ปังเว่อร์เลอค่า น้ำตาล ชลิตา ร่วมเดินแฟชั่นชุด Terno จากท็อปดีไซเนอร์ฟิลิปปินส์

ตะลึงทุกสายตา น้ำตาล ชลิตา ส่วนเสน่ห์ ไดัรับเกียรติให้เป็นตัวแทน 1 ใน 20 จากสาวงามทั่วโลก ร่วมเดินแฟชั่นโชว์ในชุด Terno จากดีไซเนอร์ระดับท็อปของฟิลิปฟินส์

ใกล้จะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2016 ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศฟิลิปปินส์ โดยปีนี้ น้ำตาล ชลิตา ส่วนเสน่ห์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ปีล่าสุด ได้เป็นตัวแทนสาวไทยไปเข้าร่วมประกวด

โดยล่าสุด (15 มกราคม 2560) สื่อต่างประเทศอย่างเว็บไซต์ rappler.com เปิดเผยรายงานว่า ความสวยสง่าของสาวน้ำตาลนั้นเข้าตากรรมการ จนได้รับเกียรติคัดเลือกให้เป็นตัวแทน 1 ใน 20 จากสาวงามผู้เข้าประกวดทั่วโลกทั้งหมดกว่า 80 ประเทศ ร่วมเดินแฟชั่นโชว์ชุด Terno (ชุดเอกลักษณ์การแต่งกายของสุภาพสตรีฟิลิปปินส์ มีจุดเด่นตรงแขนเสื้อทรงยกสูงตรงหัวไหล่คล้ายปีกผีเสื้อ) ซึ่งออกเแบบโดยดีไซเนอร์ชั้นนำของฟิลิปปินส์

ในงานที่จัดขึ้นยังเมืองวีกัน เริ่มตั้งแต่การเดินพาเหรดมาตามท้องถนน ที่สองข้างทางเต็มไปด้วยช่างภาพจำนวนมาก จากนั้นสาวงามตัวแทนทั้ง 20 ประเทศก็ปรากฏตัวเดินออกมา ก่อนจะขึ้นไปบนเวทีที่แฟชั่นโชว์ โดยสาวน้ำตาลมาในชุด Terno สีขาวประดับไข่มุก 7,107 เม็ด สวยงามสง่าเลอค่าประดุจเจ้าหญิง ซึ่งเป็นผลงานของดีไซเนอร์ ริอาน เฟอร์นานเดซ เรียกได้ว่าโดดเด่นแย่งซีนสุด ๆ น่าภูมิใจแทนคนไทยมาก ๆ

เหมียวแก่ถูกทิ้งขว้างจนขนจับเป็นก้อนหนา ได้มีชีวิตใหม่สุดไฉไล สุขใจจริงเลย

แมวเปอร์เซียแก่วัย 9 ปีถูกเลี้ยงอย่างทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ ขยับตัวไปไหนก็ลำบากเพราะขนจับเป็นก้อนหนา ล่าสุดได้รับความช่วยเหลือ ตัดขนสกปรกทิ้งไป มีชีวิตใหม่เรียบร้อยแล้ว

ลุงซินแบด แมวพันธุ์เปอร์เซียเพศผู้สีขาว ถูกพบในห้องใต้ดินของบ้านหลังหนึ่งในรัฐอิลลินอยส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ซินแบดอยู่ในสภาพน่าเวทนามาก เนื่องจากมันถูกปล่อยปละละเลยจนขนจับเป็นก้อนหนา หนักกว่า 2 กิโลกรัม

เรื่องราวของซินแบดถูกเปิดเผยโดยเว็บไซต์เดอะโดโด้เมื่อวันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา ซินแบดไม่ใช่แมวจรจัดที่ไหน มันเป็นแมวที่มีเจ้าของ แต่เจ้าของของมันเป็นชายชราอายุมากแล้ว ซึ่งเขาแทบจะไม่มีเวลามาใส่ใจเลี้ยงดูมัน จนนานวันเข้าจึงอยู่ในสภาพเลวร้ายดังกล่าว

เมื่อชายชราผู้เป็นเจ้าของซินแบดไม่สามารถดูแลมันต่อไปไหว เขาตัดสินใจยกมันให้กับกลุ่มดูแลและปกป้องสัตว์ในชิคาโก เพื่อนำไปดูแลและหาเจ้าของใหม่ต่อไป เจ้าหน้าที่จากกลุ่มดูแลฯ ได้นำตัวซินแบดมาที่กลุ่ม พวกเขาได้ช่วยกันตัดขนสกปรกที่จับเป็นก้อนสังกะตังหนาหนักออกให้มัน ซึ่งต้องใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมงกว่าจะสำเร็จลุล่วงไปได้
หลังจากได้รับการตัดขน ซินแบดก็เปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อไม่มีขนสกปรกแล้วมันดูราวกับแมวตัวใหม่ สะอาดเอี่ยมอ่องและน่ารักอย่างมาก

“ซินแบดเป็นแมวแก่แล้ว และมันก็ดูอ่อนเพลียมาก ตอนที่ตัดขนออกไปได้มันไม่ชินเลยครับ มันแบกขนหนัก ๆ มานานมาก แข้งขามันอ่อนเปลี้ยไปหมด ต้องใช้เวลาสักพักล่ะครับ กว่ามันจะปรับตัวและเดินได้เป็นปกติ” แบรดลีย์ หนึ่งในเจ้าหน้าที่ของกลุ่มดูแลสัตว์ กล่าว
ในขณะนี้เจ้าซินแบดมีเจ้าของใหม่เรียบร้อยแล้ว เอเลียต แซร์ราโน ตกหลุมรักมันอย่างจังและรับมันไปเลี้ยง และตอนนี้มันมีชีวิตที่ดีมาก “มันน่ารักมากครับ ตอนนี้มันแข็งแรงดีแล้วและก็ร่าเริงทีเดียว ตอนแรกที่มาถึงบ้านผม มันเงียบมาก ไม่ค่อยเล่น ตอนนี้น่ะเหรอ วิ่งเล่นทั่วบ้านเลยครับ แถมยังชอบของเล่นอีกด้วยนะ” เอเลียต กล่าว

ถึงแม้ว่าใบหน้าของซินแบดอาจจะดูไม่แฮปปี้เท่าไร แต่ตอนนี้สามารถบอกได้เลยว่าเจ้าแมวเปอร์เซียชราตัวนี้ มีชีวิตใหม่ที่สดใสและมีความสุขมาก มันได้รับความรักจากคนที่ใส่ใจดูแลมันจริง ๆ แล้ว และที่เห็นได้ชัดก็คือ ซินแบดดูเด็กลงไปเยอะ ดูผ่าน ๆ แล้วเหมือนแมววัยรุ่นเลยทีเดียว

อดีตนักร้องลูกทุ่ง เตรียมเสียสละดวงตาให้ น้องไข่มุก เด็กหญิง 3 ขวบ

อดีตนักร้องชื่อดัง เตรียมเสียสละดวงตาให้น้องไข่มุก เด็กหญิง 3 ขวบ ให้เป็นของขวัญวันเด็กแห่งชาติ รอตรวจร่างกายอีกครั้ง 24 กุมภาพันธ์ 2560

เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2560 นายธานี ฉัตรนภารัตน์ นายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลทุ่งคอก อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี กล่าวว่า ได้ให้นายเกียรติศักดิ์ กีรติดำเกิงสกุล รองนายกเทศมนตรี พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำคณะของนางสาวเกษชรินทร์ ตามจะนะ วัย 48 ปี อดีตนักร้องในวงการลูกทุ่ง ลงพื้นที่เยี่ยมเยียน ด.ญ.ธิติญาภัค หรือน้องไข่มุก วัย 3 ขวบ และครอบครัว ซึ่งอดีตนักร้องลูกทุ่งประกาศพร้อมจะเสียสละดวงตาให้ 1 ดวง เพื่อเป็นของขวัญวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2560 เนื่องจากตนปฏิบัติธรรมมานาน จึงคิดด้วยจิตกุศลว่าอยากทำบุญครั้งใหญ่สักครั้งในชีวิต

ด้านนางสาวเกษชรินทร์ กล่าวว่า ในอดีต เมื่อช่วงปีที่ผ่านมา ตนเคยโพสต์ลงเฟซบุ๊กว่าจะบริจาคดวงตา แต่ไม่มีการตอบรับใดๆ กระทั่งมาเห็นข่าวน้องไข่มุกทางเฟซบุ๊กและทราบว่าน้องสูญเสียดวงตา จึงโทรศัพท์ติดต่อมาทางเทศบาลทุ่งคอก พร้อมสอบถามรายละเอียดกับเทศบาลว่าน้องไข่มุกสามารถรับบริจาคดวงตาได้หรือไม่ ถ้ารับได้ตนก็จะบริจาคให้หนึ่งข้าง เพื่อน้องไข่มุกจะได้กลับมามองเห็นอีกครั้ง เพราะตนได้ฟังและปฏิบัติธรรมมากว่า 20 ปี จึงมีจิตกุศลอยากทำบุญครั้งยิ่งใหญ่เพื่อน้องและเพื่อใจที่ต้องการทำบุญนี้ด้วย

นางสาวเกษชรินทร์ ระบุด้วยว่า หลังจากทราบว่าน้องไข่มุกอยากกินปีโป้เป็นพิเศษในวันเด็ก ก็ได้จัดซื้อให้เป็นของขวัญแล้ว ส่วนเรื่องการเสียสละดวงตานั้นมีความยินดีและเต็มใจให้ไม่มีเปลี่ยนแปลง เพื่อเป็นการช่วยเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ซึ่งใน 24 กุมภาพันธ์นี้ จะดำเนินการขั้นตอนรีสแกนน้องไข่มุก ตรวจสภาพร่างกาย จอประสาทตาอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลรามาธิบดี หากเนื้อเยื่อต่างกัน คงยินดีมอบให้คนไข้รายอื่นต่อไป

วันเดียวกัน เว็บข่าวทีนิวส์ รายงานว่า คุณป้าเคียง ป้าของน้องไข่มุก ระบุว่า แพทย์ รพ.รามาธิบดี แจ้งว่า ตาของน้องไข่มุกได้รับการกระทบกระเทือนอย่างแรง เส้นเลือดตาและเซลล์ประสาทตาใช้ไม่ได้แล้ว ทางแพทย์นัดผ่าตัดวันที่ 24 ก.พ. เพื่อจะดูเคสว่าดวงตาของน้องไข่มุกมีโอกาสกลับมาเหมือนเดิมได้หรือไม่ เพราะตนเคยพูดคุยว่าหากมีผู้บริจาคดวงตาให้ น้องไข่มุกจะสามารถใช้ได้หรือไม่ ขณะที่ทางคุณหมอให้คำตอบว่าแม้มีผู้บริจาคก็ไม่สามารถใช้ได้เพราะจะต้องแกะเพียงลูกตาดำเข้าไปเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 24 ก.พ. นี้จะรีสแกนอีกครั้งว่าจะสามารถใช้ได้หรือใช้ไม่ได้ ต้องรอผลกันอีกที หวังให้มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น

ทั้งนี้หากใครอยากร่วมบริจาคเงินกับน้องไข่มุก สามารถโอนผ่านบัญชีชื่อ “กองทุนช่วยเหลือ ด.ญ.ธิติญาภัค โสภาพล หรือน้องไข่มุก” เลขที่บัญชี 020185823083 ธนาคารออมสิน สาขาทุ่งคอก จ.สุพรรณบุรี

ตำรวจหาดใหญ่ แจงมอเตอร์ไซค์นักเรียนล้มจริง ยันไม่ได้กระชากผม-เข้าใจกันแล้ว

จากกรณีเฟซบุ๊ก ดีเจจุด สงขลา โพสต์ข้อมูลและคลิปเหตุการณ์ ระบุว่า เป็นเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.หาดใหญ่ ปฏิบัติหน้าที่เกิดกว่าเหตุ กระชากผม นักเรียนหญิงที่พากันขี่จักรยานยนต์ซ้อนสาม จนเป็นเหตุให้ฝ่ายนักเรียนคนหนึ่งตกจากรถ หัวฟาดเสาไฟฟ้าได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณหอนาฬิกาหาดใหญ่ จ.สงขลา

ต่อมา ภาพและคลิปนี้มีชาวโซเชียลแชร์ส่งต่อกันจำนวนมาก จนกลายเป็นประเด็นข่าวขึ้นมา นอกจากนั้น มีชาวเน็ตบางส่วนโพสต์ข้อมูลแย้งว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เหมือนกับที่เพจดีเจจุด สงขลา เอามาเผยแพร่ พร้อมระบุว่า เรื่องจริงคือนักเรียนหญิงลืมเอาขาตั้งจักรยานยนต์ขึ้น เลยไปเกี่ยวกับฝาท่อแล้วรถล้ม ตำรวจก็เข้าไปช่วย ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า แท้ที่จริงแล้วเหตุการณ์เป็นอย่างไรกันแน่ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น [อ่านข่าว : แชร์สนั่น ภาพนักเรียนหญิงขับรถล้ม เลือดอาบหน้า-ข้อมูลสับสน ตำรวจช่วยหรือต้นเหตุ]
ความคืบหน้าล่าสุด ช่วงเที่ยงวันนี้ (16 มกราคม) พ.ต.ท. สิทธิศักดิ์ จันทร์สว่าง สว.จร. สภ.หาดใหญ่ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับผู้สื่อข่าวกระปุกดอทคอม ว่า หลังเกิดเหตุ ตนเข้าไปตรวจสอบและทราบว่า ขณะเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกในการจราจรอยู่บริเวณหน้าหอนาฬิกาหาดใหญ่ได้พบเห็นจักรยานยนต์คันหนึ่งขี่ซ้อนสาม ไม่สวมหมวกกันน็อก และฝ่าไฟแดง จึงเดินออกไปกลางถนนเพื่อเรียกให้จอด แต่ทางน้องคนขี่รถจักรยานยนต์บอกว่าไม่ทันเห็นก็เลยจอดไม่ทัน ส่งผลให้ฝ่ายตำรวจจราจรคนในคลิปคิดว่าจะหลบหนี จึงกางมือเพื่อเรียกให้รถหยุด จากนั้นก็เกิดการเสียหลักและรถล้มจริง

พ.ต.ท. สิทธิศักดิ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ในขณะนั้นไม่ใช่การตั้งด่านกวดขันวินัยการจราจร เป็นเพียงการพบความผิดซึ่งหน้าขณะปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวก พร้อมยืนยันว่า ตำรวจผู้ปฏิบัติงานไม่มีทางกระชากผมน้องเด็กนักเรียนหญิงจนล้มตามที่มีผู้เอาไปเขียนเผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย ล่าสุด ทั้งฝ่ายเจ้าหน้าที่กับน้องฝ่ายขี่จักรยานยนต์ก็ได้พูดคุยกันจนเป็นที่เข้าใจแล้ว

ไม่ขำ ! หนุ่มถูกจับส่งฟ้องศาล หลังบอกพ่อเลี้ยงที่เพิ่งเปลี่ยนศาสนาให้ไปกินเบคอน

หนุ่มชาวสก็อตแลนด์ผู้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก ถึงพ่อบุญธรรมที่เพิ่งเปลี่ยนศาสนาเป็นอิสลาม ว่า “ไปกินเบคอนซะ” ถูกนำตัวขึ้นศาลในข้อหา “เหยียดศาสนา” คาดอาจติดคุกยาว

ดีน แมคแอนดรูว์ หนุ่มวัย 28 ปี ชาวเมืองดันดี ประเทศสกอตแลนด์ ถูกนำตัวขึ้นพิจาณาคดีในชั้นศาลที่ศาลฟอร์ทาร์ เชอริฟ หลังโพสต์ข้อความ “อันไม่เหมาะสม เหยียดเชื้อชาติ เหยียดศาสนา” ถึงคริสโตเฟอร์ แมคแอนดรูว์ พ่อบุญธรรมซึ่งเป็นชายผิวสีที่เพิ่งเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลาม
จากการรายงานของเว็บไซต์เมโทร เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2560 ระบุว่า คริสโตเฟอร์ แมคแอนดรูว ผู้ซึ่งเพิ่งเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลามนั้น ได้เปลี่ยนชื่อใหม่เรียบร้อยแล้ว และในขณะนี้ทุกอย่างกำลังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการทางเอกสาร และในการพูดคุยกันระหว่างครอบครัว ดูเหมือนว่าจะเกิดเรื่องราวที่ไม่น่าพึงพอใจเท่าใดนัก โดยดีน ลูกชายบุญธรรมของเขาได้ส่งข้อความหาเขาว่า “ออกไปเลยและไปหาเบคอนกินซะนะ”

ดีน ให้การสารภาพในชั้นศาลและยอมรับความผิดตามข้อกล่าวหาที่ว่า เขียนข้อความอันมีเนื้อหา “หลบหลู่ดูหมิ่นเชื้อชาติและศาสนา” หาพ่อบุญธรรมชาวมุสลิมของเขาในวันที่ 6 ธันวาคมที่ผ่านมาจริง

ในขณะนี้การพิจารณาคดีของดีนยังไม่จบสิ้น โดยจำเป็นต้องมีการรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมและเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ดูแลคดีของดีนก็กำลังอยู่ในช่วงเขียนสำนวนคดีใหม่เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เขาถูกดำเนินคดีในข้อหาที่ร้ายแรงมากนัก ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้กล่าวว่า ถึงแม้ว่าจะมีการเขียนสำนวนใหม่ แต่ก็ไม่ได้หมายความสิ่งที่ดีนกระทำเป็นแค่เรื่องเล่น ๆ หากโดยมันเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและไม่ “ขำ” เลยแม้แต่น้อย

สำหรับคริสโตเฟอร์ผู้เป็นพ่อบุญธรรมนั้น เขาไม่ต้องการให้มีการดำเนินคดีความกับลูกชาย โดยก่อนหน้านี้เขาได้ทำเรื่องยื่นประกันตัวดีนไปแล้ว แต่ไม่มีการรายงานว่าเขาได้ถูกปล่อยตัวหรือไม่ และกำหนดการขึ้นศาลของดีนในครั้งต่อไปคือวันที่ 9 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้

ไม่ขำ ! หนุ่มถูกจับส่งฟ้องศาล หลังบอกพ่อเลี้ยงที่เพิ่งเปลี่ยนศาสนาให้ไปกินเบคอน

หนุ่มชาวสก็อตแลนด์ผู้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก ถึงพ่อบุญธรรมที่เพิ่งเปลี่ยนศาสนาเป็นอิสลาม ว่า “ไปกินเบคอนซะ” ถูกนำตัวขึ้นศาลในข้อหา “เหยียดศาสนา” คาดอาจติดคุกยาว

ดีน แมคแอนดรูว์ หนุ่มวัย 28 ปี ชาวเมืองดันดี ประเทศสกอตแลนด์ ถูกนำตัวขึ้นพิจาณาคดีในชั้นศาลที่ศาลฟอร์ทาร์ เชอริฟ หลังโพสต์ข้อความ “อันไม่เหมาะสม เหยียดเชื้อชาติ เหยียดศาสนา” ถึงคริสโตเฟอร์ แมคแอนดรูว์ พ่อบุญธรรมซึ่งเป็นชายผิวสีที่เพิ่งเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลาม
จากการรายงานของเว็บไซต์เมโทร เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2560 ระบุว่า คริสโตเฟอร์ แมคแอนดรูว ผู้ซึ่งเพิ่งเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลามนั้น ได้เปลี่ยนชื่อใหม่เรียบร้อยแล้ว และในขณะนี้ทุกอย่างกำลังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการทางเอกสาร และในการพูดคุยกันระหว่างครอบครัว ดูเหมือนว่าจะเกิดเรื่องราวที่ไม่น่าพึงพอใจเท่าใดนัก โดยดีน ลูกชายบุญธรรมของเขาได้ส่งข้อความหาเขาว่า “ออกไปเลยและไปหาเบคอนกินซะนะ”

ดีน ให้การสารภาพในชั้นศาลและยอมรับความผิดตามข้อกล่าวหาที่ว่า เขียนข้อความอันมีเนื้อหา “หลบหลู่ดูหมิ่นเชื้อชาติและศาสนา” หาพ่อบุญธรรมชาวมุสลิมของเขาในวันที่ 6 ธันวาคมที่ผ่านมาจริง

ในขณะนี้การพิจารณาคดีของดีนยังไม่จบสิ้น โดยจำเป็นต้องมีการรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมและเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ดูแลคดีของดีนก็กำลังอยู่ในช่วงเขียนสำนวนคดีใหม่เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เขาถูกดำเนินคดีในข้อหาที่ร้ายแรงมากนัก ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้กล่าวว่า ถึงแม้ว่าจะมีการเขียนสำนวนใหม่ แต่ก็ไม่ได้หมายความสิ่งที่ดีนกระทำเป็นแค่เรื่องเล่น ๆ หากโดยมันเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและไม่ “ขำ” เลยแม้แต่น้อย

สำหรับคริสโตเฟอร์ผู้เป็นพ่อบุญธรรมนั้น เขาไม่ต้องการให้มีการดำเนินคดีความกับลูกชาย โดยก่อนหน้านี้เขาได้ทำเรื่องยื่นประกันตัวดีนไปแล้ว แต่ไม่มีการรายงานว่าเขาได้ถูกปล่อยตัวหรือไม่ และกำหนดการขึ้นศาลของดีนในครั้งต่อไปคือวันที่ 9 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้

เปิดคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับเต็ม “คดีครูแพะ” ทำไมเธอถึงติดคุก

เปิดคำพิพากษาคดี “ครูแพะติดคุกฟรี” ฉบับเต็ม ๆ เผยรายละเอียดจากพยานระบุชัด คนขับชนเป็นผู้ชาย

เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2560ได้มีการเผยแพร่รายละเอียดบันทึกคำพิพากษาของศาลฎีกา ในคดีนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อดีตครูวัย 54 ปี ต้องโทษจำคุกในคดีขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ชีวิต เป็นเวลา 1 ปี 6 เดือน
รายละเอียดคำพิพาษามีดังนี้

เรื่อง ความผิดต่อชีวิต ประมาท ความผิดต่อพระราชบัญญัติจราจรทางบก
ระหว่าง พนักงานอัยการศาลฎีกา โจทก์ กับ นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร จำเลย

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2548 เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยขับรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน บค 56 สกลนคร ไปตามทางเดินรถถนนสายธาตุน้อย-นาเหนือ จากทางบ้านธาตุน้อยมุ่งหน้าไปทางบ้านนาเหนือ ถึงที่เกิดเหตุบริเวณบ้านสร้างเม็ก ซึ่งมีเครื่องหมายจราจรแบ่งทางเดินรถออกเป็นสองทางสำหรับรถเดินขึ้นทางหนึ่งล่องทางหนึ่ง ด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังซึ่งบุคคลในภาวะเช่นจำเลยนั้นจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์

กล่าวคือ ขณะนั้นนอกจากทัศนวิสัยในการขับขี่ไม่ดีมองเห็นได้ในระยะใกล้กันเท่านั้น จำเลยต้องไม่รับรถคันดังกล่าวด้วยความเร็วสูงเกินสมควรจนไม่สามารถหยุดรถได้ทัน หรือชะลอความเร็วของรถให้ช้าลงพอที่จะขับรถหลบหลีไม่ชนรถคันอื่นที่กีดขวางอยู่ข้างหน้าได้ทัน และในการที่จำเลยจะขับรถแซงหน้าขึ้นรถจักรยานยนต์ซึ่งมีผู้มีชื่อขับแล่นอยู่ในช่องเดินรถเดียวกับจำเลย จำเลยควรใช้ความระมัดระวังในการขับรถดังกล่าวด้วยการชะลอความเร็วรถให้ช้าลง และเมื่อเห็นว่าทางเดินรถข้างหน้าปลอดภัยเพียงพอและไม่มีรถอื่นสวนทางมา จึงค่อยขับรถแซงหน้าขึ้นไป

ทั้งนี้โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและความเดือดร้อนของผู้อื่น ซึ่งจำเลยอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้ แต่หาได้ใช้เพียงพอไม่ จำเลยกลับขับรถดังกล่าวสูงเกินสมควร โดยไม่ชะลอความเร็วของรถให้ช้าลงพอที่จะหยุดรถได้ทัน หรือขับรถหลบหลีไม่ให้ชนรถคันอื่นได้ และได้ขับแซงขึ้นหน้ารถจักรยานยนต์ของผู้มีชื่อซึ่งแล่นอยู่ข้างหน้าทางเดินรถของจำเลยล้ำเส้นแบ่งครึ่งของถนนเข้าไปในช่วงเดินรถสวนกัน ซึ่งในขณะนั้นมีนายเหลือ พ่อบำรุง ขี่รถจักรยานสองล้อสวนมาในช่องเดินรถสวน เป็นเหตุให้รถคันที่จำเลยขับชนรถจักรยานสองล้อคันที่นายเหลือขี่สวนทางมา ทำให้รถจักรยานสองล้อดังกล่าวได้รับความเสียหาย นายเหลือถึงแก่ความตาย

เมื่อจำเลยขับรถยนต์กระบะคันดังกล่าวเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลและทรัพย์สินของบุคคลอื่นแล้ว จำเลยไม่หยุดรถและให้ความช่วยเหลือตามสมควร และไม่ไปแสดงตัวตนและแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ใกล้เคียงทันที เหตุเกิดที่ตำบลทางลาด อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 291 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43, 47, 78 157, 160

รองประธานชัยนาท ฮอร์นบิล พร้อมให้โอกาส น้องพี ส่งเรียนหนังสือ-เรียนฟุตบอล

น้องพี เด็กชาวมอญ วัย 7 ขวบ ที่ออกรายการโชว์เตะบอลชนคานแลกลูกฟุตบอลใบแรก ฉายแววเข้าตาวงการลูกหนัง ล่าสุด รองประธานสโมสรชัยนาท ฮอร์นบิล โพสต์อยากได้มาร่วมอคาเดมี่ พร้อมส่งเรียนฟุตบอลและเรียนหนังสือครบ

จากกรณีโลกออนไลน์ชื่นชมความสามารถ น้องพี เด็กชาวมอญ วัย 7 ขวบ ออกรายการโชว์ทักษะเตะบอลชนคาน 3 ครั้งติดต่อกัน เพื่อขอลูกฟุตบอลใบแรกของตัวเอง ซึ่งหลายฝ่ายชื่นชมในฝีเท้าและฝากฝังให้วงการฟุตบอลไทยช่วยสนับสนุนเด็กน้อยรายนี้ (อ่านข่าว : แชร์เพียบ น้องพี นักเตะไร้บอล กับความพยายามแรงกล้า ขอลูกฟุตบอลใบแรกในชีวิต)

ล่าสุด วันที่ 7 มกราคม 2560 นายอนุรุทธิ์ นาคาศัย รองประธานสโมสร ชัยนาท ฮอร์นบิล ทีมในศึกไทยลีก 2 ได้เห็นความสามารถของน้องพี เป็นที่เรียบร้อย โดยได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กชื่อ Rudy Hornbill ว่า ดูแล้วน้ำตาไหลเลยครับ บอกได้คำเดียวอัจฉริยะนักเตะ อายุแค่ 7 ขวบ เตะบอลชนคานได้ติดกัน 5 ครั้ง แววตาน้องสุดยอดครับ ชอบมาก Genius !!! ใครรู้จักพามาอยู่อคาเดมี่ชัยนาทได้ไหมครับ ผมจะส่งน้องเขาเรียนฟุตบอลพร้อมเรียนหนังสือด้วยครับ
ทั้งนี้ ยังไม่มีความเคลื่อนไหวว่า น้องพี และครอบครัวตกปากรับคำชวนไปฝึกเป็นนักเตะในอคาเดมี่ของทีมชัยนาท ฮอร์นบิล หรือไม่ แต่เชื่อได้เลยว่าเจ้าหนูรายนี้กำลังเนื้อหอมและเป็นที่ต้องการตัวจากสโมสรอื่น ๆ ด้วยเช่นกันหลังคลิปดังกล่าวถูกแชร์ออกไปมากมาย

พบแล้ว ! ศพสาวทอม ถูกฝังดินหลังรีสอร์ทที่กาญจนบุรี

พบแล้ว ! ศพสาวทอม ถูกฝังดินหลังรีสอร์ทที่กาญจนบุรี หลังจากนี้จะส่งศพให้ชันสูตรต่อไป

เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2560 เฟซบุ๊ก ข่าวช่อง 8 รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจค้นพบศพนางสาวสุภัคสรณ์ พลไธสง ซึ่งหายตัวไปตั้งแต่เดือนธันวาคม 2559 แล้ว โดยศพนั้นถูกฝังดินหลังรีสอร์ทแห่งหนึ่งใน ต.หนองหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี

อย่างไรก็ตาม จะมีการส่งไปชันสูตรเพื่อยืนยันผลอีกครั้ง

สำหรับข้อมูลที่ตำรวจได้รับนั้น มาจากนายโจ๊ก หนึ่งในทีมอุ้มฆ่า ซึ่งได้ชี้จุดฝังศพ ทางเจ้าหน้าที่ใช้เวลาขุดดินกว่า 2 ชั่วโมง จึงพบส่วนช่วงท้องและขา และมีรอยสักกลางแผ่นหลังด้วย

พบศพฝั่งดิน! คาดสาวทอมถูกอุ้มฆ่าหมกคารีสอร์ท
18.00 น.เจอศพฝั่งดิน หลังรีสอร์ทแห่งหนึ่ง ในต.หนองหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี คาดว่าเป็นศพของสาวทอมที่ถูกผกก.บ้านโป่ง สั่งลูกน้องไปสั่งสอนตามคำให้การ เบื้องต้นอยู่ในระหว่างการตรวจสอบชันสูตร เพื่อยืนยันว่าเป็นศพของสาวทอมจริงหรือไม่ #สั่งอุ้มสาวทอม #ผู้กำกับบ้านโป่งสั่งอุ้มสาวทอม

พระวัดสระเกศ แจงภาพเณรคู่สีกา-อวดแบรนด์เนม แค่อยากโชว์หรู

พระวัดสระเกศ โร่แจงภาพเณรคู่สีกาที่แท้เป็นพี่สาว คึกคะนองโพสต์อวดแบรนด์เนมแค่อยากโชว์หรู เผยเณรรูปดังกล่าวย้ายไปอยู่ จ.เชียงราย แล้ว

จากกรณีที่มีการแชร์ภาพของพระรูปหนึ่งที่มีการใช้ชีวิตดี๊ดี ฉันอาหารร้านดัง, ปิ้งย่าง, เช็กอินร้านกาแฟ ซื้อของยี่ห้อหรูให้กับสีกา อีกทั้งยังโพสต์ภาพข้าวของของตัวพระเอง ไม่ว่าจะเป็น แบรนด์น้ำหอมสุดหรู, เจลอาบน้ำ และโทรศัพท์ไอโฟน 7 ซึ่งภาพที่ออกไปโลกโซเชียลต่างวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนาหูว่าเหมาะสมหรือไม่ (อ่านข่าว แชร์สนั่น หลวงพี่ไฮโซ ฉันปิ้งย่าง-ใช้ของแบรนด์ดัง ซื้อวิคตอเรีย ซีเคร็ท ให้สีกา)
เกี่ยวกับเรื่องนี้ (10 มกราคม 2560) รายการทุบโต๊ะข่าว ทางช่อง AMARIN TV รายงานว่า ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร ซึ่งเป็นวัดที่หลวงพี่ไฮโซได้เช็กอินไว้ เพื่อหาคำตอบเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว โดยรองเจ้าอาวาส วัดสระเกศ ยืนยันว่า พระที่มีการแชร์กันอย่างล้นหลามในโซเชียลนั้นเป็นเณรที่เคยบวชเรียนอยู่ที่วัด ทั้งนี้ รูปที่เผยแพร่ออกไปนั้นเป็นรูปนานแล้ว บางภาพเป็นภาพเก่า

ส่วนภาพที่ถ่ายคู่กับสีกานั้น สีกาคนดังกล่าวเป็นพี่สาวแท้ ๆ ของเณร ที่ดูแลและเลี้ยงเณรมา คิดว่าเณรคงเกิดความคึกคะนองจึงถ่ายรูปลงโซเชียล และเรื่องของข้าวของเครื่องใช้แบรนด์เนมก็ไม่ใช่ของเณร แต่เป็นของพี่สาวทั้งหมด ซึ่งเณรอยากจะโชว์หรูจึงถ่าย และอัพภาพลงบนอินสตาแกรม

ทั้งนี้ ทางวัดสระเกศก็ได้ตำหนิและสั่งสอนเณรแล้วว่า อะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ อย่างไรก็ดีสามเณรรูปนี้ก็ไม่ได้อยู่ที่วัดแล้ว ย้ายไปอยู่ จ.เชียงราย ซึ่งเป็นบ้านเกิด