สายบู๊ต้องดู! จังหวะเข้าบอลไม่มียั้งสุดท้าย “โคลแมน” ขาหัก

เรียกว่าเป็นจังหวะที่เห็นแล้วเจ็บแทน สำหรับผู้ที่ได้ดูคลิปจังหวะการเข้าปะทะกันของ เชมัส โคลแมน แบ็กทีมชาติไอร์แลนด์ กับ นีล เทย์เลอร์ ปราการหลังเวลส์ ในเกมฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนยุโรป กลุ่ม ดี เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมา

โดยจังหวะดังกล่าวเกิดขึ้นในนาทีที่ 69 เมื่อ โคลแมน พยายามจะเปิดบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ แต่ นีล เทย์เลอร์ กองหลัง “มังกรแดง” ปรี่เข้าเสียบแบบไม่มียั้ง ทำให้ทั้งคู่ปะทะกันอย่างหนัก ทำให้ฟูลแบ็ก “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” ถึงกับขาหัก ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

ขณะที่ นีล เทย์เลอร์ คู่กรณีโดนใบแดงไล่ออกจากสนามทันที ก่อนที่จบเกม “ยักษ์เขียว” ไอร์แลนด์ เสมอกับ เวลส์ 0-0 ที่สนาม อาวีว่า สเตเดี้ยม กรุงดับลิน

หลังเกม มาร์ติน โอนีล ผู้จัดการทีมชาติไอร์แลนด์ ออกมาแสดงความเสียใจต่อลูกทีม “มันเป็นอาการบาดเจ็บที่เลวร้ายมากๆ เขาเป็นนักเตะชั้นยอด และเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น นี่เป็นอาการบาดเจ็บที่เสียหายอย่างมากสำหรับนักเตะคนหนึ่ง, สโมสรของเขา และพวกเราด้วย ที่สำคัญนี่เป็นการเข้าเสียบสกัดที่แย่ที่สุดในโลก ผมไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้เลย”

ทีมชาติไทยต้องอยู่กับ “ความจริง”

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาเชื่อว่าแฟนฟุตบอลไทยหลายคนคงผิดหวังกับเกมที่เจอกับ “ทีมชาติซาอุดิอาระเบีย” คาบ้าน 0-3 ไม่น้อย เพราะโอกาสในการลุ้นพื้นที่เพลย์ออฟในฐานะทีมอันดับ 3 ของกลุ่มริบหรี่เหลือเกินกับ 1 แต้มจาก 6 นัดแม้ว่าจะเหลือเกมในมืออีก 4 นัดก็ตาม เพราะตามหลักทฤษฎีเราต้องชนะรวดในเกมที่เหลือละลุ้นอย่าให้ “ทีมชาติออสเตรเลีย” ชนะได้เป็นอันขาด

แน่นอนว่า เกมนี้ขุนพลช้างศึกทำเต็มที่แล้วแต่ผู้มาเยือนทำได้ดีกว่า ยิ่งความได้เปรียบก่อนลงสนามเรื่องของรูปร่างและทักษะที่เหนือกว่าซึ่งส่งเกตได้ในเกมว่ามีหลายครั้งที่นักเตะคู่แข่งพยายามใช้เกมโยนยาวบอมบ์เข้าใส่กรอบเขตโทษของไทย อย่างลูกแรกที่เสียก็มาจากลูกโยนเข้ามา ลูกที่สองก็เป็นการผ่านบอลเข้ามาจากริมเส้น และลูกทีมสามมาจากจังหวะสวนกลับเร็ว

มาถึงตรงนี้คงต้องยอมรับ “ความจริง” ว่าขุนพลช้างศึกของเราในรอบ 3-4 ปีที่ผ่านมามีการพัฒนาขึ้นมาจนเหนือกว่าระดับภูมิภาค “อาเซียน” พอสมควร แต่ถ้าในระดับทวีป ถือว่ายังเป็นรองหลายๆทีมไม่ว่าจากเอเชียตะวันออกอย่าง “ญี่ปุ่น” หรือ “เกาหลีใต้” รวมถึงบรรดาทีมจากตะวันออกกลางทั้งหลาย

ดังนั้นไม่แปลกใจเลยว่าทำไมนโยบายของนายกสมาคม “พล.ต.อ สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง” ต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆมากมากนับตั้งแต่ได้รับเลือกตั้งเข้ามา โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับการพัฒนาบรรดานักเตะเยาวชนหรือดาวรุ่งที่จะขึ้นมาเป็นกำลังหลักของทีมชาติในยุคต่อไป

เพราะฟุตบอลถึงโค้ชจะเก่งแค่ไหนก็ไม่สามารถบันดาลชัยชนะให้ได้ตลอดด้วยเหตุผลที่ว่า “เกมลูกหนัง” ไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยเรื่องโค้ชเพียงอย่างเดียว แต่ต้องหมายถึง “ทักษะ” “ความสามารถ” “ฝีเท้า” ที่ขึ้นอยู่กับนักเตะภายในทีม รวมทั้ง “การเล่นเป็นทีม” “ความเข้าใจกันของนักเตะ” ซึ่งมีความแตกต่างกัน นักเตะแต่ละคนมาจากต่างสโมสรต่างที่ ไม่ได้เล่นฟุตบอลทีมเดียวกันทุกวัน

ไม่นับปัจจัยอื่นที่ใกล้เข้ามาหน่อย อย่าง “สภาพความฟิต” ก่อนเกม หรือนักเตะบางคนเพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บ ขณะที่นักเตะคู่แข่งกำลังอยู่ในช่วงฟิตสุดๆ ดังนั้นศักยภาพของนักเตะที่ออกมาในสนามก็ไม่เหมือนกันซึ่งบางทีปัจจัยบางอย่างก็อาจจะทำให้ทีมที่เป็นรองกว่าพลิกล็อกล้มยักษ์ได้เหมือนกัน ถือว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่บ่อยแต่ก็เกิดขึ้นเรื่อยๆ

ส่วนปัจจัยภายนอก เรื่องของ “ดิน ฟ้า อากาศ” หรือ “ผู้ตัดสิน” ก็มีส่วนได้ในบางครั้ง ทำให้ต่อจากนี้คงต้องมองถึงการพัฒนานักเตะที่กำลังจะขึ้นมาเพื่อความยั่งยืน คงมาหวังรอประเภท “นักเตะฟ้าประทาน” หรือพวก “อัจริยะลูกหนัง” ที่จะขึ้นมานานทีปีหนเหมือนสมัยก่อนก็คงไม่ได้

สิ่งที่ดีที่สุดก็คือการสร้าง “นักเตะรุ่นใหม่ๆที่จะขึ้นมา” ให้พร้อมที่สุด ดีที่สุดเพื่อจะก้าวขึ้นไปต่อกรกับคู่แข่งในระดับที่สูงกว่าอย่างทวีปหรือความฝันที่จะขึ้นไปในระดับโลก ไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายให้ได้

ถ้าจำกันได้ เกมแรกที่เราไปเยือน “ซาอุดิอาระเบีย” เกมนั้นขุนพลทีมชาติไทยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนเกือบได้ผลเสมอกลับไป ถ้าไม่เจอพิษของผู้ตัดสินชาวจีน “หม่า หมิง” ซะก่อน หรือในรอบก่อนหน้านี้เราเคยตีเสมอซาอุหลังจากถูกนำไปก่อนสองลูกจนผลการแข่งขันออกมา 2-2 มาแล้ว นั้นคงเป็นอีกเหตุผลที่นักเตะเศรษฐีน้ำมันเล่นกับเราแบบไม่มีประมาทและเชื่อว่าเตรียมตัวมาดีก่อนเกมแน่

สุดท้ายเกมของทีมชาติไทยล่าสุดที่แพ้ ก็คงโทษใครไม่ได้เพราะภาพที่เห็นคือ “ความจริง” สิ่งที่ทำได้ต่อจากนี้คือ “ยอมรับ” และ เตรียมตัวสำหรับนัดต่อไปกับ “ทีมชาติญี่ปุ่น” ในสัปดาห์หน้าให้ดีที่สุดก็เท่านั้นเอง

เกาะมังกรน้อยเข็นเปิดบ่อนคาสิโน

สภาพความเจริญบนเกาะจินเหมิน ซึ่งคาดว่าประชาชนท้องถิ่นจะลงประชามติในปีนี้ให้เปิดบ่อนคาสิโนได้อย่างแน่นอน – เอเจนซี่

เอเอฟพี -ไต้หวันร่างกฎหมายเปิดบ่อนคาสิโนเสร็จเรียบร้อยแล้วเมื่อวันจันทร์ (11 เม.ย.) ท่ามกลางกระแสเห็นด้วย และไม่เห็นด้วยในหมู่ประชาชน

ร่างกฎหมาย ซึ่งร่างโดยกระทรวงการขนส่งและการสื่อสารเตรียมนำเข้าสู่การพิจารณาเห็นชอบของสภานิติบัญญัติในเดือนก.ย นับเป็นความพยายามผลักดันการเปิดบ่อนคาสิโนครั้งใหม่ ภายหลังจากการทำประชามติเมื่อปี 2552 มีเกาะแห่งหนึ่งในหมู่เกาะไต้หวันทั้งหมด ที่คัดค้านสถานอบายมุขนี้

ขณะที่อีก 2 เกาะของไต้หวัน คือหมู่เเกาะหมาจู่ และจินเหมิน หรือคีมอย ซึ่งอยู่นอกชายฝั่งมณฑลฝูเจี้ยน ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของจีนนั้นต้องการบ่อนคาสิโนอย่างมาก เจ้าหน้าที่ระดับสูงของคณะผู้ปกครองท้องถิ่นมองว่า บ่อนคาสิโนอาจก่อผลในแง่ลบตามมาอย่างที่ฝ่ายผู้คัดค้านวิตกกัน แต่บ่อนคาสิโนมิใช่เป็นเพียงแค่การพนัน แต่ยังเป็นอุตสาหกรรม ที่สามารถสร้างการลงทุนและสร้างงานจำนวนมากแก่ผู้คน โดยอาจสร้างรายได้จากการลงทุนและการท่องเที่ยวได้มากกว่า 345 ล้านดอลลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากจีน โดยนักท่องเที่ยวจากจีนหลายหมื่นคนหลั่งไหลมาเที่ยวหมู่เกาะทั้งสองในแต่ละปี เจ้าหน้าที่ระดับสูงผู้นี้เชื่อว่า ประชาชนบนเกาะทั้งสองจะเห็นชอบด้วยในการทำประชามติปลายปีนี้อย่างแน่นอน

ร่างกฎหมายยกเลิกการห้ามตั้งบ่อนคาสิโนบนเกาะไต้หวัน ที่ประกาศใช้มานานหลายทศวรรษ ได้ผ่านการเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติเมื่อเดือนม.ค. 2552 โดยกฎหมายฉบับนี้อนุญาตให้หมู่เกาะต่าง ๆ เปิดบ่อนคาสิโนได้ หากประชาชนในท้องถิ่นลงประชามติเห็นชอบด้วย

ดับฝันเซียนพนัน! ชาวไต้หวันลงประชามติ “ไม่เอาคาสิโน” ฝ่ายสนับสนุนโอดแพ้เพราะประธานาธิบดีชี้นำ

ไต้หวันจัดกิจกรรมลงประชามติ เพื่อขอความเห็นชอบในการจัดตั้ง “คาสิโน” ณ อำเภอเผิงหู (ภาพรอยเตอร์ส)

เซาท์ไชน่า มอร์นิ่งโพสต์ สื่อทางการจีนรายงาน (16 ต.ค.) ประชาชนไต้หวันโหวตไม่สนับสนุนโครงการ “คาสิโน”

วันเสาร์ (15 ต.ค.) ไต้หวันจัดกิจกรรมลงประชามติ เพื่อขอความเห็นชอบในการจัดตั้ง “คาสิโน” ณ อำเภอเผิงหู (澎湖县) และมีผู้ออกมาใช้สิทธิราว 33,000 คนจากผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงทั้งหมด 83,400 คน โดยในจำนวนนั้นมีผู้ลงคะแนนเสียงไม่สนับสนุนให้ตั้งคาสิโนจำนวน 26,592 คน คิดเป็นจำนวนราว 80 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่มีผู้สนับสนุนเพียง 6,210 คน คิดเป็นจำนวนราว 20 เปอร์เซ็นต์ ทำให้แผนสร้างคาสิโนในครั้งนี้เป็นอันตกไป

“เหอ จงชวิน” ประธานกลุ่มต่อต้านโครงการสร้างคาสิโนระบุว่า ฝ่ายที่สนับสนุนการพนันได้พยายามชักจูงประชาชนไปในทางที่ผิด โดยให้ข้อมูลว่าโครงการคาสิโนจะช่วยผลักดันเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดี ประชาชนได้ใช้สติปัญญาอันหลักแหลมและวิจารญาณอันถี่ถ้วน ในการลงคะแนนเสียงไม่สนับสนุนโครงการคาสิโน

ในขณะที่ “เฉิน เหมิง” ซึ่งเป็นผู้นำฝ่ายสนับสนุนฯชี้ว่า การลงประชามติครั้งนี้ไม่เป็นธรรม เนื่องจากนางไช่ อิงเหวิน ประธานาธิบดีไต้หวันและรัฐบาล เคยได้ให้ความเห็นคัดค้านโครงการดังกล่าวก่อนหน้านี้ ดังนั้น อิทธิพลทางความคิดของเธอจึง ทำให้โครงการนี้เป็นอันตกไปในการลงประชามติตามคาด

บ่อนการพนันเป็นสิ่งผิดกฎหมายในไต้หวัน จนเมื่อปี 2552 รัฐบาลไทเปได้ปรับแก้กฎหมายรับรองบ่อนพนันบริเวณนอกฝั่งของดินแดน จากนั้นมาก็ได้พยายามผลักดันโครงการจัดตั้ง ‘เขตการพนันพิเศษ’ มาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ได้รับการคัดค้านจากหลายภาคส่วน อันนำไปสู่การจัดให้มีการทำประชามติเป็นครั้งแรกของประเทศ ณ อำเภอเผิงหูเมื่อวันที่ 26 ก.ย. 2552 ทว่า มีผู้ไม่สนับสนุนราว 56 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่มีผู้สนับสนุนราว 46 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ ตามกฎหมายของไต้หวัน หากมติใดตกไป จะไม่สามารถทำประชามติภายในเวลา 3 ปี

ส่องสนามซ้อม! “แข้งช้างศึก” ก่อนดวล “ซามูไรบลู” คัดบอลโลก

คณะทำงานสมาคมฯ ประกอบไปด้วย วิทยา เลาหกุล อุปนายกฯฝ่ายพัฒนาเทคนิค ,พาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการฝ่ายต่างประเทศและโฆษกสมาคมฯ และ บัณฑิต เทียบทอง โค้ชฟิตเนสฟุตบอลชายทีมชาติไทย โดยได้เดินทางไปตรวจสอบ สนามกีฬาแน็คไฟว์ (Nack5) เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยและสิ่งอำนวยความสะดวก ก่อนที่ ทีมชาติไทย จะใช้ทำการฝึกซ้อมครั้งแรกวันนี้เวลา 16.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น

สำหรับสภาพสนาม แน็คไฟว์ ถือว่าอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ได้มาตรฐาน มีห้องแต่งตัว ห้องน้ำเรียบร้อย มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่พร้อมสำหรับการฝึกซ้อมของทีมชาติไทย และระยะเวลาการเดินทางจากโรงแรมไปสนามใช้เวลาประมาณ 20 นาที ถือว่าไม่ไกลเกินไปนัก

โดยสนามแน็คไฟว์ เป็นสังเวียนเหย้าของ โอมิยะ อาร์ดิย่า สโมสรในเจลีก ญี่ปุ่น มีความจุ 15,500 ที่นั่ง ตั้งอยู่ที่เมืองไซตามะ โดยสโมสรแห่งนี้ถือเป็นทีมอริกับ อุราวะ เรด ไดมอนด์ อีกหนึ่งสโมสรดังที่ตั้งอยู่ในเมืองแห่งนี้เช่นกัน

ช้างศึก” ถึงไซตามะ “ซิโก้” สั่งพัก 1 วันฟื้นฟูอาการล้า

“แข้งช้างศึก” นักเตะทีมชาติไทยชุดใหญ่ เดินทางถึงที่พักที่ประเทศญี่ปุ่น เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยในรายของ นูรูล ศรียานเก็ม ปีกขวาจากสโมสร ชลบุรี เอฟซี ตามสมทบกับทีมเป็นที่เรียบร้อย

ฟุตบอลชายทีมชาติไทย ชุดใหญ่ เดินทางถึงที่พักที่เมืองไซตามะ ประเทศญี่ปุ่น ในเวลา 20.00 น. ของวันที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น เตรียมทำการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก 2018 โซนเอเชีย รอบ 3 นัดที่ 7 ระหว่างวันที่ 24-29 มีนาคม 2560

ทัพช้างศึก เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาตินาริตะ เมื่อเวลา 16.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนนั่งรถบัสที่ทางสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่นจัดเตรียมไว้ไปส่งถึงที่พัก โดย เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลชายทีมชาติไทยชุดใหญ่ได้อนุญาตให้นักเตะพักผ่อนเพื่อบรรเทาอาการเหนื่อยล้าจากการเดินทางและหลังเกมการแข่งขันเมื่อวานนี้เป็นเวลา 1 วัน

สำหรับฟุตบอลชายทีมชาติไทย มีคิวลงฝึกซ้อมที่สนามแน็คไฟว์ เวลา 16.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนทำการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 3 กลุ่มบี นัดที่ 7 ที่จะพบกับ ทีมชาติญี่ปุ่น ที่สนาม ไซตามะ สเตเดียม ในวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2560 เวลา 17.35 น.

สุดสลด! แม่กลับบ้านไม่เจอลูกชาย พบเพียงสุนัขเฝ้าหน้าห้อง พังประตูพบลูกชายแขวนคอเสียชีวิตแล้ว

แม่เลิกงานกลับบ้านไม่เจอลูกชาย พบเพียงสุนัขของลูกเฝ้าหน้าห้องไม่ห่าง พร้อมเห่าท่าทีแปลกๆ เอะใจเคาะประตูเรียกลูกพบว่าห้องล็อก ตัดสินใจพังประตูดูถึงกับเข่าอ่อนพบลูกชายผูกคอเสียชีวิตแล้ว

เรื่องราวสุดสลดในครั้งนี้เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 22 ก.พ. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.ท.หญิง ศุภนันท์ จิตรเนียม รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ได้รับแจ้งว่ามีคนผูกคอตนเองภายในห้องนอนของบ้านพักแห่งหนึ่งย่านหมู่ที่ 1 ตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ จึงพร้อมด้วยชุดสืบสวนและเจ้าหน้าที่กู้ภัยป่อเต็กตึ๊งเดินทางไปตรวจสอบ

จากการตรวจสอบภายในบ้านพักหลังดังกล่าวที่ชั้น 2 พบว่ามีสุนัขเพศผู้ชื่อเจ้าบัวขาว อายุประมาณ 1 ปี นั่งเฝ้าหน้าห้องไม่ห่าง เจ้าหน้าที่ต้องให้ญาตินำตัวสุนัขไปไว้ยังจุดอื่นเพื่อเข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุ โดยจากการตรวจสอบภายในห้องดังกล่าว พบศพ นายจีรภัทร อายุ 18 ปี สวมกางเกงยีนสีน้ำเงิน สวมเสื้อโปโลสีดำ และสวมรองเท้าผ้าใบสีดำ โดยใช้เชือกไนล่อนผูกคอตนเองกับคานเหล็กของหลังคาโดยมีตู้ลำโพงล้มอยู่ปลายเท้า ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นตู้ลำโพงที่ผู้เสียชีวิตรายนี้ใช้ยืนผูกคอ จากการตรวจสอบไม่พบบาดแผลและร่องรอยการถูกทำร้ายแต่อย่างใด คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ชั่วโมง

สอบถามไปยังคุณแม่ของผู้เสียชีวิต คุณแม่เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ลูกชายเพิ่งเรียนจบที่จังหวัดเพชรบูรณ์ซึ่งเป็นบ้านเกิดได้ไม่นาน ระยะหลังมานี้มักบ่นกับตนเองและยายเสมอว่าเครียดและน้อยใจแฟนสาวที่คบกันมานาน ฝ่ายหญิงได้ตีตัวออกห่างทำให้ลูกชายเกิดความเครียดจึงขอมาหางานทำที่จังหวัดสมุทรปราการ ตนเองจึงไปรับมาอยู่ด้วย

โดยในวันนี้ทราบเพียงว่าลูกชายซึ่งไปสมัครงานไว้และจะเข้าทำงานวันแรก ตนเองก็ไม่ได้เอะใจอะไรและออกไปทำงานปกติ กระทั่งช่วงสายลูกชายโทรศัพท์ไปแจ้งว่าจะกลับมาบ้านพักเนื่องจากวินจักรยานยนต์รับจ้างไปส่งที่บริษัทไม่ถูก ตนจึงบอกให้กลับมาพักผ่อน จนกระทั่งเลิกงานกลับมาเห็นบ้านเงียบผิดปกติ ตะโกนเรียกลูกชายไม่มีเสียงตอบและพบเจ้าบัวขาวสุนัขที่ลูกชายเลี้ยงมาแต่เล็กนั่งเฝ้าและเห่าหอนอยู่ที่หน้าห้องของลูกชาย นึกเอะใจไปเคาะประตูเรียกแต่ไม่ตอบ จึงพังประตูเข้าไปก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อพบว่าลูกชายผูกคอเสียชีวิตแล้ว หลังจากตั้งสติได้จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบดังกล่าว

ขณะที่คุณยายวัย 70 ปี ยายของผู้เสียชีวิตออกมาระบุว่า ก่อนหน้านี้ไม่กี่วันหลานชายได้ขอไปนอนด้วยและเอ่ยปากถามตนเองว่า หากตัวเองตายไปยายจะทำเช่นไรและจะอยู่ได้ไหม ซึ่งตนเองก็ไม่คาดคิดว่าจะเป็นคำพูดลางบอกเหตุในครั้งนี้ของหลานชาย

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงบันทึกประจำวันในเบื้องต้น ทางครอบครัวไม่ติดใจสาเหตุการตาย ส่วนแรงจูงใจการก่อเหตุในครั้งนี้สันนิษฐานว่า เกิดจากความน้อยใจแฟนสาวที่คบกันมาหลายปีและถูกตีตัวออกห่างในระยะหลังนี้ จึงเกิดความเครียดตัดสินใจผูกคอตนเองเสียชีวิตในครั้งนี้ อย่างไรก็ตามได้มอบร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้งที่สถาบันนิติเวช ร.พ.ตำรวจ

เปิดคลังอาหาร ”ธรรมกาย” โต้พระมุสา แฉ! พระเปิบเมนูสุดอลัง โซเชียลถาม วัดหรือโรงแรม?

โลกโซเชียลจับพิรุธวัดพระธรรมกาย พบโรงครัวกักตุนอาหารไว้เป็นจำนวนมาก พร้อมเมนูสุดอลังการ ไม่ได้อดอยากตามที่พระลูกวัดกล่าวอ้าง

ภายหลังที่พระสนิท วุฒิวังโส วัดพระธรรมกาย ออกมาเปิดเผยว่า อาหารที่สะสมไว้ภายในวัดพระธรรมกายเริ่มลดจำนวนลง ส่งผลให้พระและลูกศิษย์บางรายเริ่มอ่อนล้าลง จึงอยากให้ทางรัฐบาลยกเลิกการใช้มาตรา 44 นั้น ปรากฏว่าเมื่อเรื่องราวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ได้มีความเห็นผ่านทางสังคมออนไลน์เป็นจำนวนมาก

โดยผู้ใช้เว็บไซต์พันทิพรายหนึ่งได้ตั้งกระทู้เพื่อตอบโต้คำกล่าวอ้างของที่พระสนิท วุฒิวังโส อย่างดุเด็ดเผ็ดมัน พร้อมระบุว่า คำพูดดังกล่าวถือเป็นคำมุสาอย่างชัดเจน เพราะเมื่อเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ และสื่อมวลชนไปตรวจสอบอาคารคุณรัตนอุบาสิกาจันทร์ขนนกยูง หรือที่เรียกว่า “หอฉันคุณยายจันทร์”

ปรากฏว่า วัดพระธรรมกายได้กักตุนเสบียงไว้ในโกดังที่อยู่ภายในหอฉันคุณยายจันทร์ เป็นจำนวนหลายสิบตัน และโรงครัวขนาดใหญ่โตมโหฬารที่มีมูลค่าถึง 650 ล้านบาท ซึ่งหากกล่าวตามพระธรรมวินัย ต้องถือว่าอาบัติ เนื่องจากคำสอนของพระพุทธองค์ ทรงไม่อนุญาตให้ภิกษุเก็บอาหารกักตุนไว้ข้ามคืน

อย่างไรก็ตาม กระทู้ดังกล่าวยังได้เผยแพร่ภาพ จำนวนอาหารที่สะสมอยู่ภายในโรงครัวยังมีอยู่เป็นจำนวนมากทั้งข้าวสารและของแห้ง

นอกจากนี้ยังพบเมนูอาหารประจำวันทั้งเช้าเพล อาทิ วันอาทิตย์มื้อเช้า จะเป็นเมนูข้าวต้มซี่โครงหมูเห็ดหอม ส่วนมื้อเพลจะมีอาหารถึง 4 อย่างประกอบด้วย ไก่บ้านต้มขมิ้น น้ำพริกปลาดุกฟูผักสด หมูแดงหมูกรอบกุนเชียงไข่ต้ม ผัดยอดฟักแม้วไฟแดง

วันจันทร์เช้า จะเป็นเมนูเส้นหมี่เย็นตาโฟเกี๊ยวกรอบ และมื้อเพลจะมีอาหาร 4 อย่างเช่น ไข่พะโล้เต้าหู้พ่วงคากิ น้ำพริกหนุ่มผักสด ปลาทัปทิมสมุนไพร ผัดเผ็ดสามสหายน้ำ

วันอังคาร จะมีเมนูมื้อเช้าคือข้าวต้มไก่ธัญพืช ส่วนเมนูเพลจะประกอบด้วยอาหาร 4 อย่างเช่นกันประกอบด้วย แกงคั่วหอยขมใบชะพลู ยำวุ้นเส้นผักรวม ไข่ลูกเขยทรงเครื่อง ผัดฉ่าลูกชิ้นปลากราย เป็นต้น

ทั้งนี้ ภายหลังกระทู้ดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ออกไป มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก โดยต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นี่คือวัด โรงแรม หรือห้างสรรพสินค้ากันแน่ ดังนั้นข่าวที่ว่าวัดพระธรรมกายขาดอาหาร พระออกบิณฑบาตไม่ได้ จึงไม่ใช่ความจริง

บทเรียนจาก อาชญากรรม กับ การพนัน

ข่าวอาชญากรรมที่โด่งดังกรณีคุณสมยศ สุธางค์กูร เจ้าของพระราม 9 คาเฟ่ ถูกมือปืนสังหารอย่างอุกอาจ โดยที่ตำรวจเจ้าของคดีกำลังสืบสวนหาสาเหตุ และคนร้ายมาลงโทษอยู่ในขณะนี้กำลังเป็นที่สนใจ มีการสันนิษฐานสาเหตุไปในหลายประเด็น ซึ่งในไม่ช้าเจ้าหน้าที่คงจะสรุปสาเหตุ และนำไปสู่การติดตามจับกุมคนร้าย และผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป

แต่ในข้อสันนิษฐานหนึ่ง ที่คนดังอย่างชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ที่เคยทำหน้าที่ตรวจสอบและเปิดโปงบ่อนการพนันผิดกฎหมายมาอย่างต่อเนื่องได้ออกมาให้ข้อมูลโดยอ้างว่า

“ข่าววงในบอกหักกันเรื่องพนัน แต่มันเป็นเรื่องที่ตำรวจจะต้องไปสืบสวน ไม่ใช่เรื่องของผมแต่อย่างใด ผมขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของคุณสมยศ ที่ต้องสูญเสียคนที่รักไป ชีวิตคนไทยมันราคาถูก ห้าหมื่นแสนนึงก็มีคนรับงาน ถูกยิงตายกันง่ายๆ ไม่รู้ว่าจะโดนเอาเมื่อไหร่”

เรื่องนี้จะเป็นชนวนเป็นสาเหตุที่แท้จริงอย่างไรหรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไป อย่างไรก็ตาม หากสาเหตุการสังหารครั้งนี้ เป็นไปตามที่นายชูวิทย์ อ้างข่าววงในจริง ก็มีประเด็นที่น่าสนใจ เกี่ยวเนื่องย้อนกลับไปไม่นาน เกี่ยวกับการผลักดันให้มีการเปิดบ่อนการพนันเสรีขึ้นมาในเมืองไทย..โดยสมาชิกปฏิรูปแห่งชาติกลุ่มหนึ่ง และ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.ได้ร่วมผลักดันการเปิดบ่อนอย่างออกหน้าออกตา

จนกระทั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ต้องออกมาเบรกเรื่องดังกล่าว ทำให้เรื่องการผลักดันบ่อนการพนันเสรีเงียบไป

เรื่องของการพนัน หรือ การเปิดบ่อนเสรี มีหลายฝ่ายออกมาวิพากษ์วิจารณ์ขนานใหญ่ และมีประเด็นหนึ่งว่า การพนันจะเป็นชนวนไปสู่เรื่องปัญหาสังคมอื่นๆ จะก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรมตามมาอีกมากมาย ซึ่งข้อกังวลของฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการเปิดบ่อนเสรีวันนี้ หากสาเหตุของการตายของเจ้าของพระราม 9 คาเฟ่ สรุปว่าเป็นเพราะเหตุตามที่นายชูวิทย์ อ้างข่าววงในเป็นจริง

นี้จะเป็นข้อพิสูจน์อย่างหนึ่งว่า ปัญหาจากการพนัน เป็นปัญหาที่นำไปสู่ปัญหาสังคมอื่นๆ ปัญหาอาชญากรรมได้ชัดเจนที่สุดกรณีหนึ่ง

ก็นับว่าเป็นความโชคดี ที่กระแสการผลักดันการเปิดบ่อนเสรี ถูกนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สั่งเบรกไป มิเช่นนั้นหากมีการเปิดบ่อนการพนันจริง จะมีปัญหาเหล่านี้ตามมาอีกมากมายหรือไม่..?

สิ่งนี้ เพียงพอหรือไม่ ? สำหรับ ใครต่อใคร ที่จะหยิบยกเอา ประเด็นผลักดันการเปิดบ่อนเสรีขึ้นมาอีกในอนาคต..?

บุกจับ 32 ฝรั่งวัยดึก เล่นไพ่บริดจ์ “คุณหญิงชดช้อย” โร่แจงไม่ใช่การพนัน

ความคืบหน้ากรณีบุกจับ 32 ต่างชาติวัยดึกลอบเล่นไพ่บริดจ์ ล่าสุด “คุณหญิงชดช้อย” ประธานที่ปรึกษาสมาคมกีฬาบริดจ์แห่งประเทศไทย เข้าพบ ผกก.สภ.เมืองพัทยา ก่อนออกมาเผยไพ่บริดจ์ไม่ใช่การพนัน

กรณี นายชาคร กัญจนวัตตะ นอภ.บางละมุง จ.ชลบุรี พร้อมกำลังฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่สรรพสามิต บุกจับกุมชาวต่างชาติชาย-หญิงรวม 32 คน ที่ลักลอบเล่นไพ่บริดจ์โดยไม่ได้รับอนุญาตที่อาคารพาณิชย์ เลขที่ 144/98-99 ปากซอย 2 ถนนทัพพระยา ย่านพัทยาใต้ หมู่ 12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยมีนายเจเรมี่ วัตสัน (Mr.Jeremy Watson) อายุ 74 ปี สัญชาติอังกฤษ รับเป็นเจ้ามือและเจ้าของสถานที่ ตามที่ได้รายงานไปแล้วนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (4 ก.พ.) คุณหญิงชดช้อย โสภณพานิช ประธานที่ปรึกษาสมาคมกีฬาบริดจ์แห่งประเทศไทย เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.สุขทัศน์ พุ่มพันธ์ม่วง ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อชี้แจงการเล่นกีฬาบริดจ์ว่า การที่เจ้าหน้าที่ร่วมกันจับกุมผู้เล่นกีฬาบริดจ์นับว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย เพราะกีฬาชนิดนี้ไม่น่าที่จะเข้าข่าย พ.ร.บ.การพนัน

เนื่องจากไม่มีการเอาทรัพย์สินหรือเงินทองกัน แต่เป็นการแข่งขันเอาแต้มสูงสุดและใช้วิธีการประมวลผลในเครื่องคอมพิวเตอร์ ผู้มีแต้มสูงสุดจะเป็นผู้ชนะ โดยกีฬาบริจด์ได้ถูกกำหนดให้เป็น พ.ร.บ.การพนัน พุทธศักราช 2478 ต่อมาปี 2503 ได้มีการเพิ่มในกฎกระทรวง ฉบับที่ 17 ข้อ 13 ว่าให้จัดขึ้นได้โดยไม่ต้องมีใบอนุญาต แต่ต้องเล่นในสามาคมหรือระหว่างสมาชิก หรือบุคคลที่สมาคมอนุญาต ไม่ได้มีการเรียกรับผลประโยชน์ในทางตรงหรือทางอ้อมจากการเล่น

ที่ปรึกษาสมาคมกีฬาบริดจ์แห่งประเทศไทย กล่าวอีกว่า กีฬาบริดจ์อาจจะใหม่สำหรับคนไทยที่ไม่ค่อยรู้จัก แต่กีฬาบริดจ์ได้จัดให้มีการแข่งขันในกีฬาซีเกมส์ เอเชี่ยนเกมส์ และกำลังจะถูกบรรจุในการแข่งขันโอลิมปิคเกมส์ ซึ่งกรณีนี้ตนจะขอต่อสู้เพื่อให้ศาลเห็นว่าการกีฬาชนิดนี้ไม่น่าจะเข้าข่ายการเล่นการพนัน และตนจะขอส่งเสริมกีฬาบริดจ์ให้แพร่หลายในหมู่คนไทยต่อไป เพราะเป็นการฝึกสมองและสมาธิ

อย่างไรก็ตาม หากทราบว่าจะมีการนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งฟ้องศาลจังหวัดพัทยาเมื่อไหร่ก็จะเข้าไปเป็นพยานให้ทันที แต่เบื้องต้นทราบว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ประกันผู้ต้องหาซึ่งเป็นชาวยุโรปทั้งหมดแล้วในวงเงินคนละ 5 พันบาท