ตามคาด! “บากาโยโก้” เตรียมซบ “สิงห์บลูส์” หลังปัดเข้ารัง “ปืนใหญ่”

มีรายงานว่า มิดฟิลด์ของ โมนาโก อย่าง ติมูเอ บากาโยโก้ ได้ตัดสินใจที่จะย้ายเข้าร่วมทีมจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก อย่าง เชลซี แล้ว ถึงแม้ว่าก่อนหน้านั้นจะมีข่าวที่นักเตะเองได้ทำการพูดคุยกับ อาร์แซน เวนเกอร์ เป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ตาม

นักเตะวัย 22 ปี ได้อยู่ในช่วงฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมมากๆกับลีกเอิงฤดูกาลนี้ ซึ่งก็มียักษ์ใหญ่ในยุโรปหลายๆทีมกำลังให้ความสนใจจะนำกองกลางรายนี้ไปร่วมทีมด้วยเช่นกัน

สื่ออ้างว่า สิงห์บลูส์ นั้น ได้บรรลุข้อตกลงกับสโมสรต้นสังกัดของ บากาโยโก้ ในการคว้าตัวไปเล่นที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในราคา 35 ล้านปอนด์ (ราว 1,510 ล้านบาท) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยังมีบางกระแสนั้นอ้างว่า ปืนใหญ่ ยังเป็นตัวเต็งที่จะคว้ามิดฟิลด์แดนน้ำหอมไปร่วมทีม

กุนซือปืนใหญ่นั้นได้เข้าพูดคุยกับนักเตะทีมชาติฝรั่งเศส ยู-21 รายนี้ที่โรงแรมในกรุงปารีส เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา แต่ว่าก็พลาดได้ตัวมาร่วมทีมตอนตลาดซื้อขายกลางฤดูกาลนั่นเอง ตามรายงานของ ฟร้องซ์ ฟุตบอล

อาร์เซน่อล นั้นค่อนข้างรู้สึกผิดหวังกับฟอร์มการเล่นของสองกองกลางตัวหลักอย่าง ฟร็องซิส กอโกแล็ง และ กรานิต ชาก้า ฤดูกาลนี้ ซึ่ง เวนเกอร์ เองก็หวังว่าจะได้ บากาโยโก้ เข้ามาทำหน้าที่ในแดนกลางแทนทั้งคู่ แต่ดูเหมือนจะไม่ได้เป็นอย่างนั้นเสียแล้ว

เชลซี น่าจะเป็นผู้ที่คว้าลายเซ็นของนักเตะฝรั่งเศสรายนี้ไปครองมากกว่าที่จะเป็น อาร์เซน่อล หากพูดกันตามผลงานและฟอร์มการเล่นของทีมตอนนี้ ที่อาจจะดึงดูดผู้เล่นคนอื่นๆเข้ามาร่วมทีมได้มากกว่านั่นเอง ซึ่ง อันโตนิโอ คอนเต้ ก็ต้องการนำมิดฟิลด์รายนี้มาร่วมเล่นกับ เอ็นโกโล ก็องเต้ เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งในแดนกลาง

“มุ้ย” บอดโทษ! “ช้างศึก” ต้านไม่ไหวบุกพ่าย “ซามูไร” 0-4 ตกรอบเรียบร้อย

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย นัดที่ 7 กลุ่มบี ทีมชาติญี่ปุ่น อันดับ 2 ของกลุ่มเปิดสนามไซตามะ สเตเดี้ยม พบ ทีมชาติไทย อันดับสุดท้าย

เริ่มเกมมาได้แค่ 8 นาที เจ้าถิ่นได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว ยูยะ คูโบะ เปิดจากด้านขวา ชินจิ คากาวะ จับบอลในเขตโทษ ก่อนล็อกหนึ่งจังหวะแล้วยิงเข้าประตูไป ญี่ปุ่น 1-0 ไทย

นาที 18 โฮตารุ ยามากูชิ ได้ยิงด้วยซ้ายในกรอบเขตโทษ แต่ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ กระโดดปัดออกหลังไปได้หวุดหวิด

แต่นาทีต่อมา ญี่ปุ่นได้ประตูที่ 2 คูโบะเปิดเข้าเขตโทษ ชินจิ โอกาซากิ โฉบเข้ามาโหม่งที่เสาแรก บอลพุ่งเสียบตาข่ายหมดจด

นาที 35 ไทยได้โอกาสแรก ธีรศิลป์ แดงดา ได้ยิงด้วยซ้ายตรงกรอบเขตโทษ แต่บอลพุ่งเรียดเข้าซอง เออิจิ คาวาชิม่า นายด่านซามูไร

หมดครึ่งแรก ญี่ปุ่นนำไทย 2-0 ด้วยรูปเกมที่เหนือกว่าพอสมควร

นาที 57 จากลูกทุ่มด้านขวา ฮิโรกิ ซากาอิ ทุ่มให้ คูโบะ ลากมากดด้วยซ้ายบริเวณกรอบเขตโทษ บอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยมซ้ายมือกวินทร์เข้าไปอย่างสุดสวย ญี่ปุ่นหนีเป็น 3-0

ผ่าน 70 นาที ไทยเริ่มบุกได้มากขึ้น แต่ญี่ปุ่นกลับมีจังหวะจบสกอร์ใกล้เคียงกว่า

นาที 83 ญี่ปุ่นหนีเป็น 4-0 มายะ โยชิดะ เซ็นเตอร์ฮาล์ฟที่วันนี้รับบทกัปตันทีมขึ้นมาโขกลูกเตะมุมเข้าไปง่ายๆ

นาที 86 ไทยพลาดได้โอกาสตีไข่แตกอย่างน่าเสียดาย ยูโตะ นากาโตโมะ ทำฟาวล์ ธีรศิลป์ ในเขตโทษ แต่ฝ่ายหลังลุกขึ้นมาสังหารติดเซฟ คาวาชิม่า

หมดเวลาการแข่งขัน ญี่ปุ่น ชนะ ไทย 4-0 เก็บ 3 คะแนนได้ตามเป้าหมาย

จากชัยชนะนัดนี้ ทำให้ ญี่ปุ่น มี 16 แต้มจาก 7 นัด นำเป็นจ่าฝูงกลุ่มบี ส่วนไทยมี 1 คะแนนเท่าเดิม ตกรอบแน่นอนแล้ว

โก๋ บุญธรรม อดีตนักบอลทีมชาติวูบดับในสนามบอล สธ. ประสานช่วยไม่ทัน

นายบุญธรรม บูรณธรรมานันท์ อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย เสียชีวิตขณะซ้อมบอลในสนาม กระทรวงสาธารณสุข ประสาน 1669 ช่วยไม่ทัน ด้าน รองเลขา สพฉ. แจง เมื่อได้รับแจ้ง เจ้าหน้าที่เร่งประสานขอรถพยาบาลทันที

วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 มีรายงานว่า นายบุญธรรม บูรณธรรมานันท์ หรือ “โก๋” อดีตกองหลังทีมชาติไทยและสโมสรองค์การโทรศัพท์ ได้ซ้อมฟุตบอลอยู่ที่สนามกีฬาภายในกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ซึ่งอยู่บริเวณตรงข้ามกับอาคารสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ที่ดูแลระบบสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 โดยต่อมานายบุญธรรม ได้เกิดหัวใจวายและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

รายงานข่าวระบุว่า เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 17.00 น. นายบุญธรรม ได้หมดสติระหว่างเล่นฟุตบอล โดยสนามฟุตบอลดังกล่าวนั้น นายบุญธรรมมักจะมาเล่นอยู่เป็นประจำทุกเย็น ซึ่งขณะเกิดเหตุ นายบุญธรรมมีอาการเหนื่อยและได้มานั่งพักที่ข้างสนาม แต่จู่ ๆ ก็วูบและหมดสติ โดยผู้เห็นเหตุการณ์ต่างรีบเข้ามาให้การช่วยเหลือเบื้องต้น โดยมีการปั๊มหัวใจและไปติดต่อที่สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ซึ่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในสนามก็ช่วยวิทยุประสานขอความช่วยเหลืออีกทาง

กำปั้น บาซู ขนลุกซู่!! ถ่ายโป๊บนเกาะร้าง ผีตามทวงปะการัง

ต้องขอบอกเลยว่าสำหรับเรื่องนี้ต้องใช้วิจารณญาณในการอ่านจริงๆ เนื่องจากว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อส่วนบุคคล เมื่อนักร้องนักแสดงหุ่นล่ำ “กำปั้น พีระ พาณิชย์พงส์” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “กำปั้น บาซู” ได้ออกมาเปิดใจกับทีมข่าว Sanook! News ในงานแถลงข่าว “E-Photo Book TXD” ถึงประสบการณ์ขนหัวลุก เมื่อครั้งที่เจ้าตัวและทีมงานยกกองไปถ่ายภาพแฟชั่นกึ่งนู้ดบนเกาะร้างแห่งหนึ่ง จนตัวเองและทีมงานเกือบเอาชีวิตไม่รอด!!!

“บรรยากาศวันที่ถ่ายตอนนั้นเริ่มจากถ่ายที่โรงแรมก่อน ซึ่งก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่พอเราตั้งใจจะไปถ่ายซ่อมฉากทะเลที่เกาะแห่งหนึ่ง ก็บังเอิญวันนั้นมันดันมีคนเยอะเราเลยต้องย้ายไปที่เกาะร้างแทน ซึ่งตากล้องเขาบอกว่าเกาะมันสวยมาก พอเหยียบขึ้นไปบนเกาะเราก็เห็นศาลพระภูมิตั้งอยู่บนเขา มีขยะถูกทิ้งอยู่นิดหน่อย แต่ปาการังสวยมาก

ซึ่งพอถ่ายเสร็จมันดันเกิดปัญหาขึ้นมาตรงที่ตากล้องโดนใบพัดเรือจนเลือดออก แถมยังมีปัญหาเกี่ยวกับเมมกล้อง คือถ่ายมาแล้วแต่ไม่มีข้อมูล กู้เกือบไม่ได้ เท่านั้นไม่พอน้องๆ ช่างทำผมเขาก็ยังเล่าด้วยว่า เขาเห็นว่ามีคนมายืนมองพวกเราอยู่ขณะที่กำลังถ่ายแบบ เขาได้ยินเสียง และเห็นผู้หญิงใส่ชุดสีขาว ซึ่งเรื่องทั้งหมดผมมารู้ตอนที่กลับขึ้นเรือแล้ว และแปลกตรงที่คนขับเรือเรานัดให้เขามารับตอน 6 โมง แต่เขาดันมารับตอน 5 โมง แถมยังรีบไล่ให้เรากลับให้ได้จนเกือบจะทะเลาะกัน”

“พอมาถึงฝั่งเขาก็เล่าให้ฟังว่า เกาะนี้เขาห้ามไม่ให้คนเข้าไปยุ่ง เป็นเกาะส่วนตัว เกาะร้าง ซึ่งก่อนถ่ายเราก็ไหว้แล้วนะ แต่อาจจะด้วยภาพด้วยล่ะมั้ง และผมก็คิดว่าเป็นเพราะผมด้วยแหละที่เรานำปะการังนั้นกลับมาด้วย ซึ่งก่อนกลับคนเรือก็ย้ำตลอดว่าไม่ได้เอาอะไรกลับมาด้วยใช่ไหม เพราะที่ตากล้องที่ผมบอกว่าเขาเจออุบัติเหตุโดนใบพัดเรือ เขาก็มาเล่าให้ผมฟังทีหลังว่าวันนั้นเขารู้สึกเหมือนมีใครผลักให้ไปโดนเข้าที่ใบพัดพอดี”

ตอนนั้นเราสงสัยไหมว่าทำไมคนขับเรือถึงพยายามเร่งให้เรารีบกลับ ?
“ใช่ครับ ตอนนั้นคนขับเรือเขาก็เร่งให้เรารีบออกมา ซึ่งเพราะอะไรเราและทุกคนก็สงสัย เนื่องจากเรากำลังถ่ายกันอยู่ แสงกำลังสวย ตะวันกำลังตกดิน แต่พอเขาบอกว่าถ้าไม่ออกตอนนี้เขาก็จะไม่มารับแล้วนะ ให้อยู่กันไปทั้งคืนเลย เราก็เลยต้องรีบออก ซึ่งเรื่องราวต่างๆ อันนี้ผมก็เพิ่งมารู้ว่าภายหลัง ส่วนปะการังที่ถือมาก็ต้องเอากลับไปคืนเขา ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ากลัวมากครับ”

พ่อปล่อยโฮ พบแล้ว ‘น้องกันต์’ เด็กหญิง 9 ขวบ กลายเป็นศพลอยน้ำ

ทุกคนหยุดตามหา แต่พ่อยังตามหาอยู่ ที่สุดชาวบ้านพบ “น้องกันต์” ด.ญ. 9 ขวบ ดวงใจพ่อ เป็นศพลอยน้ำห่างจากบ้าน 1 ก.ม. ชันสูตรศพไม่มีร่องรอยถูกทำร้ายหรือข่มขืน คาดเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 12 ชั่วโมง จากการจมน้ำ

เมื่อเวลา 07.30 น. วันนี้ (27 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองตราด ได้รับแจ้งพบศพผู้เสียชีวิตภายในลำราง ซอยท้ายไร่ ม.7 ต.หนองเสม็ด อ.เมือง จ.ตราด ซึ่งคาดว่าเป็น “น้องกันต์” เด็กหญิง กัญญาณัฐ พึ่งภิกดิ์ อายุ 9 ขวบ ที่หายจากบ้านไปเมื่อคืนที่ผ่านมา หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่รุดตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านจำนวนมาก และ นายสมศักดิ์ ถนอมกุล พ่อน้องกันต์ เฝ้าติดตามพร้อมยืนยันว่าเป็นศพน้องกันต์จริง โดย นายสิงหา สายรัมย์ อายุ 37 ปี ชาวบ้านที่มากู้ลอบดักปลาไหลมาพบเป็นคนแรก ซึ่งตอนแรกคิดว่าเป็นตุ๊กตา เมื่อเข้าไปดูใกล้ๆ กลับกลายเป็นศพเด็ก จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำศพน้องกันย์ที่อยู่ในสภาพคว่ำหน้า ขึ้นมาจากน้ำที่มีความสูงประมาณ 30-40 ซ.ม. และได้ทำการชันสูตรศพในที่เกิดเหตุพบว่า น้องกันต์ไม่มีร่องรอยการถูกทำร้ายและร่องรอยการถูกข่มขืนแต่อย่างใด คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำ 12 ชั่วโมงจากการจมน้ำ

ขณะที่พ่อน้องกันต์ นายสมศักดิ์ ถนอมกุล กล่าวทั้งน้ำตา ว่า หลังจากที่ตำรวจ กู้ภัย ยกเลิกการค้นหา เมื่อคืนที่ผ่านมา ตนเองก็ยังคงตามหาลูกสาวต่อทั้งบริเวณรอบอ่างเก็บน้ำ ตัวเมืองตราด และภายในงานตราดรำลึก แต่ก็ไม่พบ จนมาทราบข่าวเมื่อเช้านี้ว่ามีชาวบ้านพบศพ

ด้าน พล.ต.ต. ทวีโรจน์ ศิริสวัสดิ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตราด กล่าวว่า จุดที่พบศพน้องกันต์เป็นลำรางทางน้ำไหล ที่เคยมีรถแบ็กโฮมาขุดลำรางไว้ คาดว่าน้องกันต์น่าจะเดินเล่นบริเวณริมลำราง แต่เกิดพลัดตกลงไป จนทำให้ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และจมน้ำเสียชีวิต จึงอยากจะขอความร่วมมือผู้ปกครอง โดยเฉพาะในช่วงปิดเทอม เฝ้าติดตามลูก-หลานอย่างใกล้ชิด เกรงว่าจะเกิดเหตุซ้ำรอยกับน้องกันต์

สาวโดนผัวเมาราดน้ำกรด เสียโฉม-ช้ำใจ เลี้ยงลูก 2 ตั้งท้องอีกคน

ชีวิตสุดบัดซบของสาววัย 20 เลี้ยงลูกชาย 2 คน กำลังตั้งครรภ์ลูกอีกคน โดนสามีเมาราดน้ำกรดใส่ใบหน้า-ลำตัว เสียโฉมเป็นแผลเหวอะ วอนช่วยเหลือ

(27 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านโสน ต.บ้านยาง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ว่า มีหญิงสาวเคราะห์ร้ายน่าสงสาร ถูกสามีสาดน้ำกรดใส่ใบหน้าและลำตัว จนได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยเฉพาะต้องรับภาระเลี้ยงดูลูกชาย 2 คน วัย 4 ขวบ และ 1 ขวบ 7 เดือน ทั้งกำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่ 3 อีก 4 เดือน กลายเป็นภาพน่าเวทนาต่อชาวบ้านในหมู่บ้าน

เมื่อเข้าไปตรวจสอบที่บ้านเลขที่ 150 บ้านโสน หมู่ 9 ต.บ้านยาง อ.เมืองบุรีรัมย์ พบชาวบ้านและญาติมาให้กำลังใจ น.ส.วันเพ็ญ เรืองรัตรัมย์ อายุ 20 ปี ในสภาพถูกน้ำกรดกัดกินทั่วลำตัว ตั้งแต่ใบหน้า แขน และแผ่นหลัง โดยเฉพาะดวงตาข้างขวา ต้องปิดไว้ตลอดเวลา ตอนนี้ได้กลับมาพักฟื้นอาการที่บ้าน

น.ส.วันเพ็ญ เล่าว่า ตนอาศัยอยู่กินกับสามี มีลูกชาย 2 คน และกำลังตั้งท้องอีก 1 คน อาศัยอยู่กับบ้านพ่อ ส่วนแม่เสียชีวิตแล้ว มีอาชีพรับจ้างทั่วไป โดยก่อนหน้านี้มีเรื่องทะเลาะกันเป็นประจำ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่สามีชอบดื่มสุรามึนเมา

เมื่อวันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา ได้เกิดมีปากเสียงกันอีก แต่ไม่คาดคิดว่าสามีจะเตรียมน้ำกรดเอาไว้ เข้ามาจับแขนตนเอง แล้วเอามือด้านถนัดจับขวดน้ำกรดสาดใส่แบบไม่ยั้งจนหมดขวด ก่อนที่สามีจะหลบหนีไป ปล่อยให้ตนร้องดิ้นทุรนทุราย กระทั่งญาตินำส่งโรงพยาบาล

โดยต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวสามี พร้อมกับตั้งข้อหาหนัก ส่วนการรักษาแพทย์ได้เอาเนื้อเยื้อที่ขามาตกแต่งใบหน้าและลำคอ ส่วนแขนและแผ่นหลัง ส่วนใหญ่หมอจะรักษาไปตามอาการ ที่เป็นห่วงตอนนี้คือดวงตาข้างขวาเริ่มมองไม่เห็น มีน้ำตาไหลออกมาตลอดเวลา หมอให้ยาหยอดตามาหยอดไว้บรรเทา

น.ส.วันเพ็ญ ยังบอกอีกว่า เบื้องต้นหมอบอกทำการรักษาให้ได้ประมาณนี้ หากต้องการศัลยกรรม จะต้องไปรักษาโรงพยาบาลเฉพาะด้านเกี่ยวกับศัลยกรรมโดยตรง ซึ่งจะต้องใช้เงินจำนวนมาก ซึ่งตนคงไม่มีปัญญา
เพราะครอบครัวยากจนแม่ก็เสียชีวิตแล้ว ส่วนพ่อก็ไปอยู่กับครอบครัวใหม่ เงินใช้จ่ายทุกวันนี้ก็ต้องคอยขอจากพี่และญาติที่หยิบยื่นให้ด้วยความสงสาร

ตนเคยเอาเรื่องราวชีวิตความลำบากลงในเฟสบุ๊กส่วนตัว ก็มีทั้งคนเชื่อและไม่เชื่อ คนที่เชื่อก็จะโอนเงินมาบ้าง 400-500 บาท ส่วนดวงตาที่มีปัญหาคงจะต้องปล่อยให้ไปตามกรรม หากจะบอดก็คงปล่อยให้บอด ขณะที่สามีของตนตอนนี้ถูกฝากขังที่เรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ รอการตัดสิน ตนจึงอยากจะฝากเตือนคนที่ชอบดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หากเมาแล้วจะขาดสติยั้งคิด ทำให้ทั้งตัวเองและคนในครอบครัวต้องหมดอนาคต

หากผู้ใดต้องการช่วยเหลือสามารถบริจาคได้ที่ชื่อบัญชี น.ส.วันเพ็ญ เรืองรัตรัมย์ เลขที่บัญชี 284-0-42657-9 บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงไทย สาขาธานี หรือโทรศัพท์ติดต่อ 096-9693740

แจ้งจับลูกจ้างสาวแสบแอบยักยอกทองหนัก 40บาทไปขายเล่นการพนัน

นายจ้างโร่แจ้งตำรวจพร้อมหลักฐานวงจรปิดจับภาพชัดลูกจ้างสาวแอบยักยอกทอง เพชร หนักรวม 40 บาท มูลค่ารวม 1.2 ล้าน เอาไปขาย เพื่อนำเงินไปเล่นการพน

วันนี้ เมื่อเวลา 14.00 น. ที่สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี นายมนตรี ลี่อำนวยเจริญ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 89/474 หมู่3 ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เจ้าของร้านทองแม่กิมหงส์ ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่าน อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ได้เดินทางมาชี้ตัว น.ส.พัชรี เพ็ชรคุ้ม อายุ 41 ปี

ชาวอำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ลูกจ้างขายทองที่ร้าน หลังจากน.ส.พัชรี ยักยอกนำทองหนักกว่า 40 บาท ไปขาย เพื่อนำเงินไปเล่นการพนัน
การชี้ตัวผู้ต้องหาครั้งนี้ เกิดขึ้นเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา นายมนตรี

ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับน.ส.พัชรี ลูกจ้างที่ขโมยทองคำแท่ง ทองคำรูปพรรณและเครื่องเพชรภายในร้านน้ำหนักรวมกว่า 40 บาท มูลค่าความเสียหายกว่า 1,200,000 บาท พร้อมนำหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดไปมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นหลักฐาน

ต่อมาวันนี้( 9 มี.ค.) น.ส.พัชรี ผู้ต้องหาได้เดินทางเข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ.อรรณพ นวมนาคะ ผู้กำกัการ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา
นายมนตรี เจ้าของร้านทอง เล่าว่า ได้รับน.ส.พัชรี เข้าทำงานได้ประมาณ 1ปี 2 เดือน ต่อมาเริ่มสงสัยพฤติกรรมเนื่องจากเริ่มขาดงานบ่อย

จึงเช็คสต๊อกทองในร้าน ปรากฎว่า มีทองคำแท่ง ทองคำรูปพรรณ และเครื่องเพชร หายไปหลายรายการ จึงตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดภายในร้าน พบว่าลูกจ้างคนดังกล่าว นำทองคำรูปพรรณและทองคำแท่งมาเรียงที่หน้าเค้าเตอร์ จากนั้นนำกระดาษทิชชู่มาห่อหุ้มแล้ว

หยิบใส่กระเป๋าเสื้อและกระเป๋ากางเกง จึงนำหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดมาแจ้งความ หลังทราบว่าผู้ก่อเหตุเดินทางมามอบตัวตนจึงรีบเดินทางมาที่โรงพัก เพื่อชี้ตัว และยืนยันจะดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด

จากการสอบสวน น.ส.พัชรี เพ็ชรคุ้ม ผู้ก่อเหตุ เล่าว่า ส่วนตัวติดการพนันประเภทกำถั่ว เริ่มขโมยทองออกจากร้านทองดังกล่าวได้ประมาณ 3 เดือน ซึ่งทองที่ขโมยไปจะนำไปขายในบ่อนแห่งหนึ่งได้ราคาบาทละ 17,000 บาท จากนั้นจะนำเงินที่ได้จากการขายทองตระเวนเล่นการ

พนันตามบ่อนต่างๆ ซึ่งการก่อเหตุครั้งนี้ขอรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเเจ้งข้อหาว่าลักทรัพย์นายจ้าง มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับ 2,000 – 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จากนั้นได้ควบคุมตัวเพื่อส่งดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

รวบพนันหวยออนไลน์ส่ง SMS ชวนผบ.ตร.เล่น

ตร. รวบพนันหวยออนไลน์ ท้าทาย ตร. ส่ง sms ชวน ผบ.ตร. เล่น ชี้มีเงินหมุนเวียนหลายสิบล้าน เป็นเครือข่ายใหญ่ จ่อขยายผลอายัดอีกกว่า 100 ล้าน

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าวการจับกุมเครือข่ายเล่นการพนันหวยออนไลน์ หลังชุดสืบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐาน และนำหมายค้นของศาลอาญา เข้าตรวจค้นเป้าหมายในพื้นที่ จ.ขอนแก่น จำนวน 12 เป้าหมาย โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้หลายราย

สำหรับพฤติการณ์ผู้ต้องหาจะใช้หมายเลขโทรศัพท์ 099-008-xxxx ส่งข้อความสุม (SMS) ชักชวนประชาชนทั่วไปให้เล่นการพนันออนไลน์ ซึ่งตนเองก็ถูกส่งข้อความมาชักชวนหลายครั้ง ประมาณช่วงเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ถือว่าท้าทายเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ชุดสืบสวนฯ จึงได้ทำการสืบสวน พบเว็บไซต์และเส้นทางการเงินของกลุ่มผู้เกี่ยวข้อง โดยพบว่าแต่ละวันมีเงินหมุนเวียนหลายสิบล้านบาท และขณะนี้อยู่ระหว่างขยายผลเส้นทางการเงินและเตรียมอายัดกว่า 100 ล้านบาท

พร้อมกันนี้ ได้ประสานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ใช้อำนาจ ตาม พ.ร.บ.ฟอกเงิน ให้มีคำสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 34 บัญชี ยอดเงินรวมทั้งหมด 57,379,546.77 บาท

เบื้องต้น พนักงานสอบสวน ได้แจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันฟอกเงิน, ร่วมกันเป็นผู้จัดให้มีการเล่นการพนันหวยออนไลน์ทาง

งานเข้า! “ฟีฟ่า” แบน “เมสซี่” 4 นัด ฐานพูดคำหยาบใส่ผู้ช่วยผู้ตัดสิน


ลิโอเนล เมสซี่ กัปตันทีมอาร์เจนติน่า จะอดลงสนามในเกมระดับชาติอย่างเป็นทางการที่ฟีฟ่ารับรองเป็นจำนวน 4 เกม หลังเจ้าตัวโดนแบนฐานไปพูดจาหยาบคายใส่ผู้ช่วยผู้ตัดสิน

“ฟ้าขาว” อาร์เจนติน่างานเข้า เมื่อคณะกรรมการด้านวินัยของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) สั่งลงโทษแบน ลิโอเนล เมสซี่ ห้ามลงสนามในเกมระดับชาติอย่างเป็นทางการ 4 นัด

โดยสาเหตุในการแบนครั้งนี้มาจากจังหวะที่ เมสซี่ ไม่พอใจการทำหน้าที่ของ มาร์เซโล่ ฟาน แกสเซ่ ผู้ช่วยผู้ตัดสิน จนถึงขั้นพูดจาดูหมิ่นถึงบุพการีของเชิ้ตดำรายนี้และไม่ยอมจับมือด้วย หลังจบเกมที่ทัพฟ้าขาวเปิดบ้านชนะชิลี 1-0 ศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือกโซนอเมริกาใต้ เมื่อวันศุกร์ที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา

มาแล้ว! 11 ตัวจริง “ทีมชาติไทย” บุกฟัด “ญี่ปุ่น” วันนี้

ถือว่าพลิกโผไม่น้อย สำหรับ 11 แข้งตัวจริงที่ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือใหญ่ทีมชาติไทย เลือกลงสนามในเกมคัดบอลโลก พบ ญี่ปุ่น วันนี้ เมื่อเปลี่ยนมาใช้ระบบการเล่นเป็น 4-2-3-1 แถมนักเตะอย่าง วัฒนา พลายนุ่ม กองกลางตัวเก่งจาก “กิเลนผยอง” เมืองทอง ยูไนเต็ด ลงสนามเป็นตัวจริง

ผู้รักษาประตูยังเป็น กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ แนวรับ 4 คน ประกอบด้วย ทริสตอง โด, อดิศร พรหมรักษ์, กรวิทย์ นามวิเศษ และ พีรพัฒน์ โน้ตชัยยา

คู่มิดฟิลด์ตัวกลางเป็น ธนบูรณ์ เกษารัตน์ จับคู่กับ วัฒนา พลายนุ่ม ส่วนแนวรุก 3 คนจัดเต็มด้วย ชนาธิป สรงกระสินธ์, สิโรจน์ ฉัตรทอง และ อดิศักดิ์ ไกรษร

โดยทิ้งหน้าเป้าอย่าง “เจ้ามุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา หัวหอกตัวเก่งจากสโมสร เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เป็นตัวไล่ล่าตาข่าย

รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงทีมชาติไทย (ระบบ 4-2-3-1) : กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ; ทริสตอง โด, อดิศร พรหมรักษ์, กรวิทย์ นามวิเศษ, พีรพัฒน์ โน้ตชัยยา – วัฒนา พลายนุ่ม, ธนบูรณ์ เกษารัตน์ – ชนาธิป สรงกระสินธ์, สิโรจน์ ฉัตรทอง, อดิศักดิ์ ไกรษร – ธีรศิลป์ แดงดา

ศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย กลุ่มบี นัดที่ 7 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ทีมชาติไทย พบ ญี่ปุ่น เริ่มแข่งขันในเวลา 17.30 น. ช่อง 7 สีถ่ายทอดสด