ผลบาส : ค้างคาวผงาด!โมโน แวมไพร์ ไล่ยำ ยักษ์เขียว 96-66 คว้าแชมป์ไปครอง ในศึก (GSB TBSL 2017)

ผลบาส : โมโน แวมไพร์ ชนะ โมโน ทิวไผ่งาม 96-66 ในศึก จีเอสบี ไทยแลนด์ บาสเกตบอล ซูเปอร์ ลีก 2017 (GSB TBSL 2017)รอบชิงชนะเลิศ (เกมสุดท้าย) ประจำวันพุธที่ 5 เมษายน 2017 เวลา 18.30 ณ Stadium 29

ควอเตอร์แรก เริ่มเกมเป็นทางโมโน แวมไพร์ ที่ใช้เกมบุกแบบข้ามเข้าในเก็บฟาวล์ แล้วทำได้ดีทีเดียว แต่รูปเกมสนุกสูสีตั้งแต่เริ่มเกมจริงๆ สามารถเรียกเสียงเชียร์จากแฟนๆได้ดังกึกก้องสนาม หลังจากนั้น เป็นทางโมโน แวมไพร์ที่ใช้ลูกฟาสต์เบรค ขยับทำแต้มทิ้งห่างออกไปเล็กน้อย แต่ขณะทางฝั่งโมโน ทิวไผ่งามก็อาศัยลูกทีเด็ดของพวกเค้า คือลูกยิงสามแต้ม แล้วทำได้ดีทีเดียว แต่ในช่วงท้ายควอเตอร์เป็นโมโน ทิวไผ่งามจะตื้อๆไป แล้วเป็นโมโน แวมไพร์ ที่ทำเกมรุกได้ดีจบควอเตอร์ออกนำไปก่อนที่สกอร์ 28-12 คะแนน

ควอเตอร์สอง ในครึ่งแรกของเกมนั้น ต้องบอกว่าโมโน ทิวไผ่งาม ผิดฟอร์มไปเยอะทีเดียว ขณะที่โมโน แวมไพร์ เข้าฟอร์มสุดๆ แล้วยังสามารถขยับทำแต้มเพิ่ม ทิ้งระยะห่างออกไปอีก แต่ทางโมโน ทิวไผ่งาม ที่ไม่ยอมง่ายๆ พยายามไล่ทำแต้มลดระยะห่าง แล้วดูเหมือนลูกทีเด็ดของทางโมโน ทิวไผ่งามจะไม่ค่อยได้ทำงานสักเท่าไร จึงทำให้โมโน แวมไพร์ที่อาศัยลูกฟาสต์เบรค สามารถทำแต้มทิ้งระยะห่างออกไปเรือยๆ และจบควอเตอร์ด้วยสกอร์ 49-26 คะแนน

ควอเตอร์สาม เปิดฉากครึ่งหลังของเกมเป็นทางโมโน ทิวไผ่งาม ที่เปิดมาก็กดสามแต้มไปสองสามลูก ทำให้แต้มขยับเข้าใกล้กันเล็กน้อย แต่ทางโมโน แวมไพร์ก็ยังมีผู้เล่นวงในอย่าง “เรจจินัลด์ จอห์นสัน” ที่ออกมากดสามแต้มสามลูกติด ยิ่งทำให้ขวัญกำลังใจยิ่งมาทางโมโน แวมไพร์ และก็ทำแต้มเพิ่มได้ตลอดพลาดค่อนข้างน้อย ขณะที่โมโน ทิวไผ่งาม เสียเทิร์นโอเวอร์บ่อยมากในเกมนี้ ทำให้จบควอเตอร์ยังคงเป็นโมโน แวมไพร์ที่นำ ด้วยสกอร์ 75-51 คะแนน

ควอเตอร์สี่ เริ่มควอเตอร์สุดท้าย ในช่วงต้นควอเตอร์ค่อนข้างสูสี หลังจากนั้นยังคงเป็นโมโน แวมไพร์ ที่ร้อนแรงไม่เลิก โดยเฉพาะ “เรจจินัลด์ จอห์นสัน”ที่สามารถทำเกมวงในได้ดีแล้วยังมีลูกสามมาผสม แล้วทางโมโน ทิวไผ่งามเหมือนถอดใจแล้ว ได้ปล่อยตัวสำรองลงสนามแล้ว ทำให้จบเกมไปด้วยสกอร์ 96-66 คะแนน

น้องมิ้นท์ นภาพร คว้าเหรียญทองเทควันโดเยาวชนโลก 2016 ในรอบ 10 ปี

น้องมิ้นท์ นภาพร จรณวัต นักเทควันโดไทย คว้าเหรียญทองในการแข่งขันเทควันโดเยาวชนชิงแชมป์โลก 2016 ที่แคนาดา ทุบสถิติเหรียญทองเหรียญแรกในรอบ 10 ปี

วันที่ 18 พฤศจิกายน 2559 ในการแข่งขันเทควันโดเยาวชนชิงแชมป์โลก รายการ 2016 เวิลด์ จูเนียร์ เทควันโด แชมเปี้ยนชิพ ณ เมืองเบิร์นนาบี้ ประเทศแคนาดา ผลปรากฏว่า น้องมิ้นท์ นภาพร จรณวัต สามารถคว้าเหรียญทองในแข่งขันเทควันโด รุ่น 46 กิโลกรัม หญิง จากการเอาชนะ ลิน บายาส นักเทควันโดอิหร่านที่โอนสัญชาติมาเล่นให้สวีเดนไป 11-6 คะแนน ในรอบสุดท้าย

โดยถือได้ว่า น้องมิ้นท์ นภาพร เป็นนักเทควันโดเยาชนไทยที่คว้าเหรียญทองได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี หลังจาก ไอ เป็นเอก การะเกตุ และ น้องสอง บุตรี เผือดผ่อง เคยทำได้ครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2006 ที่ประเทศเวียดนาม

กระหึ่ม โปรเม เอรียา จุฑานุกาล คว้านักกอล์ฟยอดเยี่ยมแห่งปี พร้อมโบนัส 1 ล้านดอลลาร์

คว้ารางวัลนักกอล์ฟยอดเยี่ยมแห่งปี Rolex Player of the Year Award และโบนัส 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (35 ล้านบาท) สำหรับผู้ทำคะแนนสะสม Race to CME Globe สูงสุดไปครอง หลังคว้าอันดับ 4 ร่วม สกอร์ 14 อันเดอร์พาร์ 274 ในการแข่งขันรายการใหญ่ส่งท้ายปี CME Group Tour Championship ที่รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา

โดยโปรเมทำ 5 เบอร์ดี้ ที่หลุม 2, 8, 13, 15 และ 17 แต่เสีย 2 โบกี้ที่หลุม 1 และ 3 รวมเก็บเพิ่ม 3 อันเดอร์พาร์ ในวันสุดท้าย ซึ่งผลจากการแข่งขันรายการนี้ทำให้โปรเมมีคะแนนสะสมรางวัลนักกอล์ฟยอดเยี่ยมสูงสุด 268 คะแนน ดีกว่าโค 20 คะแนน ส่วนคะแนนสะสม Race to CME Globe ของโปรเมอยู่ที่ 6,800 คะแนน ทิ้งห่างโคถึง 1,750 คะแนน

ด้าน “โปรโม” โมรียา จุฑานุกาล วันสุดท้ายทำ 3 เบอร์ดี้ ที่หลุม 6, 8 และ 18 แต่เสีย 3 โบกี้ ที่หลุม 9, 12, 16 และเสียดับเบิลโบกี้ที่หลุม 18 ทำให้จบวันตีเกิน 2 โอเวอร์พาร์ สกอร์รวม 4 วัน เป็น 1 โอเวอร์พาร์ 289 ในอันดับ 51 ร่วม

ขณะที่ ลิเดีย โค โปรกอล์ฟมือ 1 ของโลกชาวนิวซีแลนด์ คู่แข่งลุ้นรางวัลนักกอล์ฟยอดเยี่ยมแห่งปีและโบนัส Race to CME Globe ของโปรเม จบอันดับ 10 ร่วม สกอร์ 11 อันเดอร์พาร์ 277 โดยนอกจากจะพลาดรางวัลนักกอล์ฟยอดเยี่ยมและโบนัส 1 ล้านดอลลาร์แล้ว โค ยังชวดรางวัล “Vare Trophy” สำหรับนักกอล์ฟที่ทำสกอร์เฉลี่ยสูงสุดในรอบปี แพ้ให้กับ ชอน อินกี สาวเกาหลีใต้ ที่คว้าอันดับ 7 สกอร์ 13 อันเดอร์พาร์ 275 แบบฉิวเฉียด โดย โค ทำสกอร์เฉลี่ย 69.596 ส่วนอินกีเฉลี่ย 69.583

สำหรับตำแหน่งแชมป์รายการนี้เป็นของชาร์ลี ฮัลล์ โปรสาวชาวอังกฤษวัย 20 ปี ซึ่งคว้าแชมป์ LPGA Tour หนแรกในชีวิต ด้วยสกอร์ 19 อันเดอร์พาร์ 269 ภายหลังการแข่งขัน โค ได้มาแสดงความยินดีกับโปรเมและครอบครัว และบอกกับครอบครัวจุฑานุกาลว่าจะเดินทางมาแข่งขันที่ประเทศไทยในปีหน้าด้วย

ไทยเฮ บรรจุ มวยไทย ร่วมแข่ง โอลิมปิก มีลุ้นเริ่มปี 2024

วันที่ 7 ธันวาคม 2559 มีรายงานว่า ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ ประธานสหพันธ์มวยไทยสมัครเล่นนานาชาติ (อิฟม่า) ได้ออกมาเปิดเผยข่าวดีแก่ชาวไทยว่า คิด แม็คคอนเนลล์ ผู้อำนวยการด้านกีฬาของคณะกรรมการโอลิมปิคสากล (ไอโอซี) ได้รับรอง 2 ชนิดกีฬา คือ “เชียร์ลีดดิ้ง” และ “มวยไทย” บรรจุเข้าเป็นหนึ่งในชนิดกีฬาที่จะใช้ทำการแข่งขันมหกรรมกีฬานานาชาติโอลิมปิกในอนาคตอันใกล้นี้

ดร.ศักดิ์ชาย ระบุอีกว่า ขณะนี้เราได้ผ่านขั้นตอนสำคัญไปแล้ว ซึ่งเราได้สิทธิ์พิจารณาเป็นหนึ่งในกีฬาโอลิมปิก ทั้งนี้ต้นปีหน้าเราต้องแสดงความจำนงค์เป็นหนึ่งในกีฬาโอลิมปิก เพื่อร่วมแข่งขันในปี ค.ศ. 2024 เพราะปี ค.ศ. 2020 ที่ญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพนั้น ไม่ทันแล้ว

ดร.ศักดิ์ชาย ระบุถึงกีฬาเชียร์ลีดดิ้งว่า ได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่น มีนักกีฬาไม่ต่ำกว่า 4.5 ล้านคน แพร่หลายไม่น้อยกว่า 100 ประเทศทั่วโลก เช่นเดียวกับมวยไทย ซึ่งมีองค์กรในแต่ละชาติไม่ต่ำกว่า 135 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งนักมวยเกือบ 4 แสนคน ขึ้นทะเบียนนักกีฬาในปัจจุบัน ดังนั้นต้องเร่งหาพิจารณาหาคนดำเนินการ โดยจะต้องส่งเสริมมวยไทยร่วมกันและต้องได้รับการสนับสนุนด้วยดีจากรัฐบาลไทยและคนไทย ทั้งนี้ในต่างประเทศนั้นก็ยินดีสนับสนุน แต่จะไม่มีพลังเพียงพอเท่ากับรัฐบาลไทยและคนไทย

ดร.ศักดิ์ชาย กล่าวอีกว่า เราต้องทำแผนระยะยาว 5 ปี ขณะนี้ได้เริ่มประชุมวันแรกไปแล้วเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เพื่อพิจารณาร่างแผนดังกล่าว ในที่ประชุมทุกคนแสดงความคิดเห็น เพื่อเพิ่มเติมให้ดียิ่งขึ้น เสร็จแล้วจะต้องให้คณะกรรมการควบคุมกีฬามวย และการกีฬาแห่งประเทศไทยดู ก่อนส่งต่อให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ว่าจะนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างไรต่อไป

พร้อมกันนี้ ประธานสหพันธ์มวยไทยสมัครเล่นนานาชาติ ได้ยืนยันว่า จะใช้คำว่า “มวยไทย” ไม่มีเรื่องการตัดคำว่า “ไทย” ออกไป ดังนั้น จึงหมดปัญหาการถกเถียงเรื่องคำว่ามวยไทยออกไปได้ นอกจากนี้ ในซีเกมส์ เอเชียนเกมส์ ทางอิฟม่าก็จะแจ้งไปให้มีการยืนยันใช้ชื่อมวยไทย แข่งขันให้ทั้งหมดอีกด้วย

สารัช อยู่เย็น เปิดใจแมน ๆ ใครหล่อที่สุดในทีมชาติไทย คำตอบคือ…

สารัช อยู่เย็น แมนมาก เปิดใจเกี่ยวกับนักฟุตบอลทีมชาติไทยชุดนี้ อนาคตของ เจ ชนาธิป และที่สำคัญ บอกด้วยว่า ใครหล่อที่สุดในทีม

กำลังเข้มข้นเลยทีเดียว สำหรับฟุตบอล ซูซูกิคัพ 2016 ที่ในปีนี้ ทีมชาติไทยสามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศไปพบกับทีมอินโดนีเซีย โดยที่รอบนี้จะมีการเตะแบบเหย้าเยือน โดยนัดแรกจะมีการดวลฟาดแข้งที่อินโดนีเซีย ในวันที่ 14 ธันวาคม 2559 และนัดที่ 2 ที่ประเทศไทย ในวันที่ 17 ธันวาคม

ทั้งนี้ สารัช อยู่เย็น กองกลางทีมชาติไทย ได้ออกมาเปิดใจ เมื่อถามว่า คิดว่าทีมชาติทีมนี้เป็นทีมที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์หรือเปล่า ซึ่งสารัชตอบว่า ทีมชาติชุดนี้น่าจะดีที่สุด ทั้งระบบการเล่น ความฟิต การจัดการ วิทยาศาสตร์การกีฬา ความเป็นมืออาชีพ ซึ่งมันเริ่มพัฒนามาจากแต่ก่อน ซึ่งน่าจะดีกว่าชุดเก่า ๆ ในชุดดรีมทีม อย่างชุดดรีมทีมก็เป็นชุดประวัติศาสตร์ แต่ชุดนี้มันมีอะไรหลาย ๆ อย่างที่เข้ามา ทำให้เรามีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น

เมื่อถามว่า คิดอย่างไรกับเจ ชนาธิป สารัช ตอบว่า ตนคิดว่าเจเองเป็นคนที่มีพรสวรรค์และพรแสวง เขาไม่ได้มีโอกาสดีตั้งแต่เด็ก แต่เขาพยายามฝึกฝนและเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ จนกลายมาเป็นซูเปอร์สตาร์ และการที่เจได้ไปเล่นเจลีกก็เป็นโอกาสดี และทำให้นักเตะคนอื่นได้ไปเล่นด้วย

แรงผลักดันอันแรงกล้าของฟุตบอลญี่ปุ่น

หลังจากชมฟุตบอลระหว่าง “ทีมชาติไทย” กับ “ทีมชาติญี่ปุ่น” ซึ่งขุนพลช้างศึกแพ้แบบต้องยอมรับความจริง 0-4 ก็เกิดคำถามว่าทำไมวงการฟุตบอลของประเทศนี้ถึงพัฒนาขึ้นมาเร็วมากด้วยระยะเวลาประมาณ 20 ปี จากทีมประเภทลูกกระจ็อกหรือสมันน้อยของเอเชีย จนกลายเป็นทีมระดับโลกไปเรียบร้อยแล้ว

ถ้าถามแฟนฟุตบอลรุ่นเดอะเกินหลัก 5 หลัก 6 ขึ้นไป เชื่อว่าทุกคนอาจจะจำได้ว่า เวลาเราเจอขุนพลซามูไร เป็นปกติที่เราจะไล่ถล่มคู่แข่งกันเลยทีเดียว แต่พอมายุคนี้ต้องยอมรับว่านี้คือ “เบอร์ 1 ของเอเชีย” ซึ่งตลอด 3 วันที่สัมผัสกับกลิ่นอายกับฟุตบอลญี่ปุ่น พอสรุปได้คร่าวๆดังนั้น

สิ่งที่เห็นจากฟุตบอลญี่ปุ่นคือ “แรงผลักดัน” ซึ่งคนญี่ปุ่นอยากเห็นฟุตบอลของเค้าไปอยู่ในระดับโลกจนเป็น “ความฝัน” ของชาวแดนอาทิตย์อุทัยเมื่อ 20 ปีที่แล้ว เห็นได้จากพวกการ์ตูนฟุตบอลต่างๆที่ออกมาแต่ที่ดังที่สุดคงหนีไม่พ้น “กับตันซึบาสะ” ที่คอการ์ตูนชาวไทยรู้จักไม่น้อย

ทำไมต้อง “การ์ตูน” ส่วนนึงมองว่า เป้าหมายของคนที่อ่านการ์ตูนคือบรรดาเด็กผู้ชายที่กำลังโตขึ้นมาซึ่งถ้าได้อ่านการ์ตูนฟุตบอลต่างๆ น่าจะทำให้อยากเห็นทีมชาติจริงๆของตัวเองประสบความสำเร็จเหมือนในการ์ตูน โดยเฉพาะภาพที่เห็นนักเตะเดินเข้าสู่สนามในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย และก็เป็นจริงในปัจจุบันแล้ว
นอกจากภาพของทีมชาติญี่ปุ่นไปเล่นฟุตบอลโลก ก็ยังมีการ์ตูนที่เห็นนักเตะไปเล่นให้กับสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรปทั้งหลาย อย่างเช่น เรื่อง “วีว่า กัลโช่” ที่พระเอกไปเล่นฟุตบอลในลีก อิตาลีซึ่งเป็นลีกอันดับ 1ของโลกในแง่ของศาสตร์ฟุตบอลเมื่อยุค 20-30 ปีที่แล้ว

เรื่องนี้ก็คงเป็นเมล็ดพันธุ์ที่เราเห็นนักเตะสัญชาติซามูไรหลายคนค้าแข้งอยู่ในยุโรปในปัจจุบันไม่ว่าจะลีกไหน ไม่ใช่แค่ “กัลโช่ เซเรียอา” เพียงลีกเดียว อย่างนักเตะ 23 คนที่ “วาฮิต ซาลิฮ็อตซิส” กุนซือชาวบอสเนียของทีมเข้ามาติดทีมในฟีฟ่าเดย์สัปดาห์นี้มีนักเตะที่เล่นในยุโรปถึง 11 คนด้วยกัน

ที่สำคัญนักเตะเหล่านี้ไม่ได้ไปย้ายทีมเพราะเหตุผลทางการค้าหรือเป้าหมายการตลาดเอเชียเพียงอย่างเดียวเหมือนสมัยก่อน แต่ทีมในยุโรปก็ยอมรับในฝีเท้าของนักเตะปลาดิบ เห็นได้จากหลายคนที่เป็นนักเตะตัวหลักของสโมสรเลยทีเดียว ไม่ว่าจะ “ชินจิ คากาวะ” “เกงกิ ฮารากูชิ” “ทาคามิ อาซาชิ” “โกโตกุ ซากาอิ” ที่เล่นในลีกเมืองเบียร์ “บุนเดสลีกา” หรือในลีกอันดับ 1 ยุคนี้ “พรีเมียร์ลีก” ก็มี “มายะ โยชิดะ” กับ ชินกิ โอกาซากิ”

มุมมองของคนญี่ปุ่นต่อกีฬาชนิดนี้ที่ผมชอบ แตกต่างจากหลายๆประเทศเพราะจากป้ายโฆษณาที่น่าจะเป็นของสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่นในสนามที่สังเกตุในเกมวันก่อน คือ ป้ายที่เขียว่า “One Asia One Goal” ซึ่งความหมายให้ความรู้สึกถึงความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จ

โดย “โร้ดแมป” ของสมาคมฟุตบอลที่นี้หลังจากนี้ใช้ “ความฝัน” เป็นแรงขับดัน กับภาพของนักฟุตบอลญี่ปุ่นคว้าแชมป์โลก ต้องบอกก่อนว่า “ทีมฟุตบอลหญิงของญี่ปุ่น” ได้แชมป์โลกไปแล้ว เมื่อปี 2011

ส่วนฟุตบอลชายคือ ภายในปี 2050 ซึ่งจากสถานการณ์ปัจจุบันที่ขุนพลซามูไรยกระดับจากทีมประเภทแจกแต้มในฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายขึ้นมาเป็นม้ามืด โอกาสเห็นทีมจากเอเชียคว้าแชมป์โลกก็มีโอกาสเป็นไปได้ในชาตินี้ครับ

ยุคมืดของ “ฟ้า-ขาว”

หากฝั่งยุโรปมี เนเธอร์แลนด์ ที่สุดระส่ำ ข้ามฟากไปที่แดนอเมริกาใต้ก็น่าจะเป็น อาร์เจนติน่า นี่แหละครับที่ “ร่อแร่” กว่าใคร

ความพ่ายแพ้ โบลิเวีย 0-2 ทำให้ถึงตรงนี้ทีม “ฟ้า-ขาว” หล่นไปอยู่อันด้าห้าของตารางมี 22 คะแนน เส้นทางแห่งฟุตบอลโลกที่เคยวาดฝันว่าจะกลับไปแก้มือเริ่มสั่นคลอน

ให้เผอิญเหลือเกินครับที่ได้มีโอกาสรับชมการถ่ายทอดเกมนี้ เห็นฟอร์มการเล่นแล้วก็ทำให้ผมเกิดเซนส์แปลกๆ มันอาจจะเป็นไปได้ยากแต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้

ว่า อาร์เจนติน่า อาจจะอดไปลุย เวิลด์ คัพ ครั้งแรกในรอบ 48 ปี!

นับตั้งแต่ได้ เอดูการ์โด้ เบาซ่า เข้ามาคุมทีมเมื่อเดือนสิง หาคมปีก่อนสเน่ห์ความเป็น อาร์เจนฯ ของพวกเขาก็เริ่มหายไป จากจุดเด่นเรื่องเกมโต้กลับ อาร์เจนติน่า ในตอนนี้เหมือนทีมรวนเร ไร้ทรง เกมรุกต่างคนต่างเล่น, เกมรับสองคู่กลางอย่าง มาซัคคิโอ้ หรือ รามิโร่ ฟูเนส โมริ ก็ไม่ใช่สองเซนเตอร์ที่พึ่งพาฝากความหวังไว้ได้

แนวรุกไอ้ครั้นจะหวังพึ่ง อังเคล ดิ มาเรีย ก็คงยากเมื่อมองจากรอบกายที่เพื่อนร่วมทีมแทบไม่ได้เกื้อหนุนเลย ยามฝากบอลไปหน้าหรือกลางแนวรุกก็เสียตลอดเจอแบบนี้ต่อให้วิ่งทำทางเก่งแค่ไหนก็ไปไม่เป็นเหมือนกัน

ยิ่งเกมล่าสุดพวกเขามีอันต้องไร้ “ลีโอเนล เมสซี่” ที่ติดโทษแบนยาว 4 นัดหลังไปแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับผู้ตัดสินจนอดช่วยทีมนัดสำคัญและนี่น่าจะทำให้ทัพ อาร์เจนฯ “งานเข้า” โดยตรง

ที่๋ผ่านมาแฟนบอล “ฟ้า-ขาว” อาจจะค่อนขอดว่า เมสซี่ ยามเล่นให้ทีมชาติเสมือนลืมพกเงาจากครั้งเล่นให้ บาร์ซ่า มาด้วย

แต่เชื่อเถอะหลังชมเกมนี้พนันได้เลยว่าสาวกที่ชิงชังล้วนต้อง “คิดถึง” เป็นแถบ…เพราะรูปทรงของ “ฟ้า-ขาว” ออกมาแทบ “ดูไม่จืด”

ยามไร้ เมสซี่ อาร์เจนติน่า ณ เวลานี้ก็ไม่ต่างกับทีมระดับ เกรดบีธรรมดาๆ หลังการทยอยอำลาทีมชาติของ ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ หรือแข้งคนสำคัญอีกหลายคน ขุนพล อาร์เจนติน่า ชุดนี้แทบไร้สตาร์เกรดประดับทีมแม้แต่คนเดียว

เอาง่ายๆครับแค่แดนกลางเป็น กุยโด้ ปิซาร์โร่ กับ อิแวร์ บาเนก้า ก็บ่งบอกแล้วว่าทีมชุดนี้กำลังจนตรอก ยิ่งแดนหน้าใช้ ลูเซียโน่ แพร็ตโต้ กับ อังเคล คอร์เรอา จับคู่กัน..บอกได้คำเดียวว่า “บรรลัย”! (หมายถึงทีมตนเอง ฮา)

ชื่อชั้นทั้งสองอาจจะไม่ได้ดูแย่มากแต่เทียบกับหลายทีมดังอย่าง บราซิล, โคลอมเบีย หรือ ชิลี ต้องบอกว่าโคตรต่างระดับ ยิ่งพอเล่นร่วมกันแทบไม่มีการประสานงานให้เห็นเช่นเดียวกับการที่่ทั้งคู่ไม่ใช่ศูนย์หน้าจมูกไว และ ปิดบัญชีด้วยตัวยงทำให้ อาร์เจนติน่า ขาดทีเด็ดทีขาดในการทำสกอร์

ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องโทษทาง เอดูการ์โด้ เบาซ่า ที่ควร “รับผิด” ไปเต็มๆ

มีอย่างที่ไหนครับกล้าดร็อปทั้ง เซร์คิโอ อเกวโร่ และ เปาโล ดิบาล่า ไว้พร้อมๆกัน โอเคที่ ดิบาล่า อาจบาดเจ็บและไม่ฟิตเต็มร้อยตามข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้

แต่ กับ อเกวโร่ ที่เป็นถึงดาวยิงระดับโลก ต่อให้จะกำลังเจอมรสุมกับ แมนฯ ซิตี้ อยู่ ณ เวลานี้แต่ทว่า “เวิลด์คลาส” ก็คือ “เวิลด์คลาส” มีอยู่ไว้ย่อม “อุ่นใจ” มากกว่าแข้งไก่กา

ถึง ตรงนี้ เบาซ่า คุมทีมมาแล้ว 8 นัดพร้อมเก็บชัยชนะได้แค่ 3 แมตช์เท่านั้น ถึงช่วงหลังจะพาทีมคว่ำ โคลอมเบีย และ ชิลี ได้แต่การทำได้แค่เจ๊า เวเนซุเอล่า, เปรู รวมถึงแพ้ท้ายตารางอย่าง ปารากวัย และ โบลิเวีย ก็เป็นเรื่องที่ยากจะยอมรับอยู่ดี…

และนั่นทำให้ชาติบ้านเกิดต้องพบกับหายนะเต็มๆ

นับจากนี้ อาร์เจนติน่า เหลือโปรแกรมอีกเพียงแค่ 4 แมตช์เท่านั้น สำคัญที่สุดคือพวกเขาเหลือโปรแกรมที่ต้องบุกเยือนทีมอย่าง อุรุกวัย และ เอวาดอร์ ต่อให้จะมีดวลกับ เวเนซุเอล่า และ เปรู ที่ไม่แข็งมาก แต่คุณคิดหรือว่าด้วยฟอร์มแบบนี้…พวกเขาจะ “ฝ่าฟัน” มันไปได้!??

จากรองแชมป์โลกเมื่อปี 2014 จากรองแชมป์ โคปา อเมริกา ปี 2015 และ 2016 เหมือนโชคชะตาเล่นตลกที่กับเวิลด์ คัพ รอบคัดเลือกพวกเขาต้องกระเสือกกระสนอย่างหนักพร้อมกับเจียนอยู่เจียนไปเต็มที…

ที่ผ่านมาทัพ “ฟ้า-ขาว” ก็สะบักสะบอมในรอบคัดเลือกเป็นประจำอยู่แล้วราวกับเรื่องปกติ แต่กับครั้งนี้ทุกอย่างไม่ใช่เล่นๆ ว่ากันว่าทีมชุดนี้คือขุนพลที่ดูย่ำแย่ที่สุดในรอบทศวรรษ และ กับการไร้ เมสซี่ อีก 3 เกมที่เหลือก็น่าห่วงครับว่าพวกเขาจะไปไม่รอด…

ในตอนนี้สหพันธ์ฟุตบอลอาร์เจนติน่ากำลังถกเครียดอย่างลับๆ ถ้าเป็นไปตามข่าวในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ เอดูการ์โด้ เบาซ่า น่าจะโดนเด้งออกจากตำแหน่งตามคาด

แต่หากบอร์ดบริหารของประเทศยังมีมติไว้ใจ และ ให้กุนซือรายนี้รับงานต่อ…

งานนี้เตรียมเข้าสู่ “ยุคมืด” ของจริงกันได้เลย

ตามคาด! “บากาโยโก้” เตรียมซบ “สิงห์บลูส์” หลังปัดเข้ารัง “ปืนใหญ่”

มีรายงานว่า มิดฟิลด์ของ โมนาโก อย่าง ติมูเอ บากาโยโก้ ได้ตัดสินใจที่จะย้ายเข้าร่วมทีมจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก อย่าง เชลซี แล้ว ถึงแม้ว่าก่อนหน้านั้นจะมีข่าวที่นักเตะเองได้ทำการพูดคุยกับ อาร์แซน เวนเกอร์ เป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ตาม

นักเตะวัย 22 ปี ได้อยู่ในช่วงฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมมากๆกับลีกเอิงฤดูกาลนี้ ซึ่งก็มียักษ์ใหญ่ในยุโรปหลายๆทีมกำลังให้ความสนใจจะนำกองกลางรายนี้ไปร่วมทีมด้วยเช่นกัน

สื่ออ้างว่า สิงห์บลูส์ นั้น ได้บรรลุข้อตกลงกับสโมสรต้นสังกัดของ บากาโยโก้ ในการคว้าตัวไปเล่นที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในราคา 35 ล้านปอนด์ (ราว 1,510 ล้านบาท) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยังมีบางกระแสนั้นอ้างว่า ปืนใหญ่ ยังเป็นตัวเต็งที่จะคว้ามิดฟิลด์แดนน้ำหอมไปร่วมทีม

กุนซือปืนใหญ่นั้นได้เข้าพูดคุยกับนักเตะทีมชาติฝรั่งเศส ยู-21 รายนี้ที่โรงแรมในกรุงปารีส เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา แต่ว่าก็พลาดได้ตัวมาร่วมทีมตอนตลาดซื้อขายกลางฤดูกาลนั่นเอง ตามรายงานของ ฟร้องซ์ ฟุตบอล

อาร์เซน่อล นั้นค่อนข้างรู้สึกผิดหวังกับฟอร์มการเล่นของสองกองกลางตัวหลักอย่าง ฟร็องซิส กอโกแล็ง และ กรานิต ชาก้า ฤดูกาลนี้ ซึ่ง เวนเกอร์ เองก็หวังว่าจะได้ บากาโยโก้ เข้ามาทำหน้าที่ในแดนกลางแทนทั้งคู่ แต่ดูเหมือนจะไม่ได้เป็นอย่างนั้นเสียแล้ว

เชลซี น่าจะเป็นผู้ที่คว้าลายเซ็นของนักเตะฝรั่งเศสรายนี้ไปครองมากกว่าที่จะเป็น อาร์เซน่อล หากพูดกันตามผลงานและฟอร์มการเล่นของทีมตอนนี้ ที่อาจจะดึงดูดผู้เล่นคนอื่นๆเข้ามาร่วมทีมได้มากกว่านั่นเอง ซึ่ง อันโตนิโอ คอนเต้ ก็ต้องการนำมิดฟิลด์รายนี้มาร่วมเล่นกับ เอ็นโกโล ก็องเต้ เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งในแดนกลาง

“มุ้ย” บอดโทษ! “ช้างศึก” ต้านไม่ไหวบุกพ่าย “ซามูไร” 0-4 ตกรอบเรียบร้อย

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย นัดที่ 7 กลุ่มบี ทีมชาติญี่ปุ่น อันดับ 2 ของกลุ่มเปิดสนามไซตามะ สเตเดี้ยม พบ ทีมชาติไทย อันดับสุดท้าย

เริ่มเกมมาได้แค่ 8 นาที เจ้าถิ่นได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว ยูยะ คูโบะ เปิดจากด้านขวา ชินจิ คากาวะ จับบอลในเขตโทษ ก่อนล็อกหนึ่งจังหวะแล้วยิงเข้าประตูไป ญี่ปุ่น 1-0 ไทย

นาที 18 โฮตารุ ยามากูชิ ได้ยิงด้วยซ้ายในกรอบเขตโทษ แต่ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ กระโดดปัดออกหลังไปได้หวุดหวิด

แต่นาทีต่อมา ญี่ปุ่นได้ประตูที่ 2 คูโบะเปิดเข้าเขตโทษ ชินจิ โอกาซากิ โฉบเข้ามาโหม่งที่เสาแรก บอลพุ่งเสียบตาข่ายหมดจด

นาที 35 ไทยได้โอกาสแรก ธีรศิลป์ แดงดา ได้ยิงด้วยซ้ายตรงกรอบเขตโทษ แต่บอลพุ่งเรียดเข้าซอง เออิจิ คาวาชิม่า นายด่านซามูไร

หมดครึ่งแรก ญี่ปุ่นนำไทย 2-0 ด้วยรูปเกมที่เหนือกว่าพอสมควร

นาที 57 จากลูกทุ่มด้านขวา ฮิโรกิ ซากาอิ ทุ่มให้ คูโบะ ลากมากดด้วยซ้ายบริเวณกรอบเขตโทษ บอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยมซ้ายมือกวินทร์เข้าไปอย่างสุดสวย ญี่ปุ่นหนีเป็น 3-0

ผ่าน 70 นาที ไทยเริ่มบุกได้มากขึ้น แต่ญี่ปุ่นกลับมีจังหวะจบสกอร์ใกล้เคียงกว่า

นาที 83 ญี่ปุ่นหนีเป็น 4-0 มายะ โยชิดะ เซ็นเตอร์ฮาล์ฟที่วันนี้รับบทกัปตันทีมขึ้นมาโขกลูกเตะมุมเข้าไปง่ายๆ

นาที 86 ไทยพลาดได้โอกาสตีไข่แตกอย่างน่าเสียดาย ยูโตะ นากาโตโมะ ทำฟาวล์ ธีรศิลป์ ในเขตโทษ แต่ฝ่ายหลังลุกขึ้นมาสังหารติดเซฟ คาวาชิม่า

หมดเวลาการแข่งขัน ญี่ปุ่น ชนะ ไทย 4-0 เก็บ 3 คะแนนได้ตามเป้าหมาย

จากชัยชนะนัดนี้ ทำให้ ญี่ปุ่น มี 16 แต้มจาก 7 นัด นำเป็นจ่าฝูงกลุ่มบี ส่วนไทยมี 1 คะแนนเท่าเดิม ตกรอบแน่นอนแล้ว

โก๋ บุญธรรม อดีตนักบอลทีมชาติวูบดับในสนามบอล สธ. ประสานช่วยไม่ทัน

นายบุญธรรม บูรณธรรมานันท์ อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย เสียชีวิตขณะซ้อมบอลในสนาม กระทรวงสาธารณสุข ประสาน 1669 ช่วยไม่ทัน ด้าน รองเลขา สพฉ. แจง เมื่อได้รับแจ้ง เจ้าหน้าที่เร่งประสานขอรถพยาบาลทันที

วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 มีรายงานว่า นายบุญธรรม บูรณธรรมานันท์ หรือ “โก๋” อดีตกองหลังทีมชาติไทยและสโมสรองค์การโทรศัพท์ ได้ซ้อมฟุตบอลอยู่ที่สนามกีฬาภายในกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ซึ่งอยู่บริเวณตรงข้ามกับอาคารสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ที่ดูแลระบบสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 โดยต่อมานายบุญธรรม ได้เกิดหัวใจวายและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

รายงานข่าวระบุว่า เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 17.00 น. นายบุญธรรม ได้หมดสติระหว่างเล่นฟุตบอล โดยสนามฟุตบอลดังกล่าวนั้น นายบุญธรรมมักจะมาเล่นอยู่เป็นประจำทุกเย็น ซึ่งขณะเกิดเหตุ นายบุญธรรมมีอาการเหนื่อยและได้มานั่งพักที่ข้างสนาม แต่จู่ ๆ ก็วูบและหมดสติ โดยผู้เห็นเหตุการณ์ต่างรีบเข้ามาให้การช่วยเหลือเบื้องต้น โดยมีการปั๊มหัวใจและไปติดต่อที่สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ซึ่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในสนามก็ช่วยวิทยุประสานขอความช่วยเหลืออีกทาง