักรคาสิโนในยุโรป อาณาจักรแห่งนี้เป็นที่แรกๆ ที่ได้มีการลงทุนธุรกิจในด้านคาสิโนและแหล่งบันเทิงอื่นๆควบคู่ไปด้วย และอีกหนึ่งแหล่งที่เราจะลืมไปไม่ได้ก็คืออาณาจักรคาสิโนในเอเชีย ที่ตอนนี้

กำลังมีความก้าวหน้าทั้งในด้านการท่องเที่ยวการลงทุนในรูปแบบธุรกิจต่างๆรวมไปถึงการลงทุนในธุรกิจด้านคาสิโนด้วย ทวีปเอเชียถือว่าได้เปรียบทวีปยุโรปในหลายๆเรื่องครับทั้งในด้านภูมิอากาศ และภูมิประเทศ เนื่องด้วยภูมิอากาศที่หลายรูปแบบที่มีทั้งหน้าหนาว ฝน ทะเลที่มีความสวยติดอันดับโลกอยู่หลายส่วน และเขตป่าร้อนชื้นที่กระจายอยู่ในหลายประเทศ ทวีปเอเชียร์จึงได้รับความนิยมในด้านการท่องเที่ยว มากกว่าทวีปอื่นและยังรวมไปถึงค่าเงินที่ถูกกว่า ไหนจะเป็นวัฒนธรรมต่างๆที่หาไม่ได้ในทวีปอื่นอีกด้วย

เอเซียถือเป็นทวีปที่มีวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับการพนันนั้นเยอะมาก เพราะปกติแล้ววัฒนธรรมของทวีปอื่นๆส่วนมากจะเป็นวัฒนธรรมในรูปแบบทำกิจกรรมร่วมกันแต่ วัฒนธรรมของชาวเอเชียร์ส่วนมากแล้วเกือบแทบทุกชาติเลยก็ว่าได้ วัฒนธรรมจะเป็นในรูปแบบการแข่งขัน ซึ่งแน่นอนครับเมื่อมีการแข่งขัน การพนันย่อมเกิดขึ้นครับ บ่อนคาสิโนเกิดขึ้นครั้งแลกในเอเชียร์ ที่มาเก๊า ในปี 1999 ที่นั้นถือเป็นคาสิโนเป็นรูปแบบแห่งแรกเลยก็ว่าได้ ที่มีทั้งแหล่งสถานบันเทิง สถานที่พันผ่อนหย่อนใจ ภัตตาคาร และสถานที่ท่องเที่ยวแต่อย่างไรก็ดีที่ผ่านมาการลงทุนเกี่ยวกับธุรกิจคาสิโนก็ได้มีการลงทุนมากในยุโรปเพราะด้วยหลายปัจจัย เพราะเมื่อก่อนผู้นำทาง

ด้านเศรษฐกิจแน่นอนครับเป็นชาวยุโรปและสมัยก่อนเขาจะลงทุนเฉพาะในทวีปของตนเองเพราะไม่ได้มีการศึกษาค้นคว้าในส่วนอื่นของมุมโลก แต่ในปัจจุบันนี้ ด้วยความไฮเทค ของเทคโนโลยีต่างๆช่วยให้การค้นคว้าหาความรู้ และเป็นตัวช่วยในการขยายความคิดและแนวคิดในการทำธุรกิจ การท่องเที่ยวและในอีกหลายๆด้านให้ตีวงกว้างออกจากเมื่อก่อนเยอะมาก และเมื่อในปัจจุบันนี้ชาวยุโรปได้ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับทวีปเอเชียร์ ทั้งในด้านการท่องเที่ยวด้านการเงิน ด้านสังคมแล้ว ก็จะรู้ได้ว่ามันมีความน่าลงทุนทำธุรกิจขนาดไหนด้วยหลายๆปัจจัยทั้งด้านภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ความอิสรเสรี ค่าเงินที่มีการไหลเวียนได้อย่างคล่องตัวด้วยหลายปัจจัยนี้จึงเป็นตัวดึงดูดให้เหล่านักลงทุนในยุโรปได้หันมาลงทุนและมาท่องเที่ยวกันในยุโรปเพิ่มขึ้นอย่างมากและยังทำให้อัตราการขยายตัวในธุรกิจด้านต่างๆนั้นเพิ่มขึ้นหลายเปอร์เซ็นต์อีกด้วย

นั้นจึงเป็นที่มาให้ช่วงนี้มีหลายสำนักพิมพ์ที่จะค่อยๆ ตีข่าวการเปรียบเทียบธุรกิจต่างๆ ที่จะเติบโตขึ้นในทวีปต่างๆ และหนึ่งในธุรกิจที่ทุกสำนักพิมพ์ต้องพูถึงก็คือธุรกิจประเภทคาสิโน ตามรายงานข่าวของสำนักข่าวต่างประเทศได้มีรายงานไว้ว่าตลาดการพนันหรืออุตสาหกรรมการพนันที่ตอนนี้กำลังมีมูลค่าสูงเกินตลาดการพนันของสหรัฐอเมริกา นั้นก็คืออุตสาหกรรมการพนันในทวีปเอเชียร์เนื่องจากในตอนนี้คนในชนชั้นกลางของเอเชียร์ไปจนถึงในระดับที่เรียกได้ว่าเศรษฐีกำลังมีความนิยมกันเข้าบ่อนคาสิโนมากขึ้นเรื่อยๆและยังทำให้อีกหลากหลายประเทศกำลังมองหาช่องทางที่จะส่งเสริมธุรกิจทางด้านการพนันเพื่อที่จะมาดูดรายได้เข้าสู่ประเทศ

สำนักข่าวต่างประเทศได้มีรายงานว่าได้มีการเผยแพร่รายงานของเหล่าผู้เชี่ยวชาญในวงการอุตสาหกรรมคาสิโนเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันเดียวกันกับวันที่มีการแสดงงานผลิตภัณฑ์การพนันโลกที่ชื่องานว่า เวิลด์ เกมมิ่ง เอ็กซ์โปร เอเชีย ที่ได้มีจัดขึ้น 3 วันที่เกาะมาเก๊า
โดยในรายงานได้มีการระบุว่าในอีกสามถึงห้าปีข้างหน้า ตลาดอุตสาหกรรมการพนันของเอเชียจะมีมูลที่สูงและทิ้งห่างตลาดการพนันของสหรัฐอเมริกา เมื่อกลุ่มชนชั้นกลางไปจนถึงเหล่าเศรษฐีชาวอเชียและทั่วโลกนิยมหันมาเที่ยวบ่อนคาสิโนกันมากขึ้นเรื่อยและนอกจากคาสิโนในเกาะมาเก๊าแล้วตอนนี้ยังมีคาสิโนใหญ่หรูๆอีกหลายแห่งในเอเชียเช่นที่สิงค์โปร์ กัมพูชา ออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และเหล่าชาติอาเซียนอื่นๆอีกมากมาย ที่ทางรัฐบาลต่างมุ่งให้การส่งเสริม ธุรกิจการพนันคาสิโน เพื่อเร่งดูดรายได้ในช่วงที่มีความนิยมกันสูงขนาดนี้ เหล่าชาติเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ทำการเปิดเสรีการพนันทั้งสิ้นครับ

แต่อย่างไรก็ตามในขณะนี้ก็ยังมีเรื่องมาจากทางด้านของรัฐบาลมาเลเซีย ที่ได้มีการแถลงยังไม่ได้อนุมัติในขั้นตอนสุดท้ายของใบอนุญาต เปิดรับเล่นพนันถูกกฎหมายของ “แอสคอต สปอร์ตส” ที่พึ่งเป็นข่าวโด่งดันในวงการคาสิโนไม่นานมานี้เอง ซึ่งทางด้านรัฐบาลของมาเลเซียอ้างว่าต้องการศึกษารายละเอียดให้มากกว่านี้ก่อนเพราะว่าในขณะนี้ยังมีผู้คนที่ออกมาต่อต้านการเปิดเสรีให้การพนันถูกกฎหมายอยู่มากครับ

แต่ในอีกด้านหนึ่งของแหล่งคาสิโนในเอเชียที่พึ่งมาการเปิดขึ้นก็คือทางประเทศสิงคโปร์ ทางรัฐบาลของสิงคโปร์ก็ได้ออกมาเปิดเผยกับสำนักข่าวต่างประเทศในหลายๆสำนักพิมพ์ว่าหลังจากที่รัฐบาลสิงคโปร์ ได้เปิดคาสิโนอย่างถูกต้องตามกฎหมายขึ้นมา 2 แห่ง ภายในประเทศ ประเทศสิงคโปร์สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวท้องถิ่นเข้ามาเล่นคาสิโนได้มากกว่า หนึ่งล้านคนถึงแม้ว่าทางรัฐบาลจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมผู้เข้ามาเที่ยวคาสิโน เป็นจำนวนกว่า 2400 บาทต่อหัวเลยก็ตาม

รัฐบาลได้มีการระบุไว้ว่า หลังจากที่มีการทำการเปิดคาสิโนแห่งแรกเมื่อเดือนกุมพาพันธ์ และได้ทำการเปิดแห่งที่สองในเดือนเมษายน หรือพูดง่ายๆครับว่าในช่วงเวลา 7 เดือนที่ผ่านมามีชาวสิงคโปร์เข้าไปเที่ยวแล้วมากกว่าหนึ่งล้านคนจากจำนวนของประชากรที่มีทั้งหมดในประเทศราวๆ 5.1 ล้านคน ทั้งๆที่พบเมืองสิงคโปร์ ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมฝนการเข้าสถานคาสิโนรายล่ะ 100 ดอลลาร์สิงคโปร์ เพื่อป้องกันผลกระทบรุนแรงทางสังคมที่จะเกิดขึ้นแก่ชาวบ้านในท้องถิ่นและในส่วนของนักท่องเที่ยวต่างชาติและคนงานต่างชาติที่จะเข้ามาเล่นคาสิโนในประเทศสิงคโปร์นั้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมในการเข้าครับ ในเรื่องของค่าธรรมเนียมราวหนึ่งร้อยดอลลาร์หรือราวๆสองพันสี่ร้อยบาทต่อหนึ่งคนนั้นถือเป็นสิ่งสำคัญมากครับ

สิงคโปร์อาจจะดูเหมือนดำเนินธุรกิจทางด้านคาสิโนไปอย่างราบรื่นก็จริงแต่ในแท้ที่จริงแล้วสิ่งที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จตรงนี้แล้วก็ยังมี อีกหลายๆเสียงที่ยังคงต่อต้าน สิงคโปร์จึงต้องนำเงินค่าธรรมเนียมในส่วนนี้ไปแก้ปัญหาในส่วนอื่นๆของประเทศให้ดีขึ้น เพื่อที่จะช่วยบรรเทาเหล่าเสียงคัดค้านเหล่านั้นให้เบาบางลงและไม่เป็นปัญหาที่จะทำให้ความราบรื่นตรงนี้ มาเป็นปัญหาในแบบของมาเลเซีย

การเปิดบ่อนการพนันเสรี หรือที่เรียกกันว่าคาสิโนในรูปแบบถูกกฎหมายนั้น ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย และในการดำเนินงานนั้นก็ต้องมีการวัดความราบรื่นเป็นระยะๆเพื่อที่จะเป็นการประเมินในระยะยาวและจะได้มองเห็นถึงอนาคตของธุรกิจที่เราทำต่อไปได้ในอนาคต ถึงแม้คาสิโนที่อยู่ภายในประเทศสิงคโปร์เหล่านี้จะเป็นคาสิโนของรัฐบาล ที่เป็นตัวกำหนดสิ่งต่างๆเรื่องราวต่างๆของประเทศก็จริงแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นถึงแม้ทางรัฐบาลสิงคโปร์จะพบเจอกับวิธีการนำเงินเข้าสู่ประเทศอย่างรวดเร็ว

อย่างวิธีการทำธุรกิจประเภทคาสิโนถูกกฎหมายหรือที่เรียกง่ายๆว่าเปิดบ่อนเสรี อย่างไรก็ตามสิ่งที่สิงค์โปทำคือการเก็บค่าธรรมเนียมก็ถือเป็นเรื่องดีครับ ในทุกๆธุรกิจย่อมที่จะต้องมีการเก็บหรือแบ่งรายได้เพื่อสำรองทุนไว้ใช้จัดการแก้ไขปัญหาที่จะเป็นตัวเข้ามาขัดขวางความราบรื่นในการดำเนินธุรกิจและทำให้ธุรกิจดำเนินนั้นมีผลตอบแทนที่สูงสุดและเป็นประโยชน์กับเรามากที่สุดครับ

เปิดผลวิจัย สกว. อุตสาหกรรมพนัน สหรัฐ

แนวคิดการตั้งบ่อนคาสิโนถูกกฎหมายในประเทศไทย ปรากฏอยู่บ่อยครั้งในหน้าประวัติศาสตร์ ล่าสุด เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 2558 พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง (ผบ.ตร.) ได้ออกมาสนับสนุนแนวคิดดังกล่าวอย่างเป็นทางการ โดยให้เหตุผลนำแบบอย่างต่างประเทศ เพื่อสร้างรายได้ให้ภาครัฐไปพัฒนาสังคมและประเทศชาติต่อไป

ก่อนหน้านี้ ศ.ดร.ผาสุก พงษ์ไพจิตร เมธีวิจัยอาวุโส สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย( สกว.) และ คณะ ได้ศึกษาวิจัย เรื่อง อุตสาหกรรมการพนัน: ไทย อังกฤษ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และมาเลเซีย พ.ศ.2543” โดยนำเสนอบทเรียนการตั้งคาสิโนอย่างถูกกฎหมายภายในประเทศอย่างน่าสนใจ สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) หยิบยกความตอนหนึ่งนำเสนอ ดังนี้

‘คาสิโนลาสเวกัส’ สหรัฐฯ ทำรายได้ 1 ใน 3 ของคาสิโนทั่วประเทศ

เมื่อศึกษาต้นแบบอย่างสหรัฐอเมริกา การเล่นพนันโดยถูกกฎหมายในสถานคาสิโนเป็นสิ่งที่ยอมรับกันทั่วไป สถานคาสิโนแห่งแรกเกิดขึ้นในปี 1827 ที่เมืองนิวออร์ลีนส์ และกระจายตัวไปยังรัฐต่างๆ กล่าวได้ว่า ในทศวรรษ 1990 อุตสาหกรรมการพนันในสหรัฐอเมริกาเจริญรุ่งเรืองอย่างมาก ในปี 1994 การพนันในสถานคาสิโน 10 มลรัฐ ก่อให้เกิดรายได้มากกว่าการออกล็อตเตอรี่ใน 37 มลรัฐ และสถานคาสิโน ยังทำรายได้ให้แก่รัฐในรูปแบบภาษีอากรราวปีละ 1.4 พันล้านดอลลาร์ และในปี 1996 มีการใช้จ่ายเงินเพื่อการพนันราว 300 พันล้านดอลลาร์ต่อปี

ธุรกิจคาสิโนแตกต่างจากล็อตเตอรี่ ขณะที่กำไรส่วนมากจากล็อตเตอรี่ตกเป็นของรัฐ แต่กำไรจากธุรกิจคาสิโนตกเป็นของนักลงทุนเอกชนที่จะนำรายได้ให้รัฐในรูปแบบภาษีอากรแทน สิ่งนี้เองที่ดึงดูดให้แต่ละมลรัฐอนุญาตให้เปิดบ่อนได้อย่างถูกกฎหมาย แต่การคงธุรกิจไว้ยังปรากฏหลักฐานถึงการจ้างนักวิ่งเต้น และติดสินบนนักการเมืองด้วยเช่นกัน

การศึกษาวิจัย ระบุด้วยว่า การพนันสามารถสนองนโยบายของรัฐบาลสหรัฐได้ในหลายประเด็น

1. ภาษีรายได้ (Taxes) รัฐจะได้เงินภาษีจากธุรกิจการพนัน 2 ด้าน คือ ภาษีทางตรง (Direct revenues) ที่เก็บจากธุรกิจการพนันโดยตรง ซึ่งมักจะคำนวณเป็นสัดส่วนจากผลกำไรของผู้ประกอบการอันมีอัตราที่ไม่เท่ากัน มีผู้ตั้งข้อสังเกตตามมาว่า บ่อนคาสิโนดูจะมีความจำเป็นสำหรับรัฐที่มีขนาดเล็กและยากจนเพื่อเพิ่มรายได้ให้รัฐ

ด้านที่สอง ภาษีทางอ้อม (Indirect revenues) อยู่ในรูปแบบภาษีต่างๆของรัฐบาลกลาง มลรัฐ และรัฐท้องถิ่น อาทิ ภาษีรายได้ ภาษีทรัพย์สิน ภาษีต่อหัวคนงาน เป็นต้น

2. โครสร้างพื้นฐาน (Infrastructures) ผลลัพธ์จากการมีบ่อนคาสิโน ทำให้เกิดการนำเงินภาษีไปปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ของรัฐ เช่นที่เดดวูด รัฐเซาท์ดาโกต้า ภาษีจากคาสิโนถูกนำไปสร้างถนนสายใหม่ และยังทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวขยายตัว

3.อุตสาหรกรรมการท่องเที่ยว เป็นเป้าหมายอันดับต้น ๆ ที่ได้รับผลบวกจากการมีบ่อนคาสิโน เพราะจะมีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างถิ่น บ่อยครั้งที่คาสิโนถูกมองว่าเป็นกลไกสำคัญในการรักษาเงินตราของประเทศที่อาจสูญเสียเงินไปการท่องเที่ยวคาสิโนริมชายแดนของประเทศเพื่อนบ้าน และนำมาสู่การหมุนเวียนของรายได้ที่เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ โดยปกตินักท่องเที่ยวจะใช้จ่ายเงินมากกว่าคนในท้องถิ่น ส่งผลให้คนในชุมชนได้รับผลประโยชน์ไปด้วยจากการขายสินค้า และบริการอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับปัจจัยที่สมดุลรวมถึงขนาดประชากรที่ใหญ่เพียงพอ

4.การจ้างงาน เมื่อสถานคาสิโนมีส่วนให้การท่องเที่ยวขยายตัวเพิ่มขึ้น ความต้องการแรงงานก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย ทั้งการจ้างงานในคาสิโนแต่ละแห่ง รวมถึงธุรกิจต่าง ๆ ที่มีการตอบสนองสถานคาสิโนเช่นกัน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมคาสิโนในลาสเวกัส ที่ทำรายได้ 1 ใน 3 ของรายได้คาสิโนทั่วประเทศ ปัจจัยหนึ่งที่สร้างรายได้ให้ลาสเวกัสนั้นมาจาก ฐานะของนักพนันที่ค่อนข้างจะมีรายได้สูง การศึกษาสูง และหน้าที่การงานที่ดีกว่านักพนันในคาสิโนแหล่งอื่น

การควบคุม แต่ละรัฐจะมีการออกกฎหมายควบคุมเกี่ยวกับธุรกิจการพนันเอง โดยยึดหลักว่าธุรกิจการพนันจะดำเนินไปอย่างซื่อตรง โดยการตรวจสอบและออกใบอนุญาต การให้อุตสาหกรรมการพนันปลอดคอร์รัปชัน การฟอกเงิน และอาชญากรรม โดยการกำกับเกณฑ์และการควบคุมภายใน รัฐได้ภาษีอย่างถูกต้อง โดยการบังคับใช้กฎเกณฑ์และการตรวจสอบบัญชี

การเปิดบ่อนคาสิโนโดยถูกกฎหมายนั้น ต้องใช้เงินลงทุนสูง เพราะเป็นตลาดที่มีการแข่งขันรุนแรงเพื่อดึงดูดลูกค้า และเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ธุรกิจ ดังนั้นเจ้าของกิจการสามารถใช้มาตรการทางการตลาดทุกรูปแบบเพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการให้มากที่สุด

จนกระทั้งสังคมอเมริกายังได้ยอมรับว่าการเล่นการพนันเป็นการพักผ่อนหรือการบันเทิงรูปแบบหนึ่ง นำมาซึ่งปัญหาของการแพร่ระบาดของการติดพนันมากขึ้นอันเป็นปัญหาที่รุนแรงกว่าปํญหายาเสพติดเสียอีก

ทหารบุกจับบ่อนคาสิโนกลางเมืองขอนแก่น

จากกรณีกำลังทหาร มณฑลทหารบกที่ 23 หรือ (กกล.รส.จว.ขอนแก่น) บุกเข้าตรวจค้นอาคารพานิชย์ 2 ชั้น เลขที่ 25 / 210 ถนนมะลิวัลย์ ตำบลหนองเรือ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ที่เปิดเป็นบ่อนไพ่วน หรือสเตอร์ ขนาดใหญ่ จับกุมนักพนันได้ 37 คน พร้อมเงินของกลางจำนวน 310,000 บาท และตรวจยึดรถยนต์จำนวน 20 คันเพื่อตรวจสอบ

ล่าสุด ได้มีนักพนัน (ขอสงวนชื่อ) ที่จำนำรถไว้ที่บ่อนคาสิโนดังกล่าว เมื่อทราบข่าวว่าบ่อนถูกเจ้าหน้าที่บุกจับ จึงต้องการรถคืน แต่เมื่อติดต่อสอบถามไปที่ สภ.หนองเรือ ปรากฎว่าตำรวจอ้างว่า ไม่มีเหตุจับบ่อนการพนัน รวมทั้งไม่มีการนำส่งของกลาง ทั้งเงินสดรวมทั้งรถยนต์มาลงบันทึกประจำวัน

นอกจากนี้ พ.ต.อ.ถนอมสิทธิ์ วงษ์วิจารณ์ ผกก.สภ.หนองเรือ เจ้าของพื้นที่ ได้ทำหนังสือถึง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น ชี้แจงว่าตามที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อออนไลน์และสื่อโทรทัศน์ว่า มีการจับกุมผู้ลักลอบเล่นการพนัน ตามเหตุการณ์ดังกล่าวนั้น สภ.หนองเรือได้ตรวจสอบแล้ว ไม่ได้ร่วมหรือได้รับการประสานในการจับกุมบ่อนการพนันตามที่เป็นข่าว และได้ตรวจสอบข้อมูลที่อาคารพานิชย์ดังกล่าวแล้ว ไม่พบการกระทำความผิดแต่อย่างใด

ทั้งนี้ พ.ต.อ.ถนอมสิทธิ์ ซึ่งอยู่นอกพื้นที่ ได้ชี้แจงกับผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ว่า “เหตุการณ์ที่เป็นข่าว ตำรวจไม่ได้ร่วมสนธิกำลังเข้าทำการจับกุมนักพนันที่อาคารพาณิชย์ดังกล่าวกับทหาร เนื่องจากไม่ได้รับการประสานมา ส่วนที่มีภาพตำรวจอยู่ในเหตุการณ์นั้น ได้เรียกตัวมาสอบถามทราบว่า เป็นสายตรวจที่จะขับขี่รถไปตรวจเส้นนั้น เนื่องจากมีการแจ้งว่ามีบ่อนละแวกนั้น และพบว่ามีทหารเดินเข้า-ออก จำนวนหนึ่ง เมื่อทหารเห็นตำรวจ ก็บอกว่ากำลังถอนกำลังขึ้นรถตู้กลับไป ไม่มีการนำส่งของกลางไม่ว่าจะเป็นเงินสดหรือนักพนันรวมทั้งรถยนต์ให้กับพนักงานสอบสวน สภ.หนองเรือแต่อย่างใด

ด้าน พ.ท.พิทักษ์พล ชูศรี หัวหน้าชุดที่เข้าจับนักพนัน กล่าวว่า ได้โทรศัพท์ประสานกับ ผกก.สภ.หนองเรือ ซึ่งได้แจ้งว่าจะส่ง ร.ต.ท.สัมฤทธิ์ บรรเทา มาดำเนินการ ต่อมามีตำรวจแต่งเครื่องแบบเต็มยศมาพร้อมลูกน้อง จึงส่งมอบนักพนันและเงินสดของกลาง 3.1 แสนบาท จากนั้นทหารและสื่อมวลชนก็ถอนตัวกลับไป แต่กลายเป็นว่าไม่มีคดี ปัญหาคือแล้วเงินของกลางหายไปไหน

“ทุกอย่างเราทำตามขั้นตอน กำลังทหารและสื่อมวลชนไปเต็มรถตู้ ภาพถ่ายคลิปการจับกุมก็มีละเอียดทุกขั้นตอน หลักฐานชัดเจน ตอน ผกก.โทรมา นักข่าวหลายสำนักก็ได้ฟัง ตอนส่งของกลางเงินสามแสน ผู้สื่อข่าวก็เป็นพยานได้ แล้วจู่ๆ กลายเป็นว่าผู้ต้องหาและเงินล่องหน ” พ.ท.พิทักษ์พล กล่าว
ต่อมา นายกำธร ถาวรสถิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้สั่งการให้ นายวรทัศน์ ธุลีจันทร์ นายอำเภอหนองเรือ ตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีนี้ ซึ่งในช่วงบ่ายวันที่ 19 ก.ย.นายวรทัศน์ ได้มีหนังสือรายงานถึงผู้ว่าราชการจังหวัดว่า ได้รับรายงานจากสถานีตำรวจภูธรหนองเรือว่า ไม่ได้ร่วมหรือได้รับการประสานในการจับกุมผู้ลักลอบเล่นการพนันตามที่เป็นข่าว และยังไม่ได้รับผู้ต้องหาพร้อมของกลางแต่อย่างใด

เจ้าสัวซีพีชูเปิดบ่อนคาสิโนในประเทศไทย

01

นาย ธนินท์ เจียรวนนท์ ที่หลายๆคนรู้จักกันเป็นอย่างดีในชื่อ “เจ้าสัวซีพี” เป็นประธานกรรมการในเครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “ยุทธศาสตร์ประเทศไทยรับมือเศรษกิจยุคใหม่ ” ซึ่งจัดขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบวาระการก่อตั้งสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ โดย นาย ธนินท์ เจียรวนนท์ ได้กล่าวในงานปาฐกถาพิเศษครั้งนี้ว่า…

” ถ้าผมมีอำนาจอยู่ในมือผมตอนนี้ ผมจะเปิดบ่อนคาสิโนไทยเหมือนที่สิงคโปร์ เหมือนที่คาสิโนฮ่องกง คาสิโนมาเก๊าและคาสิโนลาสเวกัส ที่เมืองไทยการพนันใต้ดินมีเยอะ เต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด ทุกซอกทุกมุม พูดได้ว่ามีเกือบทุกจังหวัดในประเทศไทย ทั้งหวย ทั้งบอล และอื่นๆอีกเยอะแยะไปหมด แต่พวกเราไม่ยอมรับความจริง กันเอง เราถึงไม่ได้เปิดบ่อนคาสิโนจนถึงทุกวันนี้ คนไม่เล่นการพนัน ถึงยังไงเขาก็ไม่เล่น เหมือนที่ผมเคยไปที่คาสิโนลาสเวกัส ผมก็ไปดู ว่าเขามีวิธีการเล่นกันยังไง แต่ผมก็ไม่ได้เล่น ถ้าให้ลงทุนเป็นพันล้านบาท ผมคิดว่ามันก็น่าลงทุน เพราะฉนั้น ผมเห็นว่าบ้านเราควรจะเปิดคาสิโน

แต่มีเงื่อนไขด้วยว่า คนที่จะเข้าไปเล่น มีรายได้เท่าไหร่ ตั๋วในการเข้าไปเล่นควรตั้งไว้สูงเพื่อป้องกันคนที่ไม่มีเงินเข้าไปเล่น สำหรับเมืองที่ควรจะเปิด ควรจะเป็นเมืองท่องเที่ยว ภูเก็ต พัทยา เชียงใหม่ คนที่ไม่เห็นด้วยอย่ามองว่าเป็นการพนันอย่างเดียว ต้องมองว่าเป็นเรื่องของการท่องเที่ยวด้วยอย่างเช่นที่ คาสิโนลาสเวกัส ในตอนนี้ เขาได้กลายเป็นศูนย์การประชุมขนาดใหญ่ มีโชว์ระดับโลก โปรดมองให้หลายมุม อย่ามองแต่ข้อเสียของการพนัน ว่าไม่ดี หากทุกคนช่วยกัน และสามารถผ่านปัญหาต่างๆไปได้

ประเทศไทยจะมีรายได้มหาศาล อยากให้คนที่คัดค้าน ไปมองดูประเทศที่เขาทำแล้วประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็น คาสิโนสิงคโปร์ คาสิโนมาเก๊า คาสิโนฮ่องกง ผมเชื่อว่า ถ้าประเทศไทยเปิดคาสิโนได้เมื่อไหร่ ประเทศไทยจะมีรายได้มากกว่า คาสิโนสิงคโปร์ คาสิโนมาเก๊า คาสิโนฮ่องกง แน่นอน ผมถามว่าต่างประเทศเอาเงินมาให้คนไทยใช้ ทำไมเราไม่เอากัน ยิ่งถ้าเป็นเสรีอาเซียน ประชาชนพันสี่ร้อยล้านคน คนรวยสิบเปอร์เซ็นต์มาเที่ยวบ้านเรา เอาแค่นักท่องเที่ยวชาวจีนแค่ สิบเปอร์เซ็นต์ รายได้ก็เข้าประเทศอย่างมาก

วันนี้สินค้าแพงในยุโรปทั้งหมด ซื้อโดยคนจีน หกสิบสองเปอร์เซ็น หมายถึง สินค้าพวกแบรนเนม หรือสินค้าที่มีราคาแพง ส่วนมากเป็นลุกค้าจากจีนที่สั่งซื้อกันอย่างไม่ลืมหูลืมตา เพราะฉนั้นเราต้องคิดต่อไปว่า เรา จะทำอะไรขายให้นักท่องเที่ยว โรงแรมเท่าไหร่ถึงจะพอ การจ้างงานเพิ่ม คนมีรายได้เพิ่ม ควรเอาธุรกิจใต้ดิน มาไว้บนดิน เราไม่เสียอะไรอยู่แล้ว เพราะว่าก็เคยไม่ได้อะไร ซึ่งเรื่องนี้ประชาชนต้องเข้าใจ อย่ามองแต่ด้านลบ ไม่ว่าจะทำอะไร เรื่องไหน ต้องมีคนค้านอยู่แล้ว เป็นเรื่องธรรมดา ” นาย ธนินท์ กล่าว

ทั้งนี้นาย ธนินท์ เจียรวนนท์ หรือ “เจ้าสัวซีพี” ได้ให้ตัวเลขของรายได้ ของประเทศที่ทำธุรกิจคาสิโนรวมไปถึงการท่องเที่ยว อันดับหนึ่งคือ คาสิโนมาเก๊า รายได้ ปีละประมาณ 8.7 แสนล้านบาท  อันดับสองคือ คาสิโนลาสเวกัส รายได้ ปีละประมาณ 3.1 แสนล้าน  ส่วนอันดับสามคือ คาสิโนสิงคโปร์ มีรายได้ปีละ 1.6 แสนล้านบาท …

ประเทศไทย ควรมีสถานกาสิโนถูกกฎหมาย หรือยัง ?

44

 

ผลการวิจัยเรื่อง “อุตสาหกรรมการพนัน : ไทย อังกฤษ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และมาเลเซีย” โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ระบุว่า รายได้จากธุรกิจการพนันผิดกฎหมายในประเทศไทยทั้งหมด (หวยใต้ดิน, พนันบอล, พนันมวย, บ่อน, หวยหุ้น ฯลฯ) ที่ทำการศึกษาระหว่างปี ๒๕๓๖-๒๕๓๘ อาจมีมูลค่าสูงถึงปีละ ๓๖๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยคาดว่าในอนาคตเงินรายได้ดังกล่าวจะสูงกว่านี้มาก นอกจากนี้จากผลการวิจัยยังพบว่า ผู้ใหญ่ร้อยละ ๗๐ เล่นการพนัน (หวยใต้ดิน) เป็นประจำ

ตัวเลขดังกล่าวสอดคล้องกับผลการศึกษาของ คณะอนุกรรมการศึกษาปัญหาพื้นที่ชายแดนที่ว่า ปัจจุบันมีบ่อนตามแนวชายแดนไทยอยู่ ไม่ต่ำว่า ๒๒ บ่อน โดยบ่อนส่วนใหญ่มักมีนักธุรกิจ และนักการเมืองไทย เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย คนที่เล่นส่วนใหญ่เป็นคนไทย ทำให้มีเงินไหลออกนอกประเทศปีละ ๓ แสนล้านบาท จากการสำรวจบ่อนการพนัน ๗ แห่งในปอยเปตพบว่า มีคนไทยเข้าไปเล่นถึงวันละ ๗๐๐-๑,๐๐๐ คน แต่ละคนเล่นไม่ต่ำกว่าวันละ ๕ แสนถึง ๑ ล้านบาท
ข้อมูลเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ธุรกิจการพนันของไทย มีขนาดใหญ่มาก และมีผลประโยชน์มหาศาล จำนวนเงินที่ไหลออกนอกประเทศ ประกอบกับภาวะวิกฤตเศรษฐกิจที่ไทยกำลังเผชิญ จุดกระแสให้หลายฝ่ายเรียกร้อง ให้มีการอนุญาตเปิดสถานกาสิโนถูกกฎหมายขึ้น เพื่อหารายได้เข้ารัฐ ช่วยพยุงฐานะเศรษฐกิจการเงินของประเทศ

หลายปีที่ผ่านมา ประเด็นที่ว่า ประเทศไทยควรเปิดให้มีสถานกาสิโน หรือบ่อนการพนันถูกกฎหมายหรือไม่ ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงกันอยู่หลายครั้ง แต่คงไม่มีครั้งไหนชัดเจน และเป็นรูปธรรมมากเท่าในช่วงเวลานี้ อย่างไรก็ตาม ทุกครั้งที่มีการเอ่ยถึง ความคิดเห็นต่อเรื่องนี้ก็มักแตกออกเป็นสองฝ่ายเสมอ ครั้งนี้ก็เช่นกัน

ฝ่ายที่พยายามผลักดันให้สถานกาสิโนเปิดได้อย่างถูกกฎหมายนั้น มีมุมมองหลักจากเหตุผลทางเศรษฐกิจ คือเพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่รัฐ และสกัดกั้นไม่ให้เงินส่วนนี้ ไหลออกไปยังบ่อนการพนันรอบๆ ชายแดน นอกจากนี้ยังมองว่า วิธีการดังกล่าว จะช่วยแก้ปัญหาการคอรัปชันของเจ้าหน้าที่ และทำให้รัฐ สามารถเข้าจัดการควบคุมธุรกิจการพนันเถื่อน ที่ลักลอบทำกันอยู่ในเวลานี้ได้มากขึ้น

ส่วนฝ่ายที่คัดค้านนั้นมีฐานคิด และมุมมองด้านสังคม โดยมองว่า การเปิดให้มีสถานกาสิโนถูกกฎหมายในเมืองไทย จะก่อให้เกิดผลกระทบทางสังคมตามมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของยาเสพย์ติด การฟอกเงิน โสเภณี อาชญากรรม ฯลฯ และเห็นว่าเม็ดเงินที่ได้จากสถานกาสิโน ไม่ว่าจะมีจำนวนมหาศาลเท่าใด ก็ไม่คุ้มกับผลกระทบ และความเสียหายระยะยาว ที่จะเกิดแก่สังคมไทย

ขณะนี้กฎหมายไทย อนุญาตให้มีการเล่นการพนันอยู่แล้ว เป็นบางประเภท พ.ร.บ. การพนัน พ.ศ. ๒๔๘๗ มีบัญชี ก ที่ห้ามไม่ให้มีการอนุญาตให้เล่น ยกเว้นแต่เมื่อรัฐบาลเห็นว่าสมควร ภายใต้เงื่อนไขใด ๆ ก็จะอนุญาตโดยออกพระราชกฤษฎีกา เช่น บัคคารา สล็อตแมชชีน ไฮโล หวย ก ข เป็นต้น ส่วนบัญชี ข ซึ่งกำหนดให้มีการอนุญาตให้เล่นการพนันได้บางประเภท เช่น ชนไก่ กัดปลา แข่งม้า นั้น เนื่องจากมีกฎเกณฑ์การอนุญาตที่เข้มงวด เจ้าของบ่อนส่วนใหญ่จึงหาทางหลีกเลี่ยง ทำให้มีการติดสินบนเจ้าหน้าที่ และลักลอบเล่นกันทั่วไป

แม้จะปฏิเสธไม่ได้ว่า การพนันนั้นอยู่คู่กับคนไทยสังคมไทยมาเนิ่นนาน และคงยากที่จะหามาตรการใด มาปราบปรามให้หมดสิ้นไปได้ ทว่าท่ามกลางกระแสธุรกิจการพนัน (ทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย)

ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว และแพร่กระจายไปในคนทุกกลุ่ม ทุกเพศวัย ชนชั้นฐานะ เช่นทุกวันนี้ การหาหนทางเพิ่มรายได้ให้แก่รัฐ โดยเปิดให้มีการตั้งบ่อนกาสิโนถูกกฏหมายขึ้นในประเทศ หรืออีกนัยหนึ่งคือ การทำให้การพนันในบ่อน กลายเป็นธุรกิจถูกกฎหมาย โดยเชื่อว่าจะเป็นการง่ายต่อการควบคุม ก็ยังคงเป็นทางเลือกล่อแหลม

ที่ต้องการการใคร่ครวญอย่างรอบด้าน และจริงจังจากคนในทุกภาคส่วนของสังคม
ร่วมแสดงความคิดเห็น สนับสนุน หรือ คัดค้าน !