ค้านเพิ่มหวย5ล.คู่ มอมเมาไม่แก้แพง

      ปิดความเห็น บน ค้านเพิ่มหวย5ล.คู่ มอมเมาไม่แก้แพง

สนช. “มณเฑียร” ค้านเพิ่มหวยอีก 5 ล้านคู่ตั้งแต่งวดสิ้นปี ชี้แก้ปัญหาโก่งราคาแค่ข้ออ้างบังหน้า กลับทำให้ผู้ค้ารายใหญ่เข้มแข็งขึ้น ซ้ำประจานมาตรการคุมราคาไร้ผล มูลนิธิหยุดพนันระบุผลงาน คสช.ปั๊มสลากเพิ่มขึ้นเท่าตัว “ธนวรรธน์” เผยเตรียมแก้กฎหมายเพิ่มโทษต้นตอหวยชุดขู่ตัดโควตา

นายมณเฑียร บุญตัน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ กรณี พล.ต.ฉลองรัฐ นาคอาทิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เตรียมพิมพ์สลากเข้าสู่ระบบเพิ่มอีก 10 ล้านฉบับ เริ่มตั้งแต่งวดวันที่ 30 ธันวาคม 2559 ส่งผลให้ภาพรวมของสลากเพิ่มจาก 120 ล้านฉบับ หรือ 60 ล้านคู่ เป็น 130 ล้านฉบับ หรือ 65 ล้านคู่ ทั้งนี้ เพื่อรองรับความต้องการของประชาชนในช่วงปีใหม่ และแก้ปัญหาสลากแพง ว่าแนวทางดังกล่าวเป็นการแก้ปัญหาไม่ตรงจุด

เขากล่าวว่า การเพิ่มสลากโดยอ้างแก้ปัญหาราคาแพง แสดงว่ามาตรการจับกุมควบคุมราคาที่ผ่านมาใช้ไม่ได้ผล สำนักงานสลากฯ จึงนำเทคนิคเดิมๆ ออกมาใช้อีก เพื่อหวังผลทางการตลาด วางเป้าหมายเพื่อหารายได้เข้ารัฐ ผ่านการพึ่งพาผู้ค้ารายใหญ่ กินกันเป็นทอดๆ การแก้ปัญหาต่างๆ จะไม่มีวันจบสิ้น ผลกระทบจะตกอยู่ที่ผู้ค้ารายย่อย เพราะปรับตัวไม่ทัน กลายเป็นแค่แรงงานหรือลูกจ้าง ส่วนผู้ค้ารายใหญ่ไม่เดือดร้อนเพราะมีทุน ขณะที่รัฐบาลก็รับทรัพย์ ได้

ประโยชน์เต็มที่โดยไม่มีความเสี่ยง เพราะเอาความเสี่ยงไปโยนให้ผู้ค้ารายย่อย อีกทั้งเป็นการซ้ำเติมมอมเมาประชาชน กลุ่มเสี่ยง หรือนักเสี่ยงโชค จะเพิ่มปริมาณการซื้อสลากมากขึ้น ทั้งนี้ การเพิ่มสลากแม้จะช่วยแก้การโก่งราคา แต่ก็เป็นเพียงระยะหนึ่ง แนวทางที่ควรทำคือต้องควบคุมตั้งแต่ต้นทางให้เกิดความสมดุล การคืนรายได้สู่สังคม ปรับเปลี่ยนจากสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นสลากเพื่อสังคม ต้องพิจารณาในทุกมิติ สร้างหลักประกันคุ้มครองให้กับผู้ค้ารายย่อย ลดการพึ่งพาผู้ค้ารายใหญ่

“สลากต้องเป็นสินค้าควบคุม ไม่ใช่สินค้าเสรี เพราะประชาชนจะตกเป็นเหยื่อของการพนัน ดังนั้นอย่าปล่อยให้เลยเถิดจนควบคุมไม่ได้” นายมณเฑียรกล่าว

ด้านนายธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน กล่าวว่า เข้าใจว่ารัฐบาลคงมีความจำเป็นอะไรบางอย่าง จึงเลือกวิธีการพิมพ์สลากเพิ่ม เพราะไม่ต้องลงทุนลงแรงอะไรมาก ที่กองสลากอ้างเพื่อแก้ปัญหาสลากราคาแพง บทเรียนที่ผ่านมาชัดเจนว่า การพิมพ์สลากเพิ่มอาจช่วยให้ราคาสลากลดลงในระยะแรก แต่ไม่นานสุดท้ายก็จะกลับมาแพงอีกเหมือนเดิม เพราะต้องไม่ลืมว่า หลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามา ได้มีการพิมพ์สลากเพิ่มมาแล้ว

อย่างน้อย 2 ครั้ง มีผลทำให้ประเทศไทยมีสลากมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ จากเดิมก่อน คสช.เข้ามามีสลากจำหน่ายอยู่ 37 ล้านคู่ เพิ่มมาเป็น 50 ล้านคู่เมื่อประมาณปลายปีที่แล้ว และมาเพิ่มเป็น 60 ล้านคู่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถทำให้ราคาสลากตรึงอยู่ที่ 80 บาทได้จริง ตอนนี้กำลังจะเพิ่มอีก 8 ล้านคู่ เบ็ดเสร็จผลงานของ คสช.คือ ทำให้สลากเพิ่มขึ้นจากเดิมเกือบเท่าตัวจาก 37 ล้าน เป็น 68 ล้านคู่ และก็แก้ปัญหาไม่ได้อย่างยั่งยืนตามที่ประกาศนโยบายไว้

“ด้วยเหตุที่ยี่ปั๊วมีทุนและมีโครงข่ายผู้ค้าสลากโยงใยกันอยู่ การพิมพ์สลากเพิ่มกลับยิ่งทำให้ต้องพึ่งระบบยี่ปั๊วมากขึ้น ยิ่งไปเพิ่มความแข็งแรงให้ยี่ปั๊ว และคาดว่าเราจะเห็นการรวมชุดสลากขายเป็นชุดใหญ่ๆ ได้มากขึ้น กลายเป็นว่าการแก้ปัญหาด้วยวิธีการนี้เป็นการปราบรายย่อย แต่เพิ่มความแข็งแรงให้รายใหญ่ ขณะที่ภาพของรัฐบาลและสำนักงานสลากฯ ก็สุ่มเสี่ยงที่จะถูกมองว่าเป็นเสือนอนกิน” นายธนากรกล่าว

นายณัฐพงศ์ สำเภาแก้ว ผู้ประสานงานเครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน กล่าวว่า ท่านนายกฯ เคยพูดว่ารัฐบาล คสช.ไม่มีนโยบายจะส่งเสริมการพนัน แต่การแก้ปัญหาราคาสลากด้วยการเพิ่มจำนวนพิมพ์ จะส่งผลให้เกิดการกระตุ้นให้เกิดการเสี่ยงโชคมากขึ้นอย่างแน่นอน การอ้างว่าให้สอดคล้องกับสถานการณ์ช่วงปีใหม่ที่มีความต้องการสลากจำนวนมาก ก็ไม่มีหลักประกันอันใดที่จะลดจำนวนลงมาหลังจากงวดปีใหม่นี้ ปัญหาก็จะพันเป็นงูกินหางต่อไปไม่จบไม่สิ้น

ขณะที่นายธนวรรธน์ พลวิชัย โฆษกสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า สำนักงานสลากฯ ได้มีการหารืออย่างต่อเนื่องเพื่อแก้ไขปัญหาสลากมีราคาแพง โดยที่ผ่านมาสามารถแก้ไขปัญหาได้ระดับหนึ่ง แต่ยังพบว่ามีปัญหาการจำหน่ายราคาแพงอยู่ ซึ่งสำนักงานสลากฯ จะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจจับ หากพบการจำหน่ายราคาสูงเกินจริงก็จะดำเนินการตามกฎหมาย

ทันที โดยเฉพาะสลากที่มีการนำไปรวมชุดแล้วขายในราคาที่แพงขึ้น ทั้งนี้ ในปี 2560 จะมีการหารือแนวทางแก้ไขกฎหมายที่จะมีบทลงโทษและการควบคุมผู้ค้าที่ทำการรวมชุดให้เด็ดขาดมากขึ้น หากพบว่าสลากที่รวมชุดมาจากใคร ก็จะตัดโควตารายนั้นๆ ทันที และตัดแบบถาวร แล้วนำโควตามาเปิดขายในระบบซื้อจองล่วงหน้า เพื่อให้ผู้ค้าตัวจริงได้มีสลากไปจำหน่ายเพิ่มขึ้นต่อไป

นายธนวรรธน์กล่าวว่า การพิมพ์สลากงวดประจำวันที่ 30 ธ.ค.59 หรืองวดปีใหม่ ได้พิมพ์เพิ่มอีก 5 ล้านฉบับคู่ เนื่องจากพบว่าในเทศกาลปีใหม่ สลากมีการขายเกินราคา เพราะมีความต้องการสูง นอกจากเลขเด่น เลขดังแล้ว ยังเป็นช่วงที่ประชาชนซื้อสลากเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่มอบให้กัน และยังมีประชาชนบางกลุ่มไปทำบุญช่วงเทศกาลปีใหม่ก็ซื้อสลากเพื่อเสี่ยงโชค

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสำรวจการจำหน่ายสลากที่ศูนย์การค้าสลากไทย สนามบินน้ำ พบว่า ราคาสลากแบบที่ขายเป็นใบ (คู่) มีราคาใบละ 80 บาท ตามที่กฎหมายกำหนด แต่สลากที่มีการรวมชุด เช่น 5 ใบ หรือ 10 ใบ มีราคาแพงกว่า โดยชุด 5 ใบ มีราคาตั้งแต่ 420 บาท จนถึง 450 บาท บางเจ้าขายถึงชุดละ 500 บาท ส่วนชุด 10 ใบ มีราคาตั้งแต่ 900 บาท จนถึง 1,000 บาท โดยผู้ค้าอ้างว่าต้นทุนสูงขึ้นจึงต้องจำหน่ายเกินราคาที่กำหนด.