ชื่นชมผลงาน “พญาครุฑ” คู่ชิง “ช้างศึก” งานนี้ไม่ง่าย!

 

เรียบร้อยโรงเรียนช้างศึก สำหรับขุนพลนักเตะ “ทีมชาติไทย” ที่สามารถเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในฟุตบอล “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ” หรือฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียนได้ตามคาด หลังจากที่อัด “ทีมชาติเมียร์มา” ทั้งเหย้าทั้งเยือนไปกลับ 6-0 ซึ่งนาทีนี้คอบอลชาวสยามประเทศเชื่อว่าขุนพลช้างศึกยังไงก็ “แชมป์”

หลังจากได้ชมฟุตบอลรายการนี้มาตั้งแต่รอบแรก มิใช้เฉพาะแค่เวลา “ทีมชาติไทย” ลงสนามเพียงอย่างเดียว ต้องยอมรับว่า ระดับของไทยเลยระดับอาเซียนไปแล้ว คือ “ความจริง” เพราะในหลายๆนัดที่เห็นชาติอื่นลงเล่น ยังมีข้อผิดพลาดอยู่เยอะมาก โดยเฉพาะเกมรับที่เสียกันง่ายชนิดที่ว่าคงไม่ได้เห็นความผิดพลาดแบบนี้จากนักเตะช้างศึกแน่

เพราะสิ่งที่ทำให้เราแตกต่างกว่าเพื่อนบ้านในระดับอาเซียนคงเป็นเรื่อง “ความละเอียด” ในการเล่นฟุตบอลที่มีมากกว่า ถ้าจำกันได้ช่วงหลังภายใต้การคุมทีมของ “ซิโก้-เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง” เราแทบไม่เสียประตูจากจังหวะง่ายๆหรือมาจากความผิดพลาดกันเองซักเท่าไหร่

นอกจากเวลาเผลอ! เหมือนรอบแรกที่ถูก “อินโดนีเซีย” เปิดบอมบ์เข้ามา 2 ลูก เสีย 2 ลูก
ขณะที่เกมรุกของไทย ไม่ว่าจะเป็น “เจ้ามุ้ย-ธีรศิลป์ แดงดา” หรือ “เจ้าหนุ่ย-ศราวุฒิ มาสุข” ถือว่าครอบเครื่องทั้งสิ้น ในรายของมุ้ยยอมรับว่าตั้งแต่กลับมาจาก “อัลเมเรีย” เก่งขึ้นเยอะ โดยเฉพาะทัศนคติการเล่นฟุตบอลที่อาจจะไม่ยิงถล่มทลาย แต่ทุกจังหวะของเจ้าตัวสร้างประโยชน์ให้กับทีมได้มากกว่า ทั้งส่งให้เพื่อนในตำแหน่งที่ดีกว่า การที่เล่นแบบไม่โชว์ออฟ หรือหวงบอล

ส่วนเจ้าหนุ่ย ประสบการณ์ส่วนตัวเคยมีโอกาสได้เล่นด้วยครั้งนึง ซึ่งเป็นการมาเตะฟุตซอล เห็นจังหวะการเคลื่อนที่หรือการยิงประตู ถึงแม้จะตัวจะเล่นแบบเอาสนุก ไม่เอาจริง ยัง “เก่งที่สุดในสนาม” เลย ไม่นับ “เจ้าปีโป้-สิโรจน์ ฉัตรทอง” ก่อนหน้านี้ตอนเรียกมาติดทีมครั้งแรก ยังสงสัยเลยว่า ใครวะ! เพราะไม่ใช่กองหน้าระดับลีกสูงสุดของเมืองไทยด้วยซ้ำ ที่ฮากว่านั้นเจ้าตัวไม่เคยเล่นทีมชาติเยาวชนชุดไหนเลยหรือทีมนักเรียนไทยด้วยซ้ำ

แต่พอได้ดูหนุ่มวัย 24 ชาวสุรินทร์เล่น ทำให้เข้าใจถึงเหตุผลของซิโก้ว่า ทำไมถึงเลือกเจ้าปีโป้มาติดทีม เพราะเป็นกองหน้าที่ “แตกต่าง” จากกองหน้าไทยทั่วไป จากจุดเด่นเรื่องความแข็งแกร่งและรูปร่างที่สูงใหญ่ จนนึกถึง “โค้ชโย่ง” วรวุธ ศรีมาฆะ สมัยยังเป็นนักฟุตบอล เรียกว่าเบียดกับพวกฝรั่งได้สบายๆ อย่างเกมที่เจอกับ “ทีมชาติออสเตรเลีย” ในฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ก็ลงไปเบียดกับเค้าได้แบบไม่มีปัญหา

มาถึงตอนนี้เรารู้แล้วว่าคู่แข่งในรอบชิงชนะเลิศคือ “พญาครุฑ” ทีมชาติอินโดนีเซีย ซึ่งสามารถดับซ่า “ขุนพลเหงียน” ทีมชาติเวียดนาม ได้คาถิ่นในรอบรองชนะเลิศ ซึ่งนักเตะแดนอิเหนาชุดนี้ ส่วนใหญ่เล่นอยู่ในประเทศที่เราไม่คุ้นมาก่อนเพราะเป็นรุ่นใหม่ที่ขึ้นมา แถมยังมีตัวที่เป็นนักฟุตบอลอาชีพอยู่ในเนเธอร์แลนด์อย่าง “สเตฟาโน่ ลิลิปาลี่” กับสโมสรเทลสตาร์

สำหรับแรงจูงใจในการคว้าแชมป์ของอินโดฯเชื่อว่าไม่น้อยกว่าเราแน่ ยิ่งฟุตบอลรายการนี้เป็นทัวร์นาเมนต์แรกในระดับนานาชาติที่ได้เล่นหลังพ้นโทษแบนจากฟีฟ่า ย่อมอยากกู้ชื่อด้วยการเป็น “ที่ 1” แน่นอน และการที่เคยเจอกับ “ทีมชาติไทย” ในรอบแรก และสามารถยิงเราได้ 2 ลูก ส่งผลให้นักเตะอินโดฯไม่กลัวเราอย่างแน่นอน ถึงจะแพ้มาก่อน 2-4 ก็ตาม

กุนซือของเค้าก็คือ “อัลเฟรด รีเดิ้ล” นายใหญ่ชาวออสเตรียที่คุ้นเคยกับฟุตบอลอาเซียนเป็นอย่างดี เพราะผ่านงานคุม “ทีมชาติเวียดนาม” มาหลายสมัย หรือ “ทีมชาติลาว” ซึ่งเจ้าตัวรู้จัก “ฟุตบอลไทย” ไม่น้อยเลย

สุดท้ายรอบชิงชนะเลิศในวันที่ 14 ธันวาคมนี้ที่ต้องไปเยือนอินโดนีเซีย ก่อนจะกลับมาเล่นในบ้านวันที่ 17 ธันวาคมนี้ของขุนพลช้างศึกเชื่อว่า “ไม่ง่าย” อย่างที่คิด เพราะรายการนี้ “อินโดนีเซีย” มาดีจริงๆ มิเช่นนั้นคงไม่ปราบทีมอื่นๆในอาเซียนมาได้หมดหรอกครับ

สุดช็อก! เครื่องบินขนนักเตะลีกแซมบ้าโหม่งโลกก่อนเกมนัดชิงฯ

วงการลูกหนังโลก เจอข่าวช็อก เมื่อมีรายงานว่า เครื่องบินที่ขนบรรดาแข้ง ชาเปโคเอนเซ่ สโมสรดังในลีกสูงสุด แดนบราซิล ประสบอุบัติเหตุตกที่ประเทศโคลอมเบีย ระหว่างเดินทางไปแข่งขันศึกโคปา ซูดาอเมริกาน่า รอบชิงชนะเลิศ นัดแรก กับ แอตเลติโก นาซิอองนาล

ตามรายงานระบุว่า เครื่องบินลำดังกล่าวมีผู้โดยสารทั้งสิ้น 72 คน และลูกเรือ 9 คน เดินทางมาจาก ประเทศโบลิเวีย ก่อนประสบเหตุตกบริเวณพื้นที่แนวเขานอกเมืองเมเดยิน ซึ่งผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่ และนักเตะจาก สโมสรฟุตบอลชาเปโคเอนเซ่ ของบราซิล โดยมีเป้าหมายที่ท่าอากาศยานนานาชาติ โจเซ มาเรีย กอร์โดวา ประเทศโคลอมเบีย

เนื่องจากมีโปรแกรมแข่งขันฟุตบอลโคปา ซูดาอเมริกาน่า รอบชิงชนะเลิศ นัดแรก กับ แอตเลติโก นาซิอองนาล เจ้าถิ่น ที่สนามกีฬาในเมืองเมเดยินในวันพรุ่งนี้ (30 พ.ย.)

โดยล่าสุดมีรายงานเบื้องต้นว่า มีผู้เสียชีวิตแล้วมากถึง 25 ราย ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บ 15 คน ได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่ไม่มีรายงานเกี่ยวกับนักเตะบนเครื่อง ส่วนสาเหตุของเครื่องบินตกครั้งนี้ยังไม่ทราบแน่ชัด ยังอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน

ทั้งนี้ เกมรอบชิงชนะเลิศของศึก”โคปา ซูดาอเมริกานา” ได้ถูกสั่งยกเลิก อย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อย

อนาคตดับเพราะ “ผายลม!”

เรามักเห็นเหล่านักเตะถูกตัดชื่อออกจากทีมชาติด้วยหลากหลายสาเหตุ บ้างก็ฟอร์มตก รวมถึงมีปัญหาพฤติกรรม

แต่เชื่อได้เลยครับว่าคงไม่มีเรื่องราวครั้งไหน ที่จะพิลึกกึกกือไปกว่าวีรกรรมที่ “โตเกโล่ แรนตี้” อีกแล้ว!

ย้อนกลับไปเมื่อ 2 เดือนก่อนมีรายงานว่าทีมชาติแอฟริกาใต้ได้ตัดสินใจถีบส่ง แรนตี้ ออกจากแคมป์ในการเก็บตัวครั้งดังกล่าวชนิดที่ช็อกแฟนบอลในประเทศ แม้ว่าแข้งรายนี้จะกำลังฟอร์มร้อนแรงกับ เกนเกลร์บีร์ลิจี้ และเป็นถึงอดีตดาวเตะของ บอร์นมัธ ทีมชื่อดังในพรีเมียร์ลีกก็ตาม ด้วยเหตุผลที่ว่าเจ้าตัวนั้นก่อเรื่องงามหน้า…

ด้วยการ “ผายลม” ใส่ “เอฟแรม มาสฮาบา” ผู้จัดการทีมชาติของตนเอง!

การ “ผายลม” ครั้งนี้ไม่ใช่การตดแบบธรรมดาๆครับ หากแต่เป็นการปล่อยลมปราณชนิดทำเอาเพื่อนร่วมทีมสะท้านไปทั่วห้องแต่งตัว เนื่องจากศูนย์หน้าวัย 26 ปีรายนี้อยู่ดีไม่ว่าดี ตัดสินใจยกบั้นท้ายของตนเองขึ้นไปขนานกับใบหน้าของผู้จัดการทีม

ก่อนทำการ “ผายลมอัดใส่” ชนิดไร้ความปราณี!

มีรายงานว่า โตเกโล่ แรนตี้ นั้นมิได้มีปัญหากับกุนซือแต่อย่างใด ซ้ำร้ายกว่านั้นก่อนเกิดเหตุเศร้าสลดบรรยากาศในห้องแต่งตัวกลับครื้นเครงราวกับไม่มีใครรู้ล่วงหน้าถึงโศกนาฏกรรมที่กำลังจะเกิด

ไม่มีรายงานครับว่าอานุภาพในการปล่อยของ แรนตี้ นั้นได้ส่งมลพิษโชยไปทั่วห้องแต่งตัวหรือไม่ ฤาเป็นพวก “มีแต่เสียงไร้กลิ่น” แต่ที่แน่ๆวีรกรรมอันพิสดารในครั้งนี้ทำเอาบรรยากาศที่กำลังเฮฮาเต็มไปด้วยความหม่นหมองทันที

“มันเป็นบรรยากาศที่น่าจะแปลกประหลาดที่สุดตั้งแต่ที่เคยมีทีมชาติมา” รายงานจากสื่อท้องถิ่นแอฟริกาใต้ระบุ “เราได้รับรายงานมาว่า จู่ๆ แรนตี้ ก็ยกตัวขึ้นไปบนเก้าอี้ พร้อมกับถกกางเกงของเขาขึ้นพร้อมกับปล่อยลมอันไม่พึงประสงค์ใส่ เอฟแรม มาชาบา”
“มันเป็นบรรยากาศที่น่าจะแปลกประหลาดที่สุดตั้งแต่ที่เคยมีทีมชาติมา” รายงานจากสื่อท้องถิ่นแอฟริกาใต้ระบุ “เราได้รับรายงานมาว่า จู่ๆ แรนตี้ ก็ยกตัวขึ้นไปบนเก้าอี้ พร้อมกับถกกางเกงของเขาขึ้นพร้อมกับปล่อยลมอันไม่พึงประสงค์ใส่ เอฟแรม มาชาบา”
“ทันใดนั้นทุกคนถึงกับอึ้งพร้อมงงกับสิ่งที่พบเห็น ส่วนหลังจากนั้นน่ะเหรอ… บรรยากาศในห้องแต่งตัวไม่ต่างกับฟ้าอันมืดครึ้มยังไงยังงั้นเลย”

บางที แรนตี้ อาจแค่เอาฮาแต่การหยามเกียรติกุนซือรายนี้ก็ทำให้เจ้าตัวนั้นฮาไม่ออก หลังเล่นอะไรไม่เข้าท่า มาชาบา ก็ตัดสินใจถีบส่งดาวยิงรายนี้ออกจากแคมป์ทีมชาติทันที พร้อมกับสั่งแบนแข้งรายนี้จากทัพ “บาฟาน่า” แบบไม่มีกำหนด

แม้ มาชาบา ยามอยู่ต่อหน้าสื่อในประเทศนั้นจะปฏิเสธให้ความเห็นถึงสาเหตุการตัดหางปล่อยวัด แรนตี้ ในครั้งนี้ โดยบอกเพียงแค่ว่า การกระทำบางอย่างของเจ้าตัวเป็นการทำลาย “สปิริต” และ “วินัย” ของทีม

ทว่าทุกคนในชาติก็รู้กันอยู่เต็มอกว่าเป็นเพราะการ “เล่นไม่เข้าเรื่อง” ของแข้งวัย 26 ปีนั่นแหละ…

ว่ากันว่าเรื่องนี้ทำให้ มาชาบา และสมาคมในประเทศรู้สึกโกรธมาก และอาจตัดสินใจตัดชื่อ แรนตี้ ออกจากทีมชาติแบบถาวรไปเลย

เช่นเดียวกับในการประกาศรายชื่อทีมชาติครั้งล่าสุดเมื่อกลางเดือนที่แล้ว ทางสมาคมฟุตบอลแอฟริกาใต้ก็ไม่ได้ใส่ชื่อของ แรนตี้ ติดธงแต่อย่างใด

เรียกได้ว่างานนี้อดีตดาวเตะ บอร์นมัธ อนาคตดับเพราะ “ผายลมปรู๊ดเดียว” จริงๆ…

และน่าจะเป็นหนึ่งในวีรกรรมที่สุดพิลึกกึกกือตั้งแต่มีแคมป์ทีมชาติมา!

เผยภาพแรก ริโกแบร์ ซง หลังเป็นโรคหลอดเลือดสมองเฉียดตายเมื่อเดือนตุลาคม

ริโกแบร์ ซง อดีตกองหลังระดับตำนานทีมชาติแคเมอรูน ได้รับการเปิดเผยภาพแรกของเจ้าตัว หลังจากที่ป่วยเป็น โรคหลอดเลือดสมอง จนเกือบทำให้เสียชีวิตเมื่อ 9 สัปดาห์ก่อน โดยล่าสุดอาการดูดีขึ้นมาก และสามารถยิ้มออกได้แล้ว

ย้อนไปเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซง วัย 40 ปี เกิดอาการโรคหลอดเลือดสมอง จนต้องถูกนำตัวเข้าโรงพยาบาลเป็นการด่วน และนอนป่วยเข้าขั้นโคม่าอยู่ 2 วัน ซึ่งล่าสุดก็ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะอาการดีขึ้นมากแล้ว หลังปรากฏภาพนั่งยิ้มที่เตียงของโรงพยาบาล ในเสื้อซ้อม เซาธ์พอร์ต ชุดยู-21

ซง กล่าวว่า “ผมรู้สึกดีแล้วในตอนนี้ ผมรู้ดีว่ามันเกิดอะไรขึ้นหลายอย่าง ต้องขอบคุณการสนับสนุนจากทางรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับตัวผม ผมต้องขอบคุณพวกเขา พอล บิยา ประธานาธิบดีของแคเมอรูน รวมถึงภรรยาของเขา แชนทัล บิยา”

“ผมยังสัมผัสได้ถึงแรงใจจากผู้คนในแคเมอรูน ทุกคนช่วยเสริมสร้างพลังในด้านบวกให้กับผม และทำให้ผมเข้มแข็งจนกระทั่งอาการดีขึ้น”

ยังอันตราย! “ซิโก้” เชื่อนัดสองจะได้เห็นบอลสไตล์วิ่งสู้ฟัดจากเมียนมาร์

เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย นำลูกทีมลงฝึกซ้อม ที่สนาม เทพหัสดิน เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 2016 รอบรองชนะเลิศ นัดที่ 2 กับทีมชาติเมียนมาร์

การฝึกซ้อมครั้งนี้ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง โดยเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนเก็บภาพเพียง 15 นาที เท่านั้น

หลังการฝึกซ้อม “ซิโก้“ กล่าวว่า “วันนี้ก็ถือเป็นโอกาสดีที่เราได้เดินทางมาซ้อมที่สนามเทพหัสดิน จริงแล้วๆ ตรงสนามศุภชลาศัยก็เป็นสนามกีฬาแห่งชาติเก่า ซึ่งปกติทุกครั้ง นักฟุตบอลทีมชาติไทยจะมากราบไว้ขอพร หลวงศุภชลาศัย กรมหลวงชุมพรเชตอุดมศักดิ์ พ่อแก และศราพระภูมิต้นโพธิ์ ซึ่งเป็นธรรมเนียมของนักฟุตบอลทีมชาติไทยอยู่แล้ว ครั้งนี้ก็ถือเป็นโอกาสดี ที่น้องๆนักฟุตบอลทีมชาติไทยรุ่นใหม่ได้มาสักการะขอพร ซึ่งแน่นอนวันที่ 8 ธันวาคม ก็เป็นอีกเกมหนึ่งที่เราต้องการสามแต้มเพื่อกรุยทางสู่รอบชิงชนะเลิศให้ได้ ฉะนั้นวันที่ 8 ธันวาคมนี้ น้องๆทุกคน ยังตั้งใจ มีสมาธิ เรายังให้ความสำคัญอยู่ การฝึกซ้อมยังเข้มข้นเหมือนเดิม เราอยากพิสูจน์ให้แฟนบอลชาวไทยเห็นว่าเราอยากเป็นเบอร์หนึ่งอาเซียนให้ได้ ณ ตอนนี้ ก็ใกล้เข้าสู่ความเป็นจริงแล้ว เราต้องผ่านเมียนมาให้ได้ ส่วนรอบชิงชนะเลิศค่อยว่ากันอีกที”

“สภาพนักเตะก็ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ 23 คนของเราสมบูรณ์ทุกคน 23 คนก็เดินเกมได้ตามปกติ ไม่ว่าจะเป็นผู้เล่นที่ติดใบเหลือง เราก็ยังเน้นให้ทุกคนลงไปทำหน้าที่ ใครก็ตามที่ได้รับโอกาสก็ต้องทำเต็มที่ ก็คงไม่ต้องป้องกันอะไรมากมาย ก็ได้กำชับให้รัดกุม เพราะว่าเล่นในบ้านเราต้องชิงความได้เปรียบด้วย ซึ่งผมเชื่อว่าเราสามารถทดแทนกันได้”

“ความเร็วของศูนย์หน้าเมียนมา ก็เป็นสิ่งที่เราต้องมองอยู่ เมียนมาตอนนี้ไม่มีความกดดัน เขาเล่นในบ้านเขาแพ้มา เพราะฉะนั้นมาเล่นบ้านเราเขาต้องทำเต็มที่แน่นอน ก็คิดว่าจะได้เห็นสไตล์วิ่งสู้ฟัดของเขา เราก็ต้องป้องกันเกมรุกของเขาเหมือนกัน”

“เห็นได้ว่าเมียนมาเข้าหนัก ทุกทีมในอาเซียนถ้าเขาเล่นเบา เขาก็จะมีปัญหาเพราะว่านักเตะเรามีประสบการณ์และชั้นเชิงที่ดี ถ้าเขาไม่เล่นเกมหนัก ปล่อยให้เราเล่น ถ้าเราโดนปะทะ หรือโดนเบียด ตลอดทั้งเกมก็จะเป็นเกมที่ยาก เราผ่านเกมแรกมาแล้ว เราผ่อนคลายมากขึ้นแต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะผ่อนเกมลง เรายังต้องเปิดเกมรุกเพื่อเก็บแต้มกับเมียนมาร์”

สำหรับ ฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2016 รอบรองชนะเลิศ นัดที่ 2 ระหว่าง ทีมชาติไทย กับ ทีมชาติเมียนมาร์ จะแข่งขันกันที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ในวันที่ 8 ธันวาคม เวลา 19.00 น. ถ่ายทอดสดทางช่อง 7

สมคิด ประเดิมทองเพาะกายโลก รุ้งตะวัน-นงเยาว์ ก็แชมป์

23

เปิดฉากวันแรก ศึกเพาะกายและฟิตเนสชิงชนะเลิศแห่งโลก 2016 ทัพไทยทำผลงานยอดเยี่ยมประเดิมคว้าแชมป์โลกจาก สมคิด สุเมโธเวชกุล และกวาดทองต่อเนื่องจากฟิตเนสหญิง

การแข่งขันกีฬาเพาะกายและฟิตเนสชิงชนะเลิศแห่งโลก 2016 ที่ห้องคอนเวนชั่นฮอลล์ ซี โรงแรมแอมบาสเดอร์ ซิตี้ จอมเทียน พัทยา เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. เป็นการแข่งขันวันแรก มีชิงทั้งสิ้น 15 เหรียญทอง ปรากฎว่า ทัพนักกีฬาไทย คว้ามาได้ถึง 6 เหรียญทอง 6 เหรียญเงิน และ 3 เหรียญทองแดง

สมคิด สุเมโธเวชกุล

ผลการแข่งขันของนักกีฬาไทย มีดังนี้ เพาะกาย ชาย รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 65 กก. สมคิด สุเมโธเวชกุล คว้าเหรียญทองแรกของรายการได้สำเร็จ เป็นแชมป์โลก สมัยที่ 5 ด้าน สุรศักดิ์ ปานเรือง ได้เหรียญเงิน, วัชระ สะศรีสังข์ ตกรอบคัดเลือก ขณะที่เหรียญทองแดง ชินฮา ราฮุล (อินเดีย)

เพาะกาย ชาย รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 60 กก. จีรพันธ์ โป่งคำ ได้เหรียญเงิน, เพาะกาย ชาย รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 55 กก. ชัยพิพัฒน์ ลิ่วตระกูล ได้อันดับ 5

ฟิตเนสหญิง ความสูงไม่เกิน 160 ซม. นงเยาว์ โกสีนาม คว้าแชมป์โลกเป็นสมัยที่ 2 ส่วน ศิริพร ศรช่วย ได้เหรียญทองแดง, ฟิตเนสหญิง ความสูงไม่เกิน 165 ซม. จ.อ.ท.อาจารี แท่นทรัพย์ แชมป์เก่าพลาดท่าได้เหรียญเงิน

ฟิตเนสหญิง ความสูงเกิน 165 ซม. รุ้งตะวัน จินดาซิงห์ ที่พักการแข่งขันไป 1 ปี หลังจากได้แชมป์โลกที่อินเดีย ปี 2014 กลับมาคว้าแชมป์โลกเป็นสมัยที่ 5 ส่วนพรชนก ปลื้มจิตร ได้เหรียญเงิน

สาคร มาตรวังแสง

เพาะกาย มาสเตอร์ ชาย รุ่นอายุ 50-59 ปี สาคร มาตรวังแสง คว้าเหรียญทอง ส่วนสมศรี ทุรินไธสง และ สุวิจักขณ์ พันทุสรชัย ตกรอบคัดเลือก, เพาะกายเยาวชนชาย รุ่นน้ำหนัก เกิน 75 กก. อภิชัย วันดี ได้เหรียญทอง

เพาะกาย มาสเตอร์ ชาย รุ่นอายุ 40-49 ปี ขุนตาล พวงเพชร์ ได้เหรียญเงิน ด้าน สมคิด สุเมโธเวชกุล ได้อันดับ 4 ส่วนเกษม ศิริโสตร์และ กุศล ลาเสือ ตกรอบคัดเลือก, เพาะกายเยาวชนชาย รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 75 กก. ณัฐพงศ์ ใยงูเหลือม ได้เหรียญทองแดง

รุ้งตะวัน จินดาซิงห์

เพาะกายหญิง รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 55 กก.จิรฐา จุฑานิชกานต์ ได้เหรียญทองแดง, เพาะกายหญิง รุ่นน้ำหนักเกิน 55 กก. จรัญญา ดวงคำ ได้อันดับ 4 ส่วน อรดี บุญจำเนียร ตกรอบคัดเลือก

โมเดลฟิสิคหญิง ความสูงไม่เกิน 160 ซม. กัญญาภัทร ศิริพรรค ได้เหรียญเงิน ด้าน รพีพร อารีย์ ได้อันดับ 4 ส่วน ศิริพร ศรช่วย ตกรอบคัดเลือก, สปอร์ต ฟิสิค ชาย ความสูงไม่เกิน 170 ซม. กิตติ ผลาผล ได้เหรียญทอง ส่วน เกรียงไกร ศรีชัยสุวรรณ ได้อันดับ 4

หมายเหตุ : ภาพเคลื่อนไหวคือการแข่งขันฟิตเนสหญิง

เปอตีต์ ชี้ เชลซีมี ก็องเต เหมือนเล่น 12 คน

9

ก็องเต ย้ายจากเลสเตอร์ ซิตี้ มาอยู่กับเชลซี ในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังพาจิ้งจอกสยามคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งเขาก็ทำผลงานกับเชลซีได้อย่างยอดเยี่ยม

แถมล่าสุดมีส่วนช่วยให้ทีมบุกไปชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-1 นำเป็นจ่าฝูงอยู่ในตอนนี้“ผมรักเขา เมื่อคุณมี ก็องเต ก็เหมือนมีนักเตะ 12 คนในสนาม เขามีหัวใจหัวใจที่ยอดเยี่ยมและมีความสามารถ เขามีแท็กติกในอ่านเกมของคู่แข่งตลอดเวลา

ซึ่งมันเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักเตะตำแหน่งกองกลาง เขาเป็นคนใจกว้างมากกับเพื่อนร่วมทีมเขาเป็นคนที่ดีมาก เขาสามารถปรับตัวเองได้ในทุกระบบการเล่น และไม่มีอีโก้อีกด้วย” เปอตีต์ กล่าว

ส.บอลเปิดคอร์ส “เอเอฟซีโปรไลเซนส์” ครั้งแรกในไทย, 22โค้ชเข้าร่วม

3เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2559 เวลา 09.00 น. ที่สนาม เอสซีจี สเตเดียม สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับสโมสร เมืองทอง ยูไนเต็ด ได้จัดงานเปิดการอบรมหลักสูตร AFC Pro – Diploma Coaching Course

ภายในงานได้รับเกียรติจาก พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เป็นประธานในพิธีเปิด การอบรมในครั้งนี้ นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจาก Mr. Vaithilingam Subramaniam จากประเทศสิงคโปร์ ในการเป็นวิทยากร พร้อมด้วย คุณวิบูลย์ มณีฉาย และคุณพงศกร อดิศรเกษม เป็นผู้ช่วยวิทยากร โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมทั้งหมด 22 ราย

“ปทุมคงคา”คว้าชัยโต๊ะเล็กกรมพละ

"ปทุมคงคา"คว้าชัยโต๊ะเล็กกรมพละ

รร.ปทุมคงคา ชนะ รร.กีฬาเทศบาลนครนครปฐม 5-3 ในศึกฟุตซอลนักเรียน กรมพลศึกษา ประจำปีการศึกษา 2559 รุ่นอายุ 18 ปีชาย

การแข่งขันฟุตซอลนักเรียน กรมพลศึกษา ประจำปีการศึกษา 2559 ที่อาคารกีฬานิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ เมื่อวันที่ 14 พ.ย. มีผลดังนี้ รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี (ก) รร.ปทุมคงคา ชนะ รร.กีฬาเทศบาลนครนครปฐม 5-3, รร.กีฬา กทม.ชนะ รร.บางพลีราษฎร์บำรุง 3-1, รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี (ก) รร.ราชวินิตบางเขน ชนะ รร.อิสลามวิทยาลัยฯ 2-1, รร.อัสสัมชัญนครราชสีมา แพ้ รร.กีฬาเทศบาลนครนครปฐม 0-2,  รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี (ก) รร.อิสลามวิทยาลัยฯ ชนะจุดโทษ รร.กีฬา กทม. 10-9 (ในเวลาปกติเสมอกัน 3-3), รร.รัตนโกสินทร์สมโภชบางขุนเทียน แพ้ รร.ซางตาครู้สศึกษา 0-6

ส.แบดโลกเปิดโหวตผู้เล่นยอดเยี่ยม รัชนก ติดโผ

ส.แบดโลกเปิดโหวตผู้เล่นยอดเยี่ยม รัชนก ติดโผ

สหพันธ์แบดมินตันโลก เปิดโอกาสให้แฟนกีฬาขนไก่ทั่วโลก ร่วมโหวตรางวัล เพลเยอร์ ออฟ เดอะ เยียร์ อวอร์ด 2016 มีชื่อ น้องเมย์ รัชนก อินทนนท์ เข้าชิงฝ่ายหญิง
สหพันธ์แบดมินตันโลก เปิดให้แฟนกีฬาตบลูกขนไก่ทั่วโลก โหวตรางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าแห่งปี 2016 ทั้งชาย และหญิง รวมถึงเยาวชน

โดยประเภทหญิงมีชื่อของ น้องเมย์ รัชนก อินทนนท์ นักตบลูกขนไก่สาวไทย มือ 2 ของโลก เข้าชิงรางวัลด้วย หลังจากปีนี้คว้า 1 แชมป์ กรังปรีซ์ โกลด์ 2 แชมป์ซูเปอร์ซีรีส์ และ 1 แชมป์ซูเปอร์ซีรีส์พรีเมียร์ รวม 4 รายการ และเป็นคนแรกของโลก ที่คว้าแชมป์ระดับซูเปอร์ซีรีส์ 3 รายการติดต่อในเดือนเดียวกัน

ซึ่งตอนนี้ น้องเมย์ กำลังรักษาอาการบาดเจ็บเอ็นหัวเข่าซ้าย จนถอนตัว 2 ศึกซูเปอร์ซีรีส์ ที่ยุโรป ขณะที่คู่แข่งในการโหวตครั้งนี้ของ รัชนก ยังมี คาโลริน่า มาริน มือ 1 ของโลกชาวสเปน และ โนโซมิ โอกุฮาระ มือ 3 ของโลกจากญี่ปุ่น

ส่วนประเภทชาย มีชื่อของ เฉิน หลง มือ 2 ของโลก และแชมป์โอลิมปิกเกมส์ จากจีน, ลี ชอง เหว่ย มือ 1 ของโลกจากมาเลเซีย และ วิคเตอร์ อะเซลเซ่น มือ 5 ของโลก จากเดนมาร์ก