สายบู๊ต้องดู! จังหวะเข้าบอลไม่มียั้งสุดท้าย “โคลแมน” ขาหัก

เรียกว่าเป็นจังหวะที่เห็นแล้วเจ็บแทน สำหรับผู้ที่ได้ดูคลิปจังหวะการเข้าปะทะกันของ เชมัส โคลแมน แบ็กทีมชาติไอร์แลนด์ กับ นีล เทย์เลอร์ ปราการหลังเวลส์ ในเกมฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนยุโรป กลุ่ม ดี เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมา

โดยจังหวะดังกล่าวเกิดขึ้นในนาทีที่ 69 เมื่อ โคลแมน พยายามจะเปิดบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ แต่ นีล เทย์เลอร์ กองหลัง “มังกรแดง” ปรี่เข้าเสียบแบบไม่มียั้ง ทำให้ทั้งคู่ปะทะกันอย่างหนัก ทำให้ฟูลแบ็ก “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” ถึงกับขาหัก ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

ขณะที่ นีล เทย์เลอร์ คู่กรณีโดนใบแดงไล่ออกจากสนามทันที ก่อนที่จบเกม “ยักษ์เขียว” ไอร์แลนด์ เสมอกับ เวลส์ 0-0 ที่สนาม อาวีว่า สเตเดี้ยม กรุงดับลิน

หลังเกม มาร์ติน โอนีล ผู้จัดการทีมชาติไอร์แลนด์ ออกมาแสดงความเสียใจต่อลูกทีม “มันเป็นอาการบาดเจ็บที่เลวร้ายมากๆ เขาเป็นนักเตะชั้นยอด และเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น นี่เป็นอาการบาดเจ็บที่เสียหายอย่างมากสำหรับนักเตะคนหนึ่ง, สโมสรของเขา และพวกเราด้วย ที่สำคัญนี่เป็นการเข้าเสียบสกัดที่แย่ที่สุดในโลก ผมไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้เลย”

ทีมชาติไทยต้องอยู่กับ “ความจริง”

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาเชื่อว่าแฟนฟุตบอลไทยหลายคนคงผิดหวังกับเกมที่เจอกับ “ทีมชาติซาอุดิอาระเบีย” คาบ้าน 0-3 ไม่น้อย เพราะโอกาสในการลุ้นพื้นที่เพลย์ออฟในฐานะทีมอันดับ 3 ของกลุ่มริบหรี่เหลือเกินกับ 1 แต้มจาก 6 นัดแม้ว่าจะเหลือเกมในมืออีก 4 นัดก็ตาม เพราะตามหลักทฤษฎีเราต้องชนะรวดในเกมที่เหลือละลุ้นอย่าให้ “ทีมชาติออสเตรเลีย” ชนะได้เป็นอันขาด

แน่นอนว่า เกมนี้ขุนพลช้างศึกทำเต็มที่แล้วแต่ผู้มาเยือนทำได้ดีกว่า ยิ่งความได้เปรียบก่อนลงสนามเรื่องของรูปร่างและทักษะที่เหนือกว่าซึ่งส่งเกตได้ในเกมว่ามีหลายครั้งที่นักเตะคู่แข่งพยายามใช้เกมโยนยาวบอมบ์เข้าใส่กรอบเขตโทษของไทย อย่างลูกแรกที่เสียก็มาจากลูกโยนเข้ามา ลูกที่สองก็เป็นการผ่านบอลเข้ามาจากริมเส้น และลูกทีมสามมาจากจังหวะสวนกลับเร็ว

มาถึงตรงนี้คงต้องยอมรับ “ความจริง” ว่าขุนพลช้างศึกของเราในรอบ 3-4 ปีที่ผ่านมามีการพัฒนาขึ้นมาจนเหนือกว่าระดับภูมิภาค “อาเซียน” พอสมควร แต่ถ้าในระดับทวีป ถือว่ายังเป็นรองหลายๆทีมไม่ว่าจากเอเชียตะวันออกอย่าง “ญี่ปุ่น” หรือ “เกาหลีใต้” รวมถึงบรรดาทีมจากตะวันออกกลางทั้งหลาย

ดังนั้นไม่แปลกใจเลยว่าทำไมนโยบายของนายกสมาคม “พล.ต.อ สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง” ต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆมากมากนับตั้งแต่ได้รับเลือกตั้งเข้ามา โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับการพัฒนาบรรดานักเตะเยาวชนหรือดาวรุ่งที่จะขึ้นมาเป็นกำลังหลักของทีมชาติในยุคต่อไป

เพราะฟุตบอลถึงโค้ชจะเก่งแค่ไหนก็ไม่สามารถบันดาลชัยชนะให้ได้ตลอดด้วยเหตุผลที่ว่า “เกมลูกหนัง” ไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยเรื่องโค้ชเพียงอย่างเดียว แต่ต้องหมายถึง “ทักษะ” “ความสามารถ” “ฝีเท้า” ที่ขึ้นอยู่กับนักเตะภายในทีม รวมทั้ง “การเล่นเป็นทีม” “ความเข้าใจกันของนักเตะ” ซึ่งมีความแตกต่างกัน นักเตะแต่ละคนมาจากต่างสโมสรต่างที่ ไม่ได้เล่นฟุตบอลทีมเดียวกันทุกวัน

ไม่นับปัจจัยอื่นที่ใกล้เข้ามาหน่อย อย่าง “สภาพความฟิต” ก่อนเกม หรือนักเตะบางคนเพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บ ขณะที่นักเตะคู่แข่งกำลังอยู่ในช่วงฟิตสุดๆ ดังนั้นศักยภาพของนักเตะที่ออกมาในสนามก็ไม่เหมือนกันซึ่งบางทีปัจจัยบางอย่างก็อาจจะทำให้ทีมที่เป็นรองกว่าพลิกล็อกล้มยักษ์ได้เหมือนกัน ถือว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่บ่อยแต่ก็เกิดขึ้นเรื่อยๆ

ส่วนปัจจัยภายนอก เรื่องของ “ดิน ฟ้า อากาศ” หรือ “ผู้ตัดสิน” ก็มีส่วนได้ในบางครั้ง ทำให้ต่อจากนี้คงต้องมองถึงการพัฒนานักเตะที่กำลังจะขึ้นมาเพื่อความยั่งยืน คงมาหวังรอประเภท “นักเตะฟ้าประทาน” หรือพวก “อัจริยะลูกหนัง” ที่จะขึ้นมานานทีปีหนเหมือนสมัยก่อนก็คงไม่ได้

สิ่งที่ดีที่สุดก็คือการสร้าง “นักเตะรุ่นใหม่ๆที่จะขึ้นมา” ให้พร้อมที่สุด ดีที่สุดเพื่อจะก้าวขึ้นไปต่อกรกับคู่แข่งในระดับที่สูงกว่าอย่างทวีปหรือความฝันที่จะขึ้นไปในระดับโลก ไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายให้ได้

ถ้าจำกันได้ เกมแรกที่เราไปเยือน “ซาอุดิอาระเบีย” เกมนั้นขุนพลทีมชาติไทยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนเกือบได้ผลเสมอกลับไป ถ้าไม่เจอพิษของผู้ตัดสินชาวจีน “หม่า หมิง” ซะก่อน หรือในรอบก่อนหน้านี้เราเคยตีเสมอซาอุหลังจากถูกนำไปก่อนสองลูกจนผลการแข่งขันออกมา 2-2 มาแล้ว นั้นคงเป็นอีกเหตุผลที่นักเตะเศรษฐีน้ำมันเล่นกับเราแบบไม่มีประมาทและเชื่อว่าเตรียมตัวมาดีก่อนเกมแน่

สุดท้ายเกมของทีมชาติไทยล่าสุดที่แพ้ ก็คงโทษใครไม่ได้เพราะภาพที่เห็นคือ “ความจริง” สิ่งที่ทำได้ต่อจากนี้คือ “ยอมรับ” และ เตรียมตัวสำหรับนัดต่อไปกับ “ทีมชาติญี่ปุ่น” ในสัปดาห์หน้าให้ดีที่สุดก็เท่านั้นเอง

ส่องสนามซ้อม! “แข้งช้างศึก” ก่อนดวล “ซามูไรบลู” คัดบอลโลก

คณะทำงานสมาคมฯ ประกอบไปด้วย วิทยา เลาหกุล อุปนายกฯฝ่ายพัฒนาเทคนิค ,พาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการฝ่ายต่างประเทศและโฆษกสมาคมฯ และ บัณฑิต เทียบทอง โค้ชฟิตเนสฟุตบอลชายทีมชาติไทย โดยได้เดินทางไปตรวจสอบ สนามกีฬาแน็คไฟว์ (Nack5) เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยและสิ่งอำนวยความสะดวก ก่อนที่ ทีมชาติไทย จะใช้ทำการฝึกซ้อมครั้งแรกวันนี้เวลา 16.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น

สำหรับสภาพสนาม แน็คไฟว์ ถือว่าอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ได้มาตรฐาน มีห้องแต่งตัว ห้องน้ำเรียบร้อย มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่พร้อมสำหรับการฝึกซ้อมของทีมชาติไทย และระยะเวลาการเดินทางจากโรงแรมไปสนามใช้เวลาประมาณ 20 นาที ถือว่าไม่ไกลเกินไปนัก

โดยสนามแน็คไฟว์ เป็นสังเวียนเหย้าของ โอมิยะ อาร์ดิย่า สโมสรในเจลีก ญี่ปุ่น มีความจุ 15,500 ที่นั่ง ตั้งอยู่ที่เมืองไซตามะ โดยสโมสรแห่งนี้ถือเป็นทีมอริกับ อุราวะ เรด ไดมอนด์ อีกหนึ่งสโมสรดังที่ตั้งอยู่ในเมืองแห่งนี้เช่นกัน

ช้างศึก” ถึงไซตามะ “ซิโก้” สั่งพัก 1 วันฟื้นฟูอาการล้า

“แข้งช้างศึก” นักเตะทีมชาติไทยชุดใหญ่ เดินทางถึงที่พักที่ประเทศญี่ปุ่น เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยในรายของ นูรูล ศรียานเก็ม ปีกขวาจากสโมสร ชลบุรี เอฟซี ตามสมทบกับทีมเป็นที่เรียบร้อย

ฟุตบอลชายทีมชาติไทย ชุดใหญ่ เดินทางถึงที่พักที่เมืองไซตามะ ประเทศญี่ปุ่น ในเวลา 20.00 น. ของวันที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น เตรียมทำการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก 2018 โซนเอเชีย รอบ 3 นัดที่ 7 ระหว่างวันที่ 24-29 มีนาคม 2560

ทัพช้างศึก เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาตินาริตะ เมื่อเวลา 16.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนนั่งรถบัสที่ทางสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่นจัดเตรียมไว้ไปส่งถึงที่พัก โดย เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลชายทีมชาติไทยชุดใหญ่ได้อนุญาตให้นักเตะพักผ่อนเพื่อบรรเทาอาการเหนื่อยล้าจากการเดินทางและหลังเกมการแข่งขันเมื่อวานนี้เป็นเวลา 1 วัน

สำหรับฟุตบอลชายทีมชาติไทย มีคิวลงฝึกซ้อมที่สนามแน็คไฟว์ เวลา 16.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนทำการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 3 กลุ่มบี นัดที่ 7 ที่จะพบกับ ทีมชาติญี่ปุ่น ที่สนาม ไซตามะ สเตเดียม ในวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2560 เวลา 17.35 น.

ทางการ! “จิ้งจอกสยาม” สั่งปลด “รานิเอรี่” พ้นจากตำแหน่งกุนซือ

เคลาดิโอ รานิเอรี่ ถูก เลสเตอร์ ปลดออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมแล้วเป็นที่เรียบร้อย หลังพาสโมสรหล่นไปอยู่โซนหนีตายในศึกพรีเมียร์ลีก

เลสเตอร์ ซิตี้ แชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่ผ่านมา ยืนยันอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ว่า พวกเขาได้ตัดสินใจเด้ง เคลาดิโอ รานิเอรี่ ออกจากตำแหน่งกุนซือแล้วเป็นที่เรียบร้อย หลังทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ในฤดูกาลนี้จนพวกเขาหล่นไปอยู่ท้ายตาราง

รานิเอรี่ สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการพา เดอะ ฟ็อกซ์ส คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกซีซั่น 2015/16 มาครอง เป็นหนแรกของสโมสรเมื่อเก้าเดือนที่ผ่านมา และนำ เลสเตอร์ ทะลุเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายของศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ก่อนพาทีมบุกไปพ่าย เซบีญ่า ในเลกแรก 1-2 เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ผลงานในลีกปัจจุบันของพวกเขากำลังย่ำแย่อย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นทีมที่ต้องลุ้นหนีตกชั้นอย่างเต็มรูปแบบไปแล้ว โดยรั้งอันดับที่ 17 ของตาราง ซึ่งห่างจากโซนหนีตายเพียงแค่แต้มเดียวเท่านั้น

“เฮอร์นันเดซ” กร้าวคว่ำ “นวพล” คว้าเข็มขัดมวย WBC กลับเม็กซิโก

“ฮวน เฮอร์นันเดซ” นักชกชาวเม็กซิกัน เจ้าของหมัดฮุกพิฆาตที่เตรียมขึ้นชิงแชมป์เข็มขัดมวยโลก WBC รุ่นฟลายเวต 112 ปอนด์ กับ “นวพล นครหลวงโปรโมชั่น” นักชกชาวไทยเจ้าของสถิติผู้ไม่เคยแพ้ใคร ที่เตรียมชิงแชมป์ในการแข่งขันมวยสากลระดับโลก “ดับบลิวบีซี เวิลด์ ฟลายเวต แชมป์เปี้ยนชิพ” ที่จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 4 มีนาคมนี้ ณ อาคารนิมิตรบุตร

ล่าสุดในงานแถลงข่าวของทางฝั่ง ฮวน เฮอร์นันเดซ ได้ประกาศกร้าวว่า การชกครั้งนี้จะสู้เพื่อนำชัยชนะกลับสู่ประเทศเม็กซิโก “การสู้ครั้งนี้ ผมทำเพื่อประเทศเม็กซิโกบ้านเกิดของผม ผมต้องการชนะเพื่อพิสูจน์ว่าคนเม็กซิกันนั้นเป็นเจ้าแห่งการต่อยมวย ซึ่งผมพร้อมแล้วที่จะนำชัยชนะสู่บ้านเกิดของผมอย่างแน่นอน เพื่อทำให้ทุกคนกล่าวขานชื่อประเทศเม็กซิโกว่าเป็นประเทศผู้เป็นแชมป์แห่งมวย” ฮวน เฮอร์นันเดซ กล่าว

โดย ฮวน เฮอร์นันเดซ จะเดินทางมาถึงไทยเพื่อเก็บตัวล่วงหน้าก่อนการแข่งขัน 1 อาทิตย์ ซึ่งจะเดินทางมาถึงวันเสาร์ที่ 25 กุมภาพันธ์นี้ ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 09.15 น. ด้วยเที่ยวบิน AFF 166

การแข่งขันมวยสากลระดับโลก “ดับบลิวบีซี เวิลด์ ฟลายเวต แชมป์เปี้ยนชิพ” จัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 4 มีนาคมนี้ ณ อาคารกีฬานิมิบุตร เวลา 18.00 น. ถ่ายทอดสดทางช่อง3 HD (ช่อง 33) ซื้อบัตรได้แล้ววันนี้ทางไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา บัตรราคา 100 / 300 / 500 และ 1500 บาท รายละเอียดเพิ่มเติมดูที่ www.bectero.com และ www.thaiticketmajor.com หรือ โทร. 02-262-3838

กระหึ่มเมืองมะกัน! “ซูเปอร์โบ” ซิวผู้เล่นยัดห่วงยอดเยี่ยม+ผลการเรียนดี

ถือเป็นก้าวสำคัญของวงการบาสเกตบอลไทย “น้องโบ” สุภาวดี กุญชวน นักบาสเกตบอลสาวทีมชาติไทย ที่ได้รับทุนให้เดินทางไปศึกษาต่อ และเล่นบาสเกตบอลระดับมหาวิทยาลัย เซนต์ โธมัส, ไมอามี่ ประเทศสหรัฐอเมริกา

ล่าสุด นักยัดห่างสาวดีกรีทีมชาติ สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเอง และประเทศชาติ ด้วยการคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยม (First-Team All-Conference) และ รางวัลผลการเรียนดีเด่น (All-Academic) งานนี้พูดได้เต็มปากว่า “เรียนดี กีฬาเด่น” โดยเมื่อปีที่ผ่านมา เธอก็เพิ่งจะคว้ารางวัลผู้เล่นหน้าใหม่แห่งปีมาเช่นกัน

โดยรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยม ดังกล่าว เป็นการคิดคะแนนโหวต จากบรรดาโค้ชของทุกทีม ประกอบกับค่าเฉลี่ยต่างๆ ซึ่ง “น้องโบ” ทำแต้มเฉลี่ย 15 แต้ม, 7.8 รีบาวนด์ และ 1.1 บล็อก ต่อเกม แถมยังก้าวขึ้นมาเป็นเสาหลักให้ทีมทั้งการทำแต้ม, รีบาวนด์ และ บล็อก เรียกได้ว่าเธอเป็นเจ้าของสถิติมากมาย อยู่ใน Top 5 ของลีก

นอกจากนี้เธอยังทำแต้มระดับสองหลัก 18 จาก 22 เกมที่ลงเล่น และ มี 4 เกมที่ทำเกิน 20 คะแนน หนึ่งในนั้นคือการระเบิดฟอร์ม 31 แต้มในเกมเดียวอีกด้วย

ส่วนรางวัลผลการเรียนดีเด่น มหาวิทยาลัย เซนต์โธมัส จะมอบให้กับผู้ที่มีค่าเฉลี่ยผลการเรียน ในระดับ 3.5 ขึ้นไป ซึ่งตัวของ “น้องโบ” สามารถทำได้ค่าเฉลี่ยได้สูงถึง 3.69 ของภาควิชาการตลาด

กับเกมล่าสุดในการแข่งขันบาสเกตบอลมหาวิทยาลัย เดอะ ซัน คอนเฟอเรนซ์ แชมเปี้ยนชิพส์ เมื่อวันพุธที่ 22 ก.พ. ที่ผ่านมา เธอระเบิดฟอร์มทำ ดับเบิ้ล-ดับเบิ้ลที่ 6 ในฤดูกาล 18 แต้ม 12 รีบาวด์ ฟิลด์โกล์ 100 เปอร์เซนต์เต็ม พา มหาวิทยาลัย เซนต์โธมัส เอาชนะ มหาวิทยาลัย อาเว มาริอา 86-72 ผ่านเข้าสู่รอบรองฯ ไปพบกับ มหาวิทยาลัย เคเซอร์ส ในวันศุกร์ที่ 24 ก.พ.ตามเวลาท้องถิ่น

ถึงตอนนี้ทำให้ “น้องโบ” สุภาวดี กุญชวน มีโอกาสที่จะสร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้เล่นไทยคนแรกที่สามารถก้าวขึ้นไปเล่นในเวทีระดับอาชีพ อย่าง “ดับเบิลยูเอ็นบีเอ” ลีกบาสเกตบอลอาชีพหญิง ของสหรัฐอเมริกา

ฮือฮา! “บิ๊กป๋อม” เตรียมดึง “อาร์เจนติน่า” ฟัดโต๊ะเล็กไทยแลนด์ไฟว์

หลังจากทีมฟุตซอลทีมชาติไทยเข้าป้ายด้วยการเป็นรองแชมป์ของศึกไทยแลนด์ไฟว์ 2016 เมื่อปีที่ผ่านมา ล่าสุดทางด้าน “บิ๊กป๋อม” อดิศักดิ์ เบ็ญจศิริวรรณ ประธานพัฒนาฟุตซอลไทย ได้เผยถึงความเคลื่อนไหวในการจัดการแข่งขันทัวร์นาเม้นต์ดังกล่าวในปี 2017 ที่มีกำหนดการแข่งในช่วงเดือนกันยายนนี้ ว่าเตรียมจะจัดให้ยิ่งใหญ่ และเร้าใจแฟนฟุตซอลให้มากขึ้นกว่าเดิม

“ในส่วนของการแข่งขันฟุตซอล ไทยแลนด์ไฟว์ 2017 ล่าสุด เราได้ทาบทาม อาร์เจนติน่า แชมป์โลกทีมล่าสุด และทีมอันดับ 5 ของโลก ซึ่ง ณ ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงเจรจา ส่วนชาติอื่นจาก ยุโรป เรามีตัวเลือกอย่าง ฝรั่งเศส, อาเซอร์ไบจาน, โครเอเชีย และ คาซัคสถาน (แชมป์เก่า) ร่วมถึง เราก็กำลังติดต่อ โมซัมบิก และ อียิปต์ ซึ่งถือว่าเป็นยอดทีมจากทวีปแอฟริกา โดยตนเชื่อว่าเมื่อถึงการแข่งขันจริง เราจะได้ทีมที่แข็งแกร่งเข้าร่วมการแข่งขัน เพื่อสร้างสีสัน และความเร้าใจให้กับแฟนฟุตซอลชาวไทย ไม่น้อยไปกว่าการแข่งขันครั้งที่ผ่านมาอย่างแน่นอน”

นอกจากนี้หัวเรือใหญ่ของวงการฟุตซอลไทยยังกล่าวต่อว่า “ตนยังมีแผนการที่จะยกระดับการแข่งขันศึก ไทยแลนด์ไฟว์ ให้เป็นการแข่งขันชิงแชมป์ระดับทวีปและใช้ชื่อการแข่งขันว่า ไทยแลนด์ไฟว์ เฟดเดอเรชั่น ซึ่งถือเป็นการยกระดับการแข่งขัน รวมถึงดึงดูดทีมชั้นนำระดับโลก ให้มาเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งต่อๆไปด้วย”

โดยการแข่งขันไทยแลนด์ไฟว์ในปีนี้จะจัดขึ้นในช่วงต้นเดือนกันยายน ถือว่าเป็นการเตรียมทีมก่อนลุยศึกชิงแชมป์อาเซียนที่เวียดนามระหว่างวันที่ 23 ตุลาคม – 3 พฤศจิกายน นี้

ปรดทราบ!ไทยแลนด์กลาซิโก้ยกแรกสลับโปรแกรมกิเลนออกเยือนฉลามก่อน

ฝ่ายจัดการแข่งขันไทยลีก ยืนยันว่าได้อนุมัติให้ ศึกฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก 2017 สัปดาห์ที่ 4 ในเกมซุปเปอร์บิ๊กแมตช์ระหว่าง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด พบกับ ชลบุรี เอฟซี มีการสลับโปรแกรมให้“กิเลนผยอง” เล่นเป็นทีมเยือนก่อน โดยจะแข่งขันกันในวันอาทิตย์ที่ 5 มีนาคม 2560 ที่สนามชลบุรี สเตเดี้ยม เวลา 19.00 น. แทน

จากโปรแกรมเดิมที่มีการจัดออกมาในตอนแรกเมืองทองจะต้องเป็นเจ้าบ้านก่อนในเกม ไทยแลนด์กลาซิโก้ แต่ว่าเนื่องสนามเอสซีจี สเตเดี้ยม แต่เนื่องจากในวันดังกล่าวได้มีการปรับปรุงสนามเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานการจัดการแข่งขัน ทางสโมสรเมืองทองจึงได้ส่งหนังสือ และได้รับการอนุมัติให้มีการสลับโปรแกรมแข่งขันให้ ฉลามชล เป็นเจ้าบ้านก่อน

สำหรับผลงานในฤดูกาลที่ผ่านมา เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เอาชนะ ชลบุรี เอฟซี ได้ทั้งไปและกลับด้วยสกอร์ 1-0,0-3 แต่ชลบุรี เอฟซี มาล้างแค้นได้ในฟุตบอลถ้วยช้างเอฟเอคัพรอบ 8 ทีมสุดท้ายที่เอาชนะเมืองทองไป 3-0

3นัดเสีย11ประตู! กูปรีป่วยหนักบุกพ่ายเดอะแรบบิทมโหฬาร 6-0

ผลฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก
วันศุกร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560
บางกอกกล๊าส เอฟซี 6-0 ศรีสะเกษ เอฟซี

ผู้ทำประตู : คัมโปส น.29, 64, โตติ น.45+2, อาเรียล โรดริเกวซ 64, 90, พีระพงษ์ พิชิตโชติรัตน์ น.67
สนาม : ลีโอ สเตเดียม เวลา 20.00 น.
การแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก วันศุกร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 เป็นการพบกันระหว่างเจ้าบ้าน “เดอะแรบบิท” บางกอกกล๊าส เอฟซี เปิดบ้านรับการมาเยือนของทีม “กูปรีอันตราย” ศรีสะเกษ เอฟซี ที่สองนัดล่าสุดยังไม่ชนะใคร

เริ่มการแข่งขัน ศรีสะเกษ เอฟซี เปิดเกมบุกได้อย่างต่อเนื่อง กระทั่งนาทีที่ 4 ทีมเยือนเกือบได้ประตูขึ้นนำจากการเคลียร์บอลพลาดของประวีณวัช บุญยงค์ เตะบอลทิ้งทว่ากลับเข้ากรอบ จนทำให้นริศ ทวีกุล กระโดดปัดทิ้งออกมาได้

นาทีที่ 10 เจ้าถิ่นได้ลุ้นบ้าง มงคล นาวนวด เปิดจากฝั่งซ้าย ให้โตติได้ซัดเท้าซ้ายไปเต็มข้อ ทว่าศุภวัฒน์ เซฟไว้ได้ และมีโอกาสอีกครั้งจากลูกเตะมุมเปิดมาและเป็นประวีณวัช วิ่งมาโหม่ง ทว่าแนวรับของศรีสะเกษ ยืนรอตรงเสาแรกดีดบอลทิ้งทันควัน

นาที 19 กระต่ายแก้ว พลาดประตูขึ้นนำ อาเรียล โรดดิเกวซ ฉกบอลจาก เดนิส ดาซิลวาได้ลากไปหลุดเดียว และลองซัดไกล ทว่าโชคไม่เข้าข้างบอลชนเสาออกมาอย่างน่าเสียดาย

นาที 29 เชาว์วัฒน์ ยิงไปติด อาเรียล โรดริเกวซ กระดอนออกมา มาคัมโปส เกี่ยวบอลก่อนจะซัดไปกลางประตู เป็นลูกปลดล็อกประตูแรกของฤดูกาลให้บางกอกกล๊าส เอฟซีขึ้นนำไปก่อน 1-0

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก บางกอกกล๊าส ได้อีกประตู โตติ ลากบอล มาจากแดนตัวเอง และจ่ายให้คัมโปส ก่อนที่คัมโปสจะโยนให้โตติ ที่วิ่งมาเติมหน้าประตูอีกครั้ง และโหม่งเข้าประตูไป 2-0 ก่อนจะหมดครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

เริ่มเกมในครึ่งหลังบางกอกกล๊าส ยังบุกต่อเนื่อง และมีโอกาสจากการจ่ายทะลุช่องให้โรดริเกวซวิ่งเติมขึ้นมา ก่อนจะยิงทว่าไม่ตรงกรอบเหินข้ามคานออกไป

นาที 64 กระต่ายแก้วเกือบได้ประตูทิ้งห่างจาก 3 ต่างชาติอันตราย โตติ จ่ายให้โรดริเกวซ ทว่าโดนแนวรับศรีสะเกษสกัดบอลออกมาเข้าทางคัมโปสได้ซัดจ่อๆ ทว่าจนคานเด้งออกมาอย่างน่าเสียดาย

นาที 67 จักรพันธ์ พรใส จ่ายบอลทะลุให้ โรดริเกวซ ได้เลือกยิงไปทางเสาสองเชือดนิ่มๆให้บางกอกกล๊าส เอฟ. หนีห่าง 3-0 หลังจากนั้นสองนาที ยังเป็นโรดริเกวซคนเดิมที่ลากบอลหนีเดนิส และซัดเข้าไปเป็น 4-0

นาที 72 จักรพันธ์ จ่ายบอลจากตรงเส้นให้พีรพงษ์ หามุมยิงไกลนอกกรอบเขตโทษ ตุงตาข่ายไปอย่างสวยงามให้กระต่ายแก้วนำ 5-0

ช่วงท้ายเกมเจ้าถิ่นมาได้ประตูครึ่งโลห จิตปัญญา วิ่งไปล้วงบอล จ่ายให้โรดริเกวซทว่าเข้าไม่ถึง บอลไหลให้โตติซัดตุงตาข่าย ก่อนที่จะจบเกม บางกอกล๊าส เอฟซี เปิดบ้านถล่ม ศรีสะเกษ เอฟซีไป 6-0

รายชื่อ 11 ตัวแรกของทั้งสองทีม
บางกอกกล๊าส เอฟซี : นริศ ทวีกุล(GK), ทัศนพงษ์ หมวดดารักษ์, ประวีณวัช บุญยงค์, แมทธิว สมิธ, มงคล นามนวด, เชาวว์วัฒน์ วีระชาติ, พีระพงษ์ พิชิตโชติรัตน์, โตติ, จัสมานี, คัมโปส, อาเรียล โรดริเกวซ, จักรพันธ์ พรใส

ศรีสะเกษ เอฟซี : ศุภวัฒน์ สีโนทัย (GK), วิศรุต ไวงาน, เอกพันธ์ จันดากรณ์, เดนิส ดาซิลวา, ยอดรัก นาเมืองรักษ์, สมยศ พงษ์สุวรรณ, คมสันต์ เมินดี, วรุฒน์ สัพโส, โอซาก้า ออนกอร์, ลีรอย ลิต้า, เลอันโดร อัสซัมเซา